(11ต.ค.) นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวกรณีการเดินทางไปชุมนุมที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ช่วงเช้าวันที่ 13 ต.ค. ว่า จะเป็นการเดินทางไปเรียกร้องให้มีการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข่นฆ่าประชาชน และประจานการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาพันธมิตรฯชุมนุมด้วยความสงบ ไม่มีปัญหาในการชุมนุม แต่หากจะมีความรุนแรงก็เกิดจากพวกอันธพาลที่มาสร้างสถานการณ์ หรือมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาสร้างสถานการณ์หรือไม่สามารถดูแลความสงบเรียบร้อยได้
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามสำหรับรูปแบบการชุมนุมจะต้องขอประชามติจากประชาชนที่ไปร่วมชุมนุมอีกครั้งว่า จะให้อยู่ต่อเนื่องยาวนานหรือให้มีการเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป นอกจากนี้แกนนำทั้งหมดจะไปร่วมชุมนุมหน้าสตช.ด้วยหรือไม่จะต้องรอการประชุมแกนนำในช่วงค่ำที่จะถึงนี้ ว่าจะเคลื่อนไหวอย่างไร เพราะอาจจะมีแกนนำส่วนหนึ่งเฝ้าพื้นที่ชุมนุมอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลและส่วนหนึ่งไปที่หน้าสตช. ทั้งนี้สำหรับการงดจัดงานวันตำรวจเราไมได้ถือว่าเป็นชัยชนะของผู้ชุมนุม เพราะถือว่าเป็นเรื่องภายใน แต่ชัยชนะของเราจะเกิดขึ้นได้ เมื่อรัฐบาลลาออกและพวกทรราชได้รับโทษอย่างสาสม
นายสมศักดิ์ ยังกล่าวถึงความพยายามตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงของวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า ตนไม่เห็นความสำคัญของการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเพราะไม่รู้ว่าจะตั้งมาเพื่ออะไร จะให้สอบสวนว่ามีคนตายหรือไม่หรือตายด้วยวิธีอะไร ทั้งที่มีความชัดเจนแล้วว่ามีประชาชนตาย บาดเจ็บ แขนขาด ขาขาด เพราะการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สังคมเองก็พิพากษาแล้วจะให้มีการตรวจสอบอะไร แล้วที่สำคัญนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีเองก็ยอมรับแล้วว่า เป็นผู้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการชุมนุมเพื่อจะเข้าไปอ่านแถลงนโยบายที่สภาเองแล้วจะให้ตรวจสอบอะไร กรณีนี้ก็เหมือนการที่โจรสั่งโจรให้ไปสอบโจร จึงไม่เห็นความสำคัญใดๆเป็นมติที่ตลก อย่างไรก็ตามหากจะให้มีการสอบสวนจริงก็ต้องเป็นหน้าที่ขององค์กรสิทธิมนุษยชนหรือองค์การสหประชาชาติ ที่มีหน้าที่ดำเนินการไปตามกฎหมาย
นายสมศักดิ์ กล่าวถึง กิจกรรมในการชุมนุมว่า ขณะนี้กำลังรอเอกสารข้อเท็จจริงเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค.ที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล จัดพิมพ์อยู่ หากเรียบร้อยจะจัดทีมออกไปแจกจ่ายให้ประชาชนจำนวน 5 แสนชุดตามสถานที่ต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริง ทั้งนี้คิดว่าจะไม่เกิดความรุนแรงหากการไปแจกเอกสารแล้วจะเจอกลุ่มต้าน เพราะถือเป็นสิทธิเสรีภาพทางความคิดซึ่งแต่ละคนมีสิทธิที่จะดำเนินการ
นายสมศักดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ประกาศจะรวมตัวกลุ่มประชาชนและอดีตตำรวจมาทวงคืนทำเนียบรัฐบาล ว่า ตนไม่อยากให้น้ำหนักกับพล.ต.อ.สล้าง เพราะหากใครไปดูประวัติศาสตร์ก็จะรู้ว่าเป็นคนอย่างไร ไม่ว่าจะในเหตุการณ์ 6 ตุลาหรือกรณีโจ ด่านช้าง อย่างไรก็ตามหากมาจริง ประชาชนที่มาชุมนุมก็มีสิทธิที่จะปกป้องตัวเองหากถูกรังแกหรือทำร้าย เพราะเราชุมนุมในพื้นที่ของเรา ไม่ได้ไปรุกรานใคร และคงไม่จำเป็นต้องประกาศให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมกันมากๆ เนื่องจากเมื่อได้รับฟังข่าวพวกนี้ ประชาชนก็เดินทางมาร่วมชุมนุมกันอย่างเนืองแน่นเอง และคิดว่าจะมีจำนวนมากกว่ากลุ่มอดีตตำรวจที่พล.ต.อ.สล้างจะนำมาอย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯในช่วงเช้ายังคงมีประชาชนมาร่วมชุมนุมอย่างคึกคัก ในขณะที่บนเวทีมีการรายงานข่าวสารประจำวันและโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ก่อเหตุรุนแรงในการปราบปรามประชาชน โดยน.ส.อัญชลี ไพรีรักษ์ ผู้ดำเนินรายการ ได้โจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ระบุว่ากลุ่มพันธมิตรฯกำระเบิดไว้เอง และกรณีการเสียชีวิตของน.ส.อังคณา ระดับปัญญาวุฒิ เพราะหนีบระเบิดเข้ามาเอง รวมทั้งสื่อมวลชนที่เอาข่าวที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงไปลงข่าว โดยไม่เรียกร้องให้ขอโทษ แต่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายไปตายเสีย
ต่อมาเวลา 11.30 น. นายวีระ สมความคิด กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.อ.สล้าง ระบุจะยึดทำเนียบคืนว่า ถือว่าเป็นคำพูดที่ผิดกฎหมายอาญา เพราะยุยงให้คนมาทำร้ายผู้ชุมนุมที่อยู่ในทำเนียบรัฐบาล ไม่ทราบว่า สตช.ปล่อยให้เป็นอย่างนี้ได้อย่างไร ทั้งนี้แผนการที่จะให้พล.ต.อ.สล้าง ออกหน้า เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถที่จะสลายกลุ่มผู้ชุมนุมได้ด้วยความรุนแรง จึงไปอาศัยนปก.มาจัดการกลุ่มผู้ชุมนุมแทน
นายวีระ ยังกล่าวถึงกรณีที่ ส.ต.ต.ณัฐวุฒิ จันทร ที่มีรูปเล็งอาวุธปืนโดยอ้างว่าจะยิงยางรถยนต์นั้น ถือว่าโกหก เพราะบริเวณดังกล่าวไม่มีรถยนต์ มีแต่รถตำรวจที่ยางแบนอยู่แล้ว และกลุ่มผู้ชุมนุมนำมากั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาทำร้ายและไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจถือพกอาวุธร้ายแรงเข้ามาสลายการชุมนุมได้อย่างไร และจะต้องเอาผิดกับผู้บังคับบัญชาที่อนุญาตให้ ส.ต.ต.ณัฐวุฒิ พกพาอาวุธปืน
ไขปริศนาตร.สลายม็อบโยนบาปเหยื่อตุลาเลือด
ถ้อยแถลงของตำรวจต่อเหตุการณ์ ตุลาเลือด หลายกรณีเข้าข่ายบิดเปือน ข้อเท็จจริง ยิ่งพยานวัตถุและบุคคลปรากฏในเวลาต่อมา ยิ่งทำให้ความไว้ใจเจ้าหน้าที่ลดทอนลง โดยเฉพาะกรณี ชายขาขาด ที่ตำรวจชี้ว่า เขา คือ คนพิการ ก่อนที่สังคมจะเกิดความสับสน คม ชัด ลึก จึงไขปริศนาที่ว่านี้
| Hit : สล้าง ณัฐวุฒิ |














