สภาพิจารณางบฯวันที่3 มหาดไทยหนักสุดถูกหั่นกว่า300ล้าน ปชป.อ้างงบท้องถิ่นรั่วไหลเยอะ ก.พลังงานโดน200ล้าน ลดพาณิชย์อีก100ล้าน ฝ่ายค้านจวกดีเอสไอของบสร้างกองทัพน้อยหรือ ทั้งที่คดีสำคัญไม่คืบ ศธ.สวนกระแสได้เพิ่ม2.2พันล้าน เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 5 กันยายน ที่รัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2552 วงเงิน 1.8 ล้านล้านบาท เป็นวันที่สาม หลังจากการประชุมเมื่อคืนวันที่ 4 กันยายน ที่ประชุมสภาเสียงส่วนใหญ่ เห็นชอบตามร่างที่คณะกรรมาธิการแก้ไขในมาตรา 10 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่คณะกรรมาธิการปรับเพิ่ม 120 ล้านบาท เป็น 9,698,627,800 บาท มาตรา 11 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่คณะกรรมาธิการปรับลด 840 ล้านบาท เหลือ 68,822,961,300 บาท มาตรา 12 กระทรวงคมนาคม ที่คณะกรรมาธิการปรับเพิ่ม 4.3 พันล้านบาท เป็น 70,693,886,600 บาท มาตรา 13 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่คณะกรรมาธิการปรับลด 700 ล้านบาท เหลือ 20,603,257,100 บาท มาตรา 14 กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ที่คณะกรรมาธิการปรับลด 200 ล้านบาท เหลือ 3,732,436,000 บาท และพักการประชุมเวลา 04.00 น.
ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าว ส.ส.ฝ่ายค้านและ ส.ส.รัฐบาลในภาคอีสาน อภิปรายมากในงบประมาณของกระทรวงเกษตรฯ โดยตั้งข้อสังเกตการกระจายงบประมาณไม่เป็นธรรม ควบคู่ไปกับการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา
สำหรับการประชุมวันที่ 5 กันยายน เริ่มพิจารณามาตรา 15 กระทรวงพลังงาน ที่คณะกรรมาธิการปรับลด 200 ล้านบาท เหลือ 2,315,492,500 บาท โดย ส.ส.ฝ่ายค้านอภิปรายกันเล็กน้อย เรื่องนโยบายน้ำมัน อี 85 และพลังงานทดแทนที่ยังไม่มีความชัดเจน รวมถึงมาตรการความปลอดภัยในการใช้ก๊าซเอ็นจีวีและแอลพีจีของรถยนต์ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนที่ประชุมจะลงมติเห็นชอบตามร่างที่คณะกรรมาธิการแก้ไขด้วยคะแนน 186 ต่อ 80 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง
ส่วนมาตรา 16 กระทรวงพาณิชย์ คณะกรรมาธิการปรับลด 100 ล้านบาท เหลือ 6,416,564,200 บาท ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเล็กน้อยเรื่องปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ปัญหาการส่งออก และปัญหาการค้าปลีกที่บริษัทต่างชาติขนาดใหญ่เข้ามาทำลายธุรกิจรายย่อยของไทย ก่อนที่ประชุมจะลงมติ เห็นชอบตามร่างที่คณะกรรมาธิการแก้ไขด้วยคะแนน 213 ต่อ 83 ไม่ลงคะแนน 1 เสียง
จากนั้นเป็นการพิจารณามาตรา 17 กระทรวงมหาดไทย คณะกรรมาธิการปรับลด 305 ล้านบาท เหลือ 195,269,322,300 บาท โดย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเล็กน้อย อาทิ นายวิฑูรย์ นามบุตร ส.ส.สัดส่วน ตั้งข้อสังเกตงบฯองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยที่ผ่านมามีการรั่วไหลจากการทุจริตมาก ทั้งนี้ ที่ประชุมใช้เวลาการอภิปรายประมาณ 45 นาที ก่อนจะลงมติเห็นชอบตามร่างที่คณะกรรมาธิการแก้ไขด้วยคะแนน 220 ต่อ 78 งดออกเสียง 1 ไม่ลงคะแนนเสียง 2 เสียง
