สมคิด รุดแจงสื่อสดศรี เข้าใจผิดส.ส.ร.บี้ถอดก.ก.ต. ชี้ ถอนแปรญัตติแล้ว ระบุ อยู่ได้อีกครึ่งวาระหลังรธน.ประกาศ ใช้มัชฌิมาเรียกร้องสสร.เร่งทำความชัดเจน อายุ กกต.หวั่นเข้าสู่มุมอับทางการเมือง
(25มิย.) ผู้สื่อข่าวรายงานภายหลังจากนางสดศรี สัตยธรรม เตรียมจะลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากมีส.ส.ร.บางคน จะแปรญัตติให้ก.ก.ต.อยู่ในตำแหน่งได้เพียง 1 ปี ปรากฎว่านายสมคิด เลิศไพฑูรย์ เลขานุการกรรมาธิการยกร่างฯ ได้รีบมาแก้ข่าวที่ห้องสื่อมวลชน โดยยืนยันว่า ทั้งนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตรและนายวัชรา หงส์ประภัศร ส.ส.ร.ได้ถอนคำแปรญัตติออกไปแล้วภายหลังกรรมาธิการยกร่างฯได้ปรับแก้เนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับรับฟังก่อนนำเสนอยังสภาร่างรัฐธรรมนูญ
โดยแก้ให้กรรมการองค์กรอิสระชุดปัจจุบันดำรงตำแหน่งได้เพียงครึ่งวาระเท่านั้น เช่น องค์กรอิสระใดมีวาระดำรงตำแหน่ง 9 ปี ก็จะเหลือ 4 ปีครึ่ง ซึ่งจะเริ่มนับทันทีที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ อย่างไรก็ตาม เช้าวันนี้ตนได้หารือกับนางสดศรีแล้ว แต่ไม่ทราบว่า ทำไมถึงออกมาพูดเช่นนี้ ส่วนที่นางสดศรี ระบุว่า มี สสร. หลายคนต้องการเป็น กกต. นั้น ตรงนี้ไม่ทราบข้อเท็จจริง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับก.ก.ต.ชุดปัจจุบันนั้นมีวาระ 7 ปี ซึ่งถ้ารัฐธรรมนูญฉบับปี 50 ประกาศใช้เป็นไปตามร่างของ กมธ.ยกร่างฯโดยไม่มีส.ส.ร.ขอแปรญัตติ นั้นก.ก.ต.จะอยู่ในตำแหน่งได้อีก 3 ปีครึ่ง
ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน หัวหน้ากลุ่มมัชฌิมา แถลงภายหลังประชุมว่าเป็นห่วงการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.)ทั้งในเรื่องประเด็นให้บรรจุพุทธศาสนาในรัฐธรรมนูญ คุณสมบัติของผู้รับสมัคร ส.ส.ในมาตรา67(4)ที่ห้ามกรรมการบริหารพรรคที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งในกรณียุบพรรค รวมทั้งอายุของคณะกรรมการการเลือกตั้งนั้น หากรัฐธรรมนูญกำหนดให้อายุ กกต.สั้นลงไป ถ้ากกต.ลาออกจะเกิดความยุ่งเหยิง อาจเป็นข้ออ้างให้การเลือกตั้งเชื่องช้าออกไป
ดังนั้นอยากให้สสร.ได้ตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดจากรัฐธรรมนูญใหม่อย่างยิ่ง หากไม่พิจารณาบนความเป็นจริง ไม่ฟังเสียงประชาชนและส่วนที่เกี่ยวข้อง อาจทำให้การเมืองมุ่งเข้าสู่มุมอับมากยิ่งขึ้น เป็นการสร้างระบบร่างทรงอันใหม่ แตกแยกเป็นฝักเป็นฝ่าย จึงเรียกร้องให้สสร.พิจารณาให้เกิดความชัดเจนถึงความเป็นจริงทางการเมืองเพื่อร่วมมือสร้างประเทศให้เจริญต่อไป
เมื่อถามถึงกรณีที่กกต.เตรียมหารืออาจจะลาออกจากการกำหนดในรัฐธรรมนูญให้อายุกกต.สั้นลงนั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การที่กกต.แสดงออกชัดเจนอย่างนี้ มาจากสสร.ไม่ทำให้เกิดความชัดเจนในรัฐธรรมนูญ จึงทำให้เกิดความวุ่นวาย อาจส่งผลกระทบหลายอย่างตามมาทั้งในการเตรียมการเลือกตั้งมีปัญหา ดังนั้นสสร.จะต้องสร้างความชัดเจนเพื่อผลโดยรวมของประเทศ
นายสมศักดิ์ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มรวมใจไทยนั้นว่า เป็นการเตรียมจัดตั้งพรรคการเมือง เหมือนกลุ่มมัชฌิมา เพราะยังไม่สามารถ จดทะเบียนจัดตั้งพรรคได้ ก่อนหน้านี้เราได้ร่วมหัวจมท้ายกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี แต่ปัจจุบันได้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองทั้งคู่ซึ่งคงไม่สามารถอยู่แถวหน้าทางการเมืองได้ แต่เราก็ยังเดินหน้าต่อไปในให้การสนับสนุนต่อไป เมื่อจะมีการตั้งกลุ่มรวมใจไทยขึ้น ก็ขอแสดงความยินดี ส่วนตัวก็ยังรักกันอยู่ แต่ต่างมีแนวทางของกลุ่มที่จะพัฒนาเป็นพรรค ซึ่งจะต้องผลักดันนโยบายเศรษฐกิจชุมนุมและสังคมเมืองต่อไป
เมื่อถามว่าในอนาคตทั้งกลุ่มมัชฌิมากับกลุ่มรวมใจไทยจะมาทำงานร่วมกันหรือไม่ หัวหน้ากลุ่มมัชฌิมา กล่าวว่าเป็นเรื่องของอนาคตแต่ทิศทางของกลุ่มมัชฌิมาเดินไปไกลแล้ว แม้สมาชิกหลายคนจะต้องการนายสมคิด แต่เมื่อไม่สามารถทำงานการเมืองได้แล้ว เราก็ควรจะอยู่กันคนละกลุ่ม และเรื่องนี้ได้พูดคุยกับนายสมคิดแล้วจะพัฒนาเป็นพรรคการเมืองต่อไปซึ่งมัชฌิมาก็เดินในทิศทางของเรา ในส่วนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น ได้ประกาศชัดเจนแล้วว่าจะไม่กลับเลือกตั้งอย่างแน่นอน เราจึงจำเป็นต้องเดินหน้าต่อไปอย่างเข้มแข็งสมบูรณ์ ชัดเจนซึ่งในการสัมมนาทิศทางการเมืองของกลุ่มในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ที่โรงแรม เดอะแกรนด์ รัชดา คงจะมีความชัดเจนมากขึ้น
หัวหน้ากลุ่มมัชฌิมา กล่าวยืนยันว่า หากกฎหมายเสร็จสิ้นเปิดโอกาสให้สามารถจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองได้ ก็เชื่อว่าภายใน 1 สัปดาห์ก็สามารถจัดตั้งได้เนื่องจากได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้วจากนั้นไม่นานก็คงจะทราบว่าใครเป็นหัวหน้าพรรคฯได้ทันที
| Hit : หัวหน้ากลุ่มมัชฌิมา |













