นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ รองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ว่า มี 3 แนวทาง คือ แนวทางที่ 1 แก้ไข 6 มาตรา คือ มาตรา 68, 190, 237, 265, 266 และ 309
แนวทางที่ 2 แนวทางที่หนึ่งรวมกับการเพิ่มมาตราว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว. รวมทั้งแก้ไขที่มาองค์กรตามรัฐธรรมนูญทั้ง 7 องค์กร ในหมวด 11 คือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และองค์กรอัยการ เพื่อแก้ไขสัดส่วนของกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ ส่วนแนวทางที่ 3 การนำรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 มาบังคับใช้ทั้งฉบับ
พรรคการเมืองร่วมรัฐบาลทุกพรรคเห็นด้วยร่างแก้ไขทั้ง 3 แนวทาง ซึ่งจัดทำเสร็จกว่า 2 เดือนแล้ว แต่ไม่ได้นำเสนอต่อวิปรัฐบาล ก่อนหน้านี้ ส.ส.จำนวน 96 คน เคยเข้าชื่อเสนอบรรจุวาระเข้าสู่การประชุมของรัฐสภาแล้ว แต่ต้องรอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร หยิบมาวาระนี้ขึ้นมาพิจารณา คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือน นายสุขุมพงศ์กล่าว
นายนิกร จำนง รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ 2550 กล่าวว่า วันที่ 28 กรกฎาคมนี้ จะจัดประชุมสัมมนาระดมความคิดเห็นจากประชาชนและหลายหน่วยงานเพื่อเสนอแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะเชิญนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตประธานสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ฉบับ 2540 และนายนรนิติ เศรษฐบุตร อดีตประธาน ส.ส.ร.2550 มาร่วมระดมความคิดเห็นด้วย














