-- บรรหารระบุคมช.ประชุมร่วมครม.ไม่เคยเกิดขึ้น แต่ภาวะรัฐบาลขาลงก็ทำได้ ต้องนำข้อเสนอไปปฎิบัติ แนะเปิดให้สนช.ซักฟอกรัฐบาล จะได้รู้ข้อบกพร่อง ห่วงยิ่งใกล้ 30 พ.ค. ศาลรธน.ชี้คดียุบพรรคบ้านเมืองวุ่นวาย-ชี้ชะตาการเมืองไทย จวกกมธ.ยกร่างฯรีบคลอดร่างแรก ทั้งที่ยังไม่ตกผลึก เหน็บคนร่างไม่ได้เล่น มั่นใจกลุ่มม็อบมีท่อน้ำเลี้ยง ท้าถาม สมศักดิ์-สนธยาเคยนำม็อบมาก่อน
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 25 เม.ย. นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พล.อ.สนธิ บุญรัตนกลิน ผบ.ทบ.และประธานคมช. เข้าร่วมประชุมครม.กับรัฐบาล ว่า เป็นความใจกว้างของรัฐบาลที่ให้ประธานคมช.เข้าร่วมประชุมครม. แต่ความจริงโดยวิธีการคงไม่ถูกต้องนัก เพราะคมช.ต้องอยู่ส่วนหนึ่ง รัฐบาลต้องอยู่ส่วนหนึ่ง แต่เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น มีความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน ถ้าปล่อยนานเข้าปัญหาย่อมเกิดขึ้นแน่ ดังนั้นการเชิญประธานคมช.เข้าร่วมประชุมครม. ในภาวะที่รัฐบาลขาลง จึงชอบด้วยเหตุผล เมื่อคมช.เสนอความคิดเห็นให้รัฐบาลร่วมกัน แล้วผลทางปฏิบัติต้องเกิดขึ้น เพราะสื่อกับประชาชนต้องจับตาดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง คมช.แนะนำรัฐบาลทำหรือไม่ เพราะถ้าไม่ทำก็ไม่เกิดประโยชน์
การร่วมประชุมเช่นนี้ ผลดีมีมากกว่าผลเสีย และไม่เคยมี แต่ในยามภาวะเช่นนี้ ก็เพื่อความเข้าใจ ไม่เช่นนั้นสื่อจะเขียนถึงเรื่องความขัดแย้งอยู่เรื่อย ทั้งที่ความจริงจะมีหรือไม่ก็ไม่รู้ ตอบไม่ได้ อาจจะมีแต่ไม่มีการพูดซึ่งกันและกัน แต่เมื่อเข้าร่วมประชุมก็พูดกันอย่างตรงไปตรงมา คิดว่าประธานคมช.คงมีหลายเรื่องที่จะพูดกับรัฐบาล และรัฐบาลบริหารงานมา 7 เดือน แล้วไม่รู้ว่าจะรู้ข้อบกพร่องของตัวเองหรือเปล่า มีผลงานอะไรบ้างที่ออกมาเป็นรูปธรรม ซึ่งผมคิดว่าคงมองปัญหาต่างๆของตัวเองไม่ชัดเจนนายบรรหาร กล่าวและเสนอว่า หากรัฐบาลเปิดโอกาสให้สนช. เปิดอภิปรายผลงานของรัฐบาลทุกกระทรวง คิดว่าน่าจะเป็นผลดี ใช้เวลา 2 วัน เพราะสนช.มีผู้ที่มีความรู้หลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม เสนอแนะรัฐบาลว่านายกฯควรจะทำงานอย่างไรบ้าง จะได้รู้ข้อบกพร่องของแต่ละกระทรวง นายกฯจะได้หยิบข้อมูลทั้งหมดนี้ไปแก้ไข
หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า ส่วนการชุมนุมของพระสงฆ์ที่ต้องการให้บรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาตินั้น เรื่องนี้ตนไม่มีความเห็น แล้วแต่เสียงส่วนใหญ่จะเอาอย่างไร แต่เมื่อความวุ่นวายจะเกิด แล้วทำไมเราไม่หยุดกัน แต่จากการที่ดูกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญแล้ว เห็นว่ายังมีความสับสนอีกหลายมาตรา แล้วทำไมไม่เอารัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ง่าย ไม่ยาก และตอนนี้มีกระแสไม่รับรัฐธรรมนูญออกมาแล้ว ตนก็มีความวิตกกังวล และเหตุการณ์หลายด้านประดังเข้ามา ทำไมเราไม่ช่วยกันแก้วิกฤตทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ต้องคอยดูว่าจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งขอภาวนาให้ทุกอย่างราบรื่นก็แล้วกัน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ประธานคมช. ระบุเกรงจะมีวิกฤตเกิดขึ้น น่าเชื่อถือหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ประธานคมช.มีข้อมูลหลายด้าน มีแหล่งข่าวมาก ตอนนี้ฝ่ายรุกเขาก็รุก ฝ่ายรับก็ตั้งรับ รัฐบาลก็ต้องแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และถึงอย่างไรก็ขอให้นายกฯอดทน อยู่ให้ครบก็แล้วกัน ยิ่งใกล้วันที่ 30 พ.ค.เท่าไหร่เหตุการณ์ยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งวันนั้นจะเป็นวันชี้อะไรบางอย่างของพรรคการเมือง ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ว่าจะยุบหรือไม่ยุบ คดีความต่างๆก็จะประดังกันเข้ามาในช่วงนั้น ตอนนี้ตนรู้สึกเป็นห่วงบ้านเมืองในขณะนี้มาก เพราะไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ และวิกฤตการณ์จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ก็ตอบไม่ได้
