
นักศึกษาฮือปิดสตช. จี้จับมือยิงนศ.ราม
ตร.ตั้ง 4 ประเด็นคนร้ายยิง 2 นศ.รามฯ เจ็บขณะเดินขบวนไปประท้วงหน้าบ้านนายกฯ ผบ.ตร.ตั้ง จงรัก คุมคดี กลุ่มนิสิตนักศึกษา 200 คน บุกประท้วงหน้าพารากอน-สตช.อ่านแถลงการณ์จี้คดียิง นศ.รามฯ ขณะที่ นศ.วิจิตรศิลป์ มช. สวมหน้ากาก "สมัคร" เดินพูดโกหกทั่วมหาวิทยาลัย เผยเป็นงานศิลปะชื่อ "อย่าทำหน้าจริงจังในขณะที่โกหก"
ความคืบหน้ากรณีคนร้ายยิงนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ขณะเดินขบวนไปยังบ้านพักนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่ย่านคลองจั่น เขตบางกะปิ เพื่อเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่ง ทำให้นักศึกษาได้รับบาดเจ็บ 2 คน คือ นายอนุศักดิ์ เศียรอุ่น อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถูกยิงเข้าที่ขาขวา 2 นัด และ นายอภิชาติ นาคฤทธิ์ อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเดียวกัน ถูกยิงเข้าที่ข้อศอก 1 นัด เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 กันยายน พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ ผบก.น.4 พ.ต.อ.สรรักษ์ จูสนิท ผกก.สส.บก.น.4 พ.ต.อ.สมศักดิ์ บุญแสง ผกก.สน.ลาดพร้าว เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ลาดพร้าว และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.สส.บก.น.4 ประชุมร่วมกัน เพื่อประเมินสถานการณ์และสรุปความคืบหน้ากรณีดังกล่าว
ภายหลังใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง พล.ต.ต.วิมล กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ลาดพร้าว ตั้งประเด็นการก่อเหตุไว้ 4 ประเด็น คือ 1.ความขัดแย้งกันเองของแกนนำกลุ่มแต่ละกลุ่มภายในมหาวิทยาลัย 2.ความขัดแย้งกันเองภายในขบวน เพราะได้ระดมพลมาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง แล้วเดินขบวนจนมาถึงแฟลตคลองจั่นก็ได้ระดมพลเพิ่มอีก อาจจะเป็นจุดนี้ก็เป็นได้ที่เกิดความขัดแย้งกันภายในขบวน 3.อาจจะเป็นไปได้ว่า ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงได้รับผลกระทบจากการเดินขบวนของกลุ่มนักศึกษา ทำให้เกิดความเดือดร้อน เพราะขณะที่เดินขบวนไปนั้นได้ใช้เครื่องขยายเสียงส่งเสียงดัง จนชาวบ้านใกล้เคียงเกิดความรำคาญ และ 4.อาจจะเป็นประเด็นทางการเมือง เพื่อสร้างสถานการณ์
พล.ต.ต.วิมล กล่าวอีกว่า พนักงานสอบสวนได้เรียกตัวกลุ่มนักศึกษามาสอบปากคำแล้ว 4 คน ซึ่งให้การว่า คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์แบบผู้หญิง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาด้วยกัน 2 คน ก่อนใช้ปืนขนาด.22 มม. ยิงเข้ามาในกลุ่ม 3 นัด จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน หลังจากนี้จะให้เจ้าหน้าที่สอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุและพยานแวดล้อม เพื่อจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.สุชาติ เหมือนแก้ว รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ ผบก.น.4 เข้าควบคุมการสืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว คาดว่าต้องใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากในช่วงเกิดเหตุมีพยานแวดล้อมทั้งที่เป็นเพื่อนนักศึกษาและชาวบ้านหลายปาก ซึ่งตำรวจจะเชิญตัวมาสเก็ตช์ภาพตำหนิรูปพรรณคนร้าย นอกจากนี้ยังมีภาพจากกล้องวงจรปิดของทางราชการและเอกชนที่ตำรวจต้องนำมาตรวจสอบอีกจำนวนหนึ่ง หากพบว่าสามารถบันทึกภาพของคนร้ายและพาหนะที่ใช้ก่อเหตุเอาไว้ได้ ก็จะทำให้การทำงานของตำรวจง่ายขึ้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติอึดอัดใจหรือไม่ ที่หลังรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว แต่ปรากฏว่ามีนักศึกษาหลายสถาบันรวมกลุ่มกันออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง พล.ต.ต.สุรพล กล่าวว่า ที่ผ่านมาบทบาทของตำรวจต่อสถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นอยู่ขณะนี้ หลายฝ่ายบอกว่าตำรวจทำถูกต้องแล้ว อีกหลายฝ่ายมองว่าตำรวจทำรุนแรงเกินไป อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าตำรวจได้ปฏิบัติต่อทุกฝ่ายอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่าหนักใจอยู่เหมือนกัน ที่มีนักศึกษาออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงเวลานี้ เพราะหากตำรวจดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดลงไป แล้วถูกนักศึกษาย้อนกลับมาว่าตำรวจเลือกปฏิบัติ ทีที่ทำเนียบรัฐบาลไม่เห็นไปจับ เราในฐานะตำรวจจะตอบเด็กๆ กลับไปว่าอย่างไร
นร.-นศ.บุกพารากอน - สตช.
