
ม็อบพันธมิตรฯตัดไฟฟ้ารัฐสภา เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องปั่นไฟสำรอง
มติพรรคฝ่ายค้าน ประกาศไม่เข้าร่วมประชุมรัฐสภา ระบุรับไม่ได้ รัฐใช้ตำรวจยิงสลายผู้ชุมนุมถึงเลือดเนื้อ พร้อมงดถก 4ฝ่ายแก้วิกฤต ด้านม็อบพันธมิตรฯตัดไฟฟ้ารัฐสภา เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องปั่นไฟสำรอง
เวลา 10.00 น. ภายหลังการประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ มีการแถลงผลการหารือ สรุปที่ประชุมมีมติไม่เข้าร่วมประชุมรัฐสภา ในการแถลงนโยบายรัฐบาล และให้ยกเลิกมติ 4 ฝ่ายในการแต่งตั้ง ส.ส.ร.3 จนกว่ารัฐบาลจะหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ
เนื่องจาก มีผู้บาดเจ็บสาหัสจากการสลายการชุมนุมในตอนเช้า รวมทั้งมีผู้แสดงความรับผิดชอบ
ม็อบพันธมิตรฯตัดไฟฟ้ารัฐสภา เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องปั่นไฟสำรอง
(7ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงายว่า เมื่อเวลา 08.30 น. เกิดเหตุไฟดับภายในอาคารรัฐสภา โดยมีรายงานข่าวว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ได้ตัดสายไฟบริเวณด้านนอกรัฐสภา ทำให้บิรเวณภายในรัฐภาไฟดับบางส่วน ทั้งนี้ภายในอาคารรัฐสภาได้ใช้ไฟสำรอง
เจ้าหน้าที่รัฐสภา เปิดเผยว่า สาเหตุที่ไฟฟ้าภายในอาคารรัฐสภาดับนั้นเกิดจากถูกตัดไฟจากการตรวจสอบพบว่า ไฟสำรองของอาคารจะสามารถใช้ได้แค่เพียง 6 ชั่วโมง ขณะนี้ได้มีการประสานไปทางการไฟฟ้า เพื่อให้มาแก้ไขปัญหาดังกล่าว
ด้านนายสนธิ ลิ้มทองกุล ขึ้นกล่าวปราศรัยบนเวทีว่า ขอให้ที่ผู้ชุมนุมที่รัฐสภาตรึงกำลังให้แน่นอย่าให้ส.ส.หรือตำรวจได้ผ่านเข้าไปประชุมแถลงนโยบายได้ ส่วนที่เข้าไปได้แล้วก็อย่าให้ออกมาได้ ส่วนประชาชนที่จะเดินทางไปสมทบให้เข้าไปที่ถ.พิชัย และถ.ราชวิถี เพื่อช่วยปิดสภา ขอเรียกร้องให้สหภาพแรงงานทุกแห่งหยุดงานและถึงเวลาที่จะต้องตัดน้ำตัดไฟแล้ว เพราะขณะนี้เห็นได้ชัดเจนว่าตำรวจรังแกประชาชน
วันนี้ไม่ใช่วันสุกดิบแต่เป็นวันได้เสีย ขอให้ทุกคนมาร่วมกันบันทึกประวัติศาสตร์ นายสนธิ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เวลา 06.30 น.หลังตำรวจใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมที่บริเวณด้านหน้ารัฐสภา มีผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกแก๊สน้ำตาต่างวิ่งหนีออกไปทางลานพระบรมรูปทรงม้าและต่างช่วยกันนำน้ำล้างตาให้กัน โดยมีหน่วยพยาบาลเข้าช่วยพยาบาลผู้บาดเจ็บที่มีจำนวนมาก ส่วนใหญ่มีอาการระคายเคืองตาอย่างรุนแรง และส่วนใหญ่หลังจากปฐมพยาบาลเสร็จแล้วต่างรีบกลับบ้านทันที มีเพียงบางส่วนที่กลับเข้าไปร่วมชุมนุมต่อ
โดยบนเวทีประกาศให้ผู้ชุมนุมอยู่ในความสงบ พร้อมแนะนำวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยให้ทุกคนนั่งอยู่กับที่ใช้น้ำล้างตา และให้ใช้ผ้าชุบน้ำปิดปากและจมูกไว้เพื่อกันการสำลักควัน พร้อมเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมอยู่ต่อสู้ต่อไป
ส่วนที่บริเวณเต๊นท์พยาบาลด้านหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม มีผู้ชุมนุมเป็นจำนวนมากที่ได้รับบาดเจ็บเข้ารับการรักษา นอกจากจะมีผู้ระคายเคืองตาแล้ว มีจำนวนมากที่ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดจากแรงระเบิดของแก๊สน้ำตามีบาดแผลบริเวณขาแขนเข้ารับการปฐมพยาบาล โดยมีผู้ชุมนุมอีกส่วนหนึ่งกระจายกันนั่งพักริมรั้วสวนสัตว์ดุสิต และริมรั้วพระที่นั่งอนันตสมาคม ขณะเดียวกันรถพยาบาลของกลุ่มพันธมิตรจำนวนมากเข้าไปทยอยนำผู้รับบาดเจ็บบางส่วนออกไปรักษาอาการที่บริเวณเต๊นท์พยาบาลกองทัพธรรมข้างทำเนียบรัฐบาล
ขณะที่สี่แยกสวนมิกสักกวัน หัวหน้าการ์ดพันธมิตรขึ้นรถขยายเสียงเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมที่อยู่สะพานมัฆวานฯ เคลื่อนขบวนไปช่วยผู้ที่อยู่บริเวณหน้ารัฐสภา และให้มีการ์ดอาสาตั้งแถวอยู่ด้านหน้ารถ โดยแต่ละคนนอกจากถือไม้กระบอง ไม้เบสบอล และไม้กอล์ฟ เป็นอาวุธแล้ว ทุกคนยังพกพลุติดตัวไปเป็นจำนวนมากเพื่อใช้ยิงใส่ตำรวจเป็นการตอบโต้ จากนั้นเคลื่อนขบวนไปสมทบผู้ชุมนุมที่รัฐสภา
ด้านทำเนียบรัฐบาลการ์ดพันธมิตรตรึงกำลังจำนวนมากไว้ที่บริเวณจุดตรวจต่างๆ โดยภายในทำเนียบยังมียังชุมนุมอยู่เป็นจำนวนมาก แต่บางตากว่าเมื่อคืนวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากผู้ชุมนุมบางส่วนเริ่มทยอยกลับตั้งแต่กลางดึกที่ผ่านมา นายพิภพ ธงไชย และนายสมศักดิ์ โกศัยสุข ขึ้นบนเวทีเรียกร้องให้ผู้ที่อยู่ทางบ้านออกมาชุมนุมเพื่อช่วยเหลือพันธมิตร โดยนายพิภพกล่าวตำหนิตำรวจที่ใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมที่บริเวณรัฐสภา เพราะเป็นการชุมนุมที่สงบและอยู่ภายนอกรัฐสภาไม่ได้บุกเข้าไปด้านในแต่อย่างใด การที่ตำรวจทำรุนแรงด้วยการใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลายการชุมนุมเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
ด้านน.ส.อัญชลี ไพรีรักษ์ ประกาศบนเวทีว่า ทนายความกลุ่มพันธมิตรกำลังรวบรวมข้อมูลและรายชื่อผู้บาดเจ็บทั้งหมด เพื่อยื่นเรื่องต่อศาลฟ้องร้องการกระทำดังกล่าวของรัฐบาล
ข้อมูล : คม ชัด ลึก













