
เจริญ ติดหัวรบ ยูนิเวนเจอร์ อัดฉีด ทุน ไม่อั้นตีกันคู่แข่ง กินรวบ บ้าน-คอนโดฯ ระดับกลาง-บน
กลายเป็นข่าวครึกโครมและสร้างความแปลกใจชนิดหักปากกาเซียนคนในวงการอสังหาริมทรัพย์อย่างยิ่ง เมื่อบริษัท อเดลฟอส จำกัด ของ ฐาปน และ ปณต 2 ทายาทเจ้าสัว เจริญ สิริวัฒนภักดี แห่ง ที.ซี.ซี. แลนด์ เข้าซื้อหุ้นลอตแรก 22.51% ในบริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน)
ถือเป็น ดีล ที่เกิดขึ้นเงียบๆ โดยกลุ่ม ผู้ถือหุ้นใหม่ตั้งธงที่จะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ถือครองหุ้นในสัดส่วน 51.84% หลังทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมด (เทนเดอร์ออฟเฟอร์) ในราคา 2.04 บาท/หุ้น ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 3 ตุลาคมนี้ ตามเงื่อนไขตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
กรณีดังกล่าวคนในวงการอสังหาฯต่างมองว่า ยูนิเวนเจอร์ จะเป็น จิ๊กซอว์ ตัวใหม่ของ เจ้าสัว หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ผลักดันให้ ที.ซี.ซี. แลนด์ และ ที.ซี.ซี. แคปปิตอลแลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกับ แคปปิตอลแลนด์ จากสิงคโปร์ ที่มี วัลลภา ไตรโสรัส และ โสมพัฒน์ ไตรโสรัส นั่งกุมบังเหียนอยู่ ปั้นแบรนด์บุกตลาดอสังหาฯระดับไฮเอนด์ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว
ยูนิเวนเจอร์ จึงน่าจะเป็น หัวรบ ใหม่ ที่ พุ่งเป้ากินรวบตลาดระดับกลาง-บนเป็นหลัก เพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนและแย่งตลาดกันเอง แต่จะเน้นพัฒนา โปรดักต์คนละเซ็กเมนต์เพื่อตีกันคู่แข่งรายอื่นๆ
ว่ากันว่า...เม็ดเงินใหม่ที่เสี่ยเจริญใส่เข้ามาในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ นอกจากจะทำให้ ยูนิเวนเจอร์ มีกระแสเงินสดเข้ามาทันทีกว่า 1 พันล้านบาท สำหรับนำไปขยายธุรกิจในอนาคตแล้ว ยังส่งผลให้ฐานะทางการเงินแข็งแกร่งขึ้นทันตาเห็น เนื่องจากเงินทุนที่มีอยู่ในมือขณะนี้สามารถนำไปพัฒนาโครงการใหม่มูลค่าสูงถึง 5,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกันในส่วนของสัดส่วนหนี้สินที่ปัจจุบันมีอยู่ 128 ล้านบาท ในทางบัญชีถือว่าอยู่ในระดับต่ำมากๆ แทบจะกลายเป็นศูนย์
ยอมรับว่าเดิมเรามีข้อจำกัดทางด้านเงินทุน ทำให้ขยายธุรกิจได้ไม่เต็มที่นัก แต่หลังจากที่มีเม็ดเงินใหม่เข้ามา เรามองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่กว้างมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาโปรเจ็กต์ที่มีมูลค่าสูงๆ อรฤดี ณ ระนอง ประธานอำนวยการ ยูนิเวนเจอร์อธิบาย
พร้อมกับย้ำว่า แม้จะมีกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่เข้ามา แต่การบริหารจัดการภายในบริษัทก็ยังอยู่ในมือของผู้บริหารกลุ่มเดิม เพียงแต่ผู้ถือหุ้นใหม่จะส่งกรรมการเข้ามานั่งในบอร์ด ได้แก่ ฐาปน ปณต และ สิทธิชัย ชัยเกรียงไกร ในฐานะกรรมการและกรรมการบริหาร
หลังผลัดใบ ทิศทางการลงทุนของ ยูนิเวนเจอร์ จะเปลี่ยนไป โดยให้น้ำหนักไปที่การลงทุนในธุรกิจอสังหาฯเพิ่มขึ้นเป็น 78% ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจนี้ที่ 20% โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจผลิตและ จำหน่ายผงสังกะสีออกไซด์ รวมทั้งธุรกิจพลังงาน และธุรกิจอื่นๆ
