แนเชอรัล พาร์ค กลายเป็นเสือลำบาก หลังเจอมรสุมลูกแล้วลูกเล่า โดยเฉพาะช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้งการถูกจับตามองจากตลาดหลักทรัพย์ฯ โยงใยเรื่องการปั่นราคาหุ้น ปัญหาหนี้ธนาคารกรุงไทย กรณีผู้บริหารเดิมคือ ทศพงศ์ จารุทวี กับ สว่าง มั่นคงเจริญ ถูกตรวจสอบเรื่องการถ่ายโอนทรัพย์สินออกจากบริษัท ฯลฯ
แม้หลายๆ กรณีจะไม่มีมูลหรือไม่มีหลักฐานชัดเจน แต่ถ้าเทียบกับช่วงก่อนหน้านั้น เห็นชัดเจนว่า เอ็นพาร์ค ในวันนี้กับเมื่อหลายปีก่อนต่างกันแบบหน้ามือเป็นหลังมือ เช่นเดียวกับสถานะทางการเงินและสภาพคล่องที่มีแนวโน้มลดลง
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ฯระบุว่า ณ วันที่ 31 มี.ค. 2550 แนเชอรัล พาร์ค มีสินทรัพย์รวม 10,812 ล้านบาท หนี้สินรวม 5,670 ล้านบาท มีรายได้รวม 227 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 296 ล้านบาท
ขาดทุนสุทธิต่อหุ้น 0.04 บาท เทียบกับวันที่ 31 ธ.ค. 2549 มีสินทรัพย์รวม 11,268 ล้านบาท หนี้สินรวม 5,465 ล้านบาท รายได้รวม 973 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 1,050 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 0.13 บาท
ย้อนหลังไป 2 ปีก่อนหน้านั้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2547 สินทรัพย์รวมมีทั้งหมด 17,172 ล้านบาท หนี้สินรวม 9,299 ล้านบาท รายได้รวม 3,020 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 586 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 0.07 บาท และปี 2548 มีสินทรัพย์รวม 13,600 ล้านบาท หนี้สินรวม 6,368 ล้านบาท รายได้รวม 2,754 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 669 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 0.08 บาท
การแก้เกมปมปัญหาด้านกฎหมาย และเดินหน้าสานต่อภารกิจซึ่งเป็นธุรกิจหลักขององค์กรเพื่อพลิกสถานะจากตั้งรับกลับมาเป็นรุกก่อนที่จะสายเกินแก้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด และมีผลอย่างมากต่ออนาคตของ เอ็นพาร์ค
หน้า 11
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้วครั้ง