เมื่อเวลา 15.30 น. วันเดียวกัน กลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา จากหลายสถาบัน ในนามโรงเรียนสาธิตมัฆวานฯ แห่งมหาวิทยาลัยราชดำเนิน และเครือข่ายกว่า 200 คน ซึ่งเป็นตัวแทนนักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ จำนวน 15 แห่ง และโรงเรียนมัธยมอีก 2 แห่ง รวมตัวกันที่บริเวณถนนหน้าศูนย์การค้าสยามพารากอน มีการปราศรัยโดยใช้รถติดเครื่องขยายเสียง มีตัวแทนนักศึกษาจากกลุ่มดังกล่าวผลัดกันขึ้นปราศรัยโจมตีรัฐบาล และเรียกร้องนักศึกษาและวัยรุ่นที่สัญจรผ่านไปมาเข้าร่วมการชุมนุม การชุมนุมดังกล่าวส่งผลให้การจราจรบริเวณหน้าสยามพารากอนติดขัดอย่างมาก เนื่องจากกลุ่มเยาวชนพันธมิตรชุมนุมกันบนพื้นผิวการจราจร 2 ช่องทาง ใต้สถานีรถไฟฟ้าสยามสแควร์ ขณะที่บริเวณดังกล่าวฝนตกลงมาอย่างหนัก
จากนั้นกลุ่มนิสิต นักศึกษาได้เดินทางไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่ออ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 5/2551 เรื่อง คำถามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ต้องตอบประชาชน โดยระบุว่า จากสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน องค์กรตำรวจในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ควรจะเป็นหน่วยงานที่เป็นที่พึ่งของประชาชน แต่กลับกลายเป็นว่าสังคมได้ตั้งข้อกังขาต่อองค์กรตำรวจอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติหน้าที่ มีพฤติการณ์อันแสดงให้เห็นว่ามุ่งปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐ จนละเลยที่จะคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชนเป็นสำคัญ การเพิกเฉยต่อความเดือดร้อนของประชาชน ความล่าช้าในการดำเนินการเป็นขั้นต้นของกระบวนการยุติธรรมในคดีต่างๆ
ในฐานะของเยาวชนรุ่นใหม่ ที่มีความห่วงใยต่อสถานการณ์บ้านเมือง จึงพิจารณารวมข้อสงสัยอันเกี่ยวเนื่องกับการทำหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ 10 คำถาม ที่ตำรวจต้องตอบประชาชน อาทิ กรณีนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงถูกดักยิงขณะเดินทางไปบ้านพักนายกรัฐมนตรี จะใช้เวลาเท่าใดในการสืบสวนสอบสวน หาคนผิดมาดำเนินคดี หรือเหตุการณ์ความรุนแรงในหลายจังหวัด ทั้งที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หรือกรณีกลุ่มคนรักอุดรฯ รุมทำร้ายพันธมิตร และกรณี นปช.บุกเข้ามาทำร้ายประชาชนที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ เหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำได้เพียงยืนมองอย่างแน่นิ่งราวไร้วิญญาณ
การเคลื่อนขบวนมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติครั้งนี้ มีนักเรียน นักศึกษา จากสถาบันต่างๆ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตเทเวศร์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เทคนิคกรุงเทพ เพาะช่าง โดยทั้งหมดเคลื่อนขบวนมาจากสยามพารากอน มีการใช้รถเคลื่อนที่มีแกนนำไฮด์ปาร์ค โดยใช้นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตเทเวศร์เป็นการ์ดดูแลความปลอดภัย ทั้งหมดมาในชุดนักศึกษา มีผ้าพันคอ ผ้าโพกหัวสีเหลือง เขียนข้อความกู้ชาติ มีธง ป้ายผ้าเขียนข้อความด่าตำรวจ บางผืนก็ระบุสถาบันการศึกษาที่มา โดยขบวนดังกล่าวมีนายศิริชัย ไม้งาม หนึ่งในแกนนำพันธมิตรรุ่น 2 และ น.ส.ศิริลักษณ์ ผ่องโชค ดารานักแสดง เป็นผู้ควบคุมมา