เราไม่รู้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำตัดสินอย่างไร ถ้ามีคำตัดสินอย่างไรต่างก็มีผลสะท้อนกลับมาทั้งนั้น แนวโน้มจะยุบหรือไม่ ต้องคอยดู แต่คิดว่าศาลรัฐธรรมนูญตัดสินได้เร็วนั้นดีแล้ว การเมืองจะได้มีทิศทางว่าจะเดินหน้าต่อไปกันอย่างไร พวกที่อยู่สังกัดพรรคการเมืองจะได้คิดว่าจะอยู่พรรคเดิมหรือไม่ จะย้ายพรรคหรือไม่ หรืออาจจะคิดว่าจะย้ายมาอยู่พรรคชาติไทยหรือไม่ อย่างนี้เป็นต้น นายบรรหาร กล่าวอย่างอารมณ์ดี
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าวันที่ 30 พ.ค.นี้จะเป็นวันชี้ชะตาการเมืองไทย นายบรรหาร กล่าวว่า ใช่ ชี้อย่างแน่นอน ทำให้กระจ่างชัดขึ้นในระดับหนึ่ง
เมื่อถามว่า แสดงว่าการเมืองไทยจะสว่างหรือมืดก็จะรู้ในวันนั้น นายบรรหาร กล่าวว่า คิดว่ามันจะสว่างมากกว่า แต่จะสว่างมากหรือน้อยเท่านั้น คงไม่มืด เพราะถึงแม้ว่าจะมีคำตัดสินยุบพรรค เขาก็มีการเตรียมพรรคอะไหล่ขึ้นไว้แล้ว มีการเตรียมชื่อไว้หมดแล้ว เว้นแต่กรณีผู้บริหารพรรคจะลงรับสมัครเลือกตั้งไม่ได้เป็นเวลา 5 ปี ประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญที่จะรู้ว่ามืดหรือสว่าง
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่จะมีร่างรัฐธรรมนูญกรอบแรก ในวันที่ 26 เม.ย.นี้ นายบรรหาร กล่าวว่า คณะกรรมาธิการร่างฯบางเรื่องยังไม่ตกผลึกเลย ไม่น่าจะออกมาทั้งที่ยังไม่เสร็จ ทำแบบลวกๆอย่างนี้ปัญหาจะเกิดขึ้น เช่นเรื่องการเลือกเป็นพวงหรือไม่ก็ยังตกลงกันไม่ได้แล้วจะไปบัญญัติในร่างฯได้อย่างไรเป็นการเตะลูกเข้ารกเข้าพง
เมื่อถามว่า หากร่างแรกยังไม่เรียบร้อยก็ยังไม่น่าจะออกมาใช่หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่ควรไปแตะต้อง โดยเฉพาะประเด็นวิธีการเลือกตั้งไม่ควรไปแตะ มันดีอยู่แล้ว บัญชีรายชื่อไม่มีก็ยกเลิกไปเลย แต่นี่ยังสงสารอีก เอามาเป็นแบบสัดส่วนโดยแบ่งประเทศไทยออกเป็นสัดส่วน
ต่อข้อถามว่า เป็นเพราะมองนักการเมืองในภาพลบ และกลัวกันมากเกินไปหรือไม่ หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า บ้านเมืองถึงได้เกิดปัญหา เพราะพวกท่านเหล่านี้มองนักการเมืองไปอีกแบบนี่แหละ คนร่างไม่ได้เล่น คนเล่นไม่ได้ร่าง เหมือนคนเคยแต่งงานก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร คนไม่เคยแต่งก็อยากจะแต่ง มันเป็นเสียอย่างนี้
เมื่อถามว่า หากม็อบวุ่นวายเกรงหรือไม่ว่าจะมีการปฏิวัติซ้ำปฏิวัติซ้อนขึ้นมา นายบรรหาร กล่าวว่า คุณเธอจะเอาอย่างไรก็เอากันเถอะ ผมเอาด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า เชื่อหรือไม่ว่ามีการต่อท่อน้ำเลี้ยงมาให้กลุ่มผู้ชุมนุมกดดันคมช.กับรัฐบาล นายบรรหาร กล่าวว่า เราเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่เด็ก พูดเพียงว่า เมื่อมาอย่างนี้ต้องใช้เงินหรือไม่ ไม่ต้องพูดอะไรกันมาก และใช้เท่าไหร่ สมัยเมื่อ 20 ปีก่อน พรรคชาติไทยเป็นฝ่ายค้าน มีการโจมตีรัฐบาลหน้าทำเนียบ หน้ากระทรวงพาณิชย์เยอะไปหมด พรรคก็ต้องมีค่าใช้จ่ายให้เขา ถามนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล กับนายสนธยา คุณปลื้ม ดูได้ เรื่องง่ายๆแค่นี้ไม่น่าจะมาถามตน
เมื่อถามว่า ประเมินว่าม็อบที่จะมีขึ้นช่วงเดือนพ.ค.นี้ จะใช้งบฯสักเท่าไหร่ นายบรรหาร กล่าวว่า มามากก็ใช้มาก มาน้อยก็ใช้น้อย ระบบตัวเลขเท่าไหร่คงตอบไม่ได้
| Hit : นายบรรหาร เข้าร่วมประชุมครม กับรัฐบาล หัวหน้าพรรคชาติไทย ประธานคมช |














