โฆษิตเผยงบปี 51 เน้นภาระกิจเร่งด่วน เลือกตั้ง-ปัญหาใต้ ยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหลักพัฒนาประเทศ ด้านฉลองภพย้ำตั้งงบขาดดุล 1.66 ล้านล้านบาท เพื่อรักษาวินัย การคลังและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
(25มิย.) คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ติดตามมติของสภา และตรวจรายงานการประชุม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง สภานิติบัญญัติแห่งชาติกับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2551 โดยนายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.
อุตสาหกรรม ได้ปาฐกถาเรื่อง ยุทธศาสตร์งบประมาณ 2551 ว่า รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณในเรื่องสำคัญเร่งด่วน 2 เรื่องคือ งบการเลือกตั้งจำนวน 3,700 ล้านบาท และงบแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งอยู่ในงบกลางจำนวน 7,500 ล้านบาท ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจที่มีเป้าหมายการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจร้อยละ 5 โดยได้มีการจัดงบประมาณแบบขาดดุลร้อยละ 1.8 เนื่องจากภาคเอกชนยังไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นเราจึงได้เตรียมแผนงานในด้านการลงทุนเพื่อกระตุ้นการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้รัฐบาลมีการปรับใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นหลักในการพัฒนาและบริหารเศรษฐกิจของประเทศ โดยมียุทธศาสตร์หลัก คือ การเชื่อมโยงงานกับภาคส่วนต่างๆ โดยเชื่อมโยงระหว่างการทำงานของชุมชนกับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนราชการ ให้มีแนวทางการทำงานภายใต้ยุทธศาสตร์ อยู่ดีมี สุขเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน ในด้านการเกษตรจะมีการเชื่อมโยงงานกับปราชญ์ชาวบ้าน
ด้านอุตสาหกรรมจะเชื่อมโยงกับหอการค้า สภาอุตสาหกรรม ภายใต้แผนผลิตภาพ ของชาติ สุดท้ายการเชื่อมโยงในเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญา ที่ประเทศของเราอยู่ใน อันดับเกือบต่ำสุดที่เราจะต้องเร่งดำเนินการโดยเน้นการผลิตและการวิจัย
นายโฆษิต กล่าวว่า สำหรับเป้าหมายยุทธศาสตร์ระดับชาติมี 6 ข้อ คือ 1.การ พัฒนาคุณภาพคน 2.การพัฒนาชุมชนและการแก้ไขปัญหาความยากจน 3.การปรับโครง สร้างเศรษฐกิจ 4.การสร้างความมั่นคงของฐานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมและ5.และการส่งเสริมธรรมาภิบาล
นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.คลัง กล่าวว่า รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณ ปี 2551 แบบขาดดุลจำนวนรวมทั้งสิ้น 1.66 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 18.3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ซึ่งได้มีการประมาณการรายได้สุทธิจำนวน 1,495,000 ล้าน บาทหรือคิดเป็นร้อยละ 16.5 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ
โดยกำหนดเป็นวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณจำนวน 165,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.8 ของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ รวมทั้งควบคุมสัดส่วนยอดหนี้สาธารณะคงค้างต่อผลิตภัณฑ์ มวลรวมของประเทศเบื้องต้นไม่เกินร้อยละ 50 และสัดส่วนภาระหนี้ต่อวงเงินงบประมาณราย จ่ายไม่เกินร้อยละ 15 ตามที่กำหนดไว้ในกรอบการคลังที่ยั่งยืน
ทั้งนี้เพื่อรักษาระดับการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และคำนึงถึงการรักษาวินัยทางการ คลังและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างงบประมาณปี 2551 กระทรวงศึกษาธิการได้รับการจัดสรรมากที่สุด คือ18.2 % ของงบประมาณทั้งหมด รองลงมาคือ งบกลาง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง ตามลำดับ
| Hit : 2551 ล้านบาท คลัง ล้านล้านบาท ร้อยละ |