นักศึกษาหญิงซึ่งทำหน้าที่หน่วยรักษาพยาบาล กล่าวว่า ออกมาเรียกร้องไม่ให้รัฐบาลใช้ความรุนแรงต่อประชาชนเกินกว่าเหตุ เพราะได้อยู่ในเหตุการณ์ที่เกิดการปะทะระหว่างกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่ม นปช. จนทำให้มีผู้เสียชีวิต แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ออกมาห้ามปรามหรือป้องกันเท่าที่ควร
ตัวแทนนักเรียนรายหนึ่งที่เข้าร่วมการชุมนุมหน้าสยามพารากอน กล่าวว่า ที่มาร่วมกับพี่ๆ นักศึกษานั้น ต้องการให้นายกรัฐมนตรีลาออก และรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นต่อประเทศไทยในขณะนี้บ้าง เพราะเหตุการณ์ขณะนี้ไม่ใช่เดือดร้อนเฉพาะคนในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่ทุกคนในประเทศไทยได้รับความเดือนร้อนกันทั่วหน้า
พวกหนูอยากให้นายกฯ รู้ว่ายังมีพลังบริสุทธิ์ของนักเรียน นักศึกษา ไม่พอใจต่อการกระทำของนายกฯ และอยากให้นายกฯ เสียสละตัวเองเพื่อส่วนรวมบ้าง ตัวแทนนักเรียยนกล่าว
ด้าน ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงกรณีการเคลื่อนไหวของนิสิต นักศึกษา ที่ออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันว่า เป็นสิทธิของนักศึกษา ซึ่งเป็นผู้ใหญ่และมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง ที่จะแสดงความคิดเห็นทางการเมือง โดยสนับสนุนหรือเห็นพ้องกับกลุ่มการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่มหาวิทยาลัยทุกแห่งควรให้การสนับสนุนความคิด การแสดงออก รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ ของนิสิต นักศึกษา แต่ก็ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น ส่วนกรอบจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของนักศึกษาแต่ละคน และการแสดงความเห็นของนักศึกษาถือเป็นปัจเจก เหมือนการแสดงความเห็นของอาจารย์มหาวิทยาลัย ซึ่งไม่ใช่ความเห็นของสถาบันการศึกษา
ส่วน รศ.ดร.คิม ไชยแสนสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวถึงกรณีนักศึกษารามคำแหง 2 คน ถูกยิงบาดเจ็บในระหว่างเดินทางไปบ้านพักนายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงเจตจำนงให้นายกรัฐมนตรีลาออกว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเข้าไปดูแลแล้ว และวันที่ 5 กันยายน หากมีเวลาจะเข้าไปเยี่ยมนักศึกษาด้วยตัวเอง ทั้งนี้เห็นว่า การแสดงออกทางการเมืองของนักศึกษารามฯ เป็นสิทธิส่วนบุคคล มหาวิทยาลัยไม่ห้ามปราม แต่การเคลื่อนไหวต่างๆ ได้เตือนนักศึกษารามฯ ตลอดเวลาว่า สามารถเคลื่อนไหวได้ แต่ห้ามใช้ความรุนแรงเด็ดขาด ขอให้รักษาภาพลักษณ์ของปัญญาชนไว้ ไม่ควรทำอะไรเลยเถิด ทั้งนี้ ไม่ว่านักศึกษารามฯ จะขึ้นเวทีพันธมิตรหรือเวที นปช.ก็ได้ทั้งนั้น เพราะนักศึกษาจะต้องฝึกฝนให้มีความคิดทางการเมือง ไม่เช่นนั้นความคิดและสมองจะทื่อไปหมด