จากนั้น เป็นการพิจารณา มาตรา 18 กระทรวงยุติธรรม ที่คณะกรรมาธิการปรับลด 43 ล้านบาท เหลือ 16,507,216,000 บาท โดย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ส่วนใหญ่สงวนคำแปรญัตติให้ปรับลด 10% พร้อมตั้งข้อสังเกตหลากหลาย อาทิ การปรับเพิ่มงบฯกรมราชทัณฑ์ถึง 1 พันล้านบาท เป็น 8,666,628,500 บาท และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่มีงบฯการซื้ออาวุธ ว่าจะตั้งกองทัพน้อยๆ ขึ้นมาหรือ รวมถึงคดีที่มีความสำคัญกับประชาชน แต่กลับทำงานไม่คืบหน้า ทั้งนี้ ที่ประชุมใช้เวลาการอภิปราย 30 นาที ก่อนจะลงมติเห็นชอบตามร่างที่คณะกรรมาธิการแก้ไขด้วยคะแนน 218 ต่อ 94 งดออกเสียง 1 เสียง
ต่อมาเป็นการพิจารณามาตรา 19 กระทรวงแรงงาน ที่คณะกรรมาธิการปรับลด 42 ล้านบาท เหลือ 27,503,881,600 บาท ที่ประชุมอภิปรายเล็กน้อยเกี่ยวกับปัญหาการว่างงานและปัญหาแรงงานต่างด้าว โดยนายวิรัช ร่มเย็น ส.ส.ระนอง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า แต่ละปีมีแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้ามาทำงานกว่าแสนคน แต่กระทรวงไม่เคยสำรวจยอดแรงงานที่เข้ามาอย่างไม่ถูกต้อง จึงอยากให้แรงงานแต่ละจังหวัดตรวจสอบกรณีดังกล่าวเพราะไม่อยากให้เกิดเหตุแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและตายในรถบรรทุกห้องเย็น ทั้งนี้ ที่ประชุมใช้เวลาอภิปราย 30 นาที ก่อนจะลงมติ เห็นชอบตามร่างที่คณะกรรมาธิการแก้ไขด้วยคะแนน 219 ต่อ 88 เสียง
การพิจารณามาตรา 20 กระทรวงวัฒนธรรม ที่คณะกรรมาธิการปรับลด 18 ล้านบาท เหลือ 4,914,657,800 บาท ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามร่างที่คณะกรรมาธิการแก้ไขด้วยคะแนน 213 ต่อ 81 เสียง มาตรา 21 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่คณะกรรมาธิการปรับลด 326 ล้านบาท เหลือ 8,026,797,900 บาท ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามร่างที่คณะกรรมาธิการแก้ไขด้วยคะแนน 209 ต่อ 82 งดออกเสียง 1 ไม่ลงคะแนน 3 เสียง
ด้านมาตรา 22 กระทรวงศึกษาธิการ กมธ.ได้ปรับเพิ่มขึ้น 2.2 พันล้านบาท รวมได้รับจัดสรรทั้งสิ้น
332,298,616,000 บาท ที่ประชุมมีการอภิปรายกว้างขวาง โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทย เสนอให้ตัดงบฯในส่วนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ลง 5 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเห็นว่ามีหลายปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร อาทิ ปัญหาเกมออนไลน์ เว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจากสถิติของประเทศไทย โดยเฉพาะในหมู่เยาวชนมีปัญหาอาชญากรรมสูงขึ้นเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะระบบการศึกษาที่ไม่มีการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์อย่างมีคุณภาพ อีกทั้งนโยบายแจกคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษายังไม่มีมาตรการดูแลที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ภายหลังการอภิปรายนาน 2 ชั่วโมง ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามร่างที่คณะกรรมาธิการแก้ไขด้วยคะแนน 237 ต่อ 82 งดออกเสียง 2 เสียง
| Hit : ล้านบาท เหลือ ที่คณะกรรมาธิการปรับลด มาตรา นาที งดออกเสียง ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ อาทิ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามร่างที่คณะกรรมาธิการแก้ไขด้วยคะแนน พันล้านบาท |