เรายังมองหาโอกาสทางธุรกิจที่สร้างรายได้ระยะยาวด้วย ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม เซอร์วิส
อพาร์ตเมนต์ อาคารสำนักงาน ทั้งหมดนี้เป็นธุรกิจที่อยู่ในความสนใจและจะเข้าไปลงทุน
เป้าหมายต่อไปของ ยูนิเวนเจอร์ คือ การเข้าไปเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นประมาณ 60% ในบริษัท แกรนด์ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท แอล.พี.เอ็น. ดิเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และกลุ่ม เยาววงศ์ จากเดิม ยูนิเวนเจอร์ ถือใน สัดส่วน 33.3%
หากสำเร็จจะทำให้ ยูนิเวนเจอร์ กลายเป็นบริษัทพัฒนาที่ดินเต็มตัว
สำหรับผู้ถือหุ้นรายเดิมอีก 2 รายจะยังคงร่วมลงทุนอยู่เช่นเดิม แต่จะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเท่านั้น คาดว่าเรื่องนี้น่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้
นโยบายหลักของ ยูนิเวนเจอร์ ยังคงลงทุนอสังหาฯทั้งแนวราบและแนวสูง หากลงทุนในโครงการแนวราบจะลงทุนภายใต้ บริษัท ปริญเวนเจอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง ยูนิเวนเจอร์ กับ บมจ.ปริญสิริ ส่วนโครงการแนวสูงจะมีบริษัท แกรนด์ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด เป็นหัวหอกหลัก ที่เน้นเป็นพิเศษคือการรุกเข้าซื้อและพัฒนาทรัพย์สินรอการขายหรือเอ็นพีเอ และโครงการที่ประสบปัญหา
การลงทุนในโครงการสร้างค้างหมายรวมถึงโปรเจ็กต์ที่กำลังเริ่มมีปัญหาด้วย หากเห็นว่ามีศักยภาพและจะขาย เราก็จะเข้าไปซื้อกิจการมาพัฒนาต่อ ตอนนี้ในตลาดมีโครงการในลักษณะนี้อยู่จำนวนมาก ที่กำลังศึกษาความเป็นไปได้มี 2-3 โครงการ มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้
ในส่วนของรายได้ ธนพล ศิริธนชัย เอ็มดี ยูนิเวนเจอร์ บอกว่า ปีนี้คงอยู่ในระดับ 1,550 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปี 2549 เนื่องจากภาพรวมธุรกิจอสังหาฯปีนี้ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ และที่ผ่านมาบริษัทไม่ได้ขยายการลงทุนอสังหาฯมากนัก ทำให้มีรายได้เข้ามาค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับธุรกิจผลิตและจำหน่ายผงสังกะสีออกไซด์
สำหรับโครงการที่จะทยอยรับรู้ คือ โครงการแกรนด์ พาร์ควิลล์ วิภาวดี ซึ่งร่วมทุนกับกลุ่ม แอล.พี.เอ็น. ดิเวลลอปเมนท์ มูลค่า 400-500 ล้านบาท ยูโรเปี้ยนและนอร์ธเทิร์น ที่ร่วมทุนกับ ปริญสิริ มูลค่า 900 ล้านบาท
แน่นอนว่าการขยับรุกครั้งใหม่ของ ยูนิเวนเจอร์ ที่มีกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ ของตระกูล สิริวัฒนภักดี หนุนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งมีความพร้อมทั้งทุน เทคโนโลยีหรือการบริหารจัดการ ภายใต้การดำเนินการของเครือข่ายพันธมิตร ที่มีความเชี่ยวชาญตลาดในแต่ละเซกเมนต์จะดำเนินไปตามจังหวะ และพร้อมจะรุกใหญ่โดยเมื่อสบโอกาส โดยไม่ต้องรีรอหรือห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนกับหน่วยรบขาดเสบียงหรือกระสุนเหมือนที่ผ่านมาอีก
ในอนาคตหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน โดยเฉพาะ ทุน ที่พร้อมจะอัดฉีดอย่างไม่อั้นและ ต่อเนื่อง คงติดสปริงรายได้ ยูนิเวนเจอร์ โตแบบก้าวกระโดด
หน้า 11