ทั้งนี้ การเคลื่อนขบวนดังกล่าวทำให้การจราจรบนถนนพระราม 1 โดยเฉพาะหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติติดขัดเป็นอย่างมาก ผู้โดยสารรายหนึ่งบนรถประจำทางสาย 73 ถึงกับยกมือไหว้กลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อขอผ่านทาง จนกระทั่งมีการเจรจากัน จากนั้นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ได้เปิดทางให้รถโดยสารผ่านไปได้ และเมื่อแกนนำบนรถไฮด์ปาร์คต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ 30 นาที ก็พากันสลายตัวเพราะมีฝนตกลงมา
มีรายงานว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบข่าวว่าจะมีกลุ่มนักเรียน นักศึกษาเดินทางมา ก็ได้ปิดประตูด้านหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติทันที เปิดเพียงประตูเล็กให้เจ้าหน้าที่เดินเข้าออก โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลมาตรึงกำลังไว้บริเวณด้านหน้า และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.ปทุมวัน มาอำนวยความสะดวกบริเวณถนน นอกจากนั้นได้ระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงนอกเครื่องแบบกว่า 100 คน มาเตรียมไว้ดูแลหากมีเหตุการณ์ปะทะ
นศ.มช.สวมหน้ากาก สมัคร พูดโกหก
ส่วนที่ จ.เชียงใหม่ กลุ่มนักศึกษาปริญญาโท คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) 4 คน นำโดย นายปณิธาน ประมูล และนายอภิรักษ์ บรรพตทอง ได้จัดกิจกรรมสะท้อนการเมืองผ่านผลงานศิลปะ โดยให้นักศึกษาแต่งกายและสวมหน้ากากเป็นรูปหน้านายสมัคร ซึ่งผู้แสดงเป็นนายสมัครได้เดินกล่าวประโยคที่ไม่เป็นความจริงต่างๆ ไปปตลอดทาง เช่น "แมวมี 8 ขา" "ปลาบินได้" รวมถึงข้อความที่ล้อเลียนเสียดสีคำพูดของนายกรัฐมนตรีในช่วงที่เกิดวิกฤติการณ์การเมืองไทยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมถือกล่องรับความคิดเห็นจากเพื่อนนักศึกษา โดยมีนักศึกษาจากคณะต่างๆ ให้ความสนใจร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับนายสมัครเป็นจำนวนมาก
นายปณิธาน กล่าวว่า งานศิลปะสะท้อนการเมืองครั้งนี้ ถือเป็นชุดที่ 3 นับตั้งแต่กลุ่มพันธมิตรบุกเข้ายึดทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าไม่ได้เป็นกลุ่มที่สนับสนุนพันธมิตรหรือกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้าม สำหรับงานศิลปะชุดนี้ใช้ชื่องานว่า "don't make a real face to me" หรือแปลเป็นไทยว่า "อย่าทำหน้าจริงจังในขณะที่โกหก" การให้นักศึกษาแสดงตัวเป็นนายสมัคร และเดินพูดคำโกหกต่างๆ นั้น เพื่อต้องการสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นไปยังนายกรัฐมนตรี รวมทั้งต้องการสะท้อนไปยังคนเชียงใหม่ และกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลว่า คิดอย่างไรที่เห็นนายกรัฐมนตรีเป็นแบบนี้ คนที่เลือกนายกรัฐมนตรีเข้ามาจะออกมารับผิดชอบกันอย่างไร สำหรับความเห็นที่เปิดรับจากนักศึกษา กลุ่มจะรวบรวมและนำไปจัดแสดงเป็นงานศิลปะ เพื่อสะท้อนให้ประชาชนรับรู้ในการจัดงานศิลปะการเมืองชุดต่อๆ ไป
| Hit : นักศึกษา วิมล กันยายน ซึ่ง สุรพล อาจจะ เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ลาดพร้าว สวมหน้ากาก นักศึกษาชั้นปีที่ คณะรัฐศาสตร์ |














