ลูกค้ากู้ซื้อบ้านได้เฮอีกระลอก ธอส. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงอีก 0.25% ดีเดย์ 1 กรกฎาคมนี้ พร้อมปลดล็อกเกณฑ์กู้ซื้อบ้านหลังแรกภายใต้แพ็กเกจดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี 4.99% หลังพบไม่เวิร์ก ต้องตรวจสอบคุณสมบัติผู้กู้ละเอียดยิบ ส่งผล 2 เดือนปล่อยกู้ได้แค่ 1.2 พันล้านบาท จากวงเงินที่ตั้งไว้ 5 พันล้านบาท ขรรค์ ประจวบเหมาะ มั่นใจหลังปรับเกณฑ์ใหม่ยอดฉลุย เตรียมวงเงินกว่า 2 หมื่นล้านบาทรองรับ ชี้ทิศทางดอกเบี้ยเริ่มใกล้ถึงจุดต่ำสุดแล้ว
นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ทิศทางของอัตราดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านในขณะนี้มีสัญญาณที่บ่งชี้ว่าใกล้ถึงจุดที่ต่ำสุดแล้ว เชื่อว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยลงอีกเร็วๆ นี้อีกอย่างน้อย 0.25% ซึ่งน่าจะเป็นการปรับลดครั้งสุดท้าย แล้วมีแนวโน้มว่าจะไม่มีการปรับลดอีกแต่จะปรับสูงขึ้น โดยครึ่งหลังของปีนี้หรือกลางปี 2551 อาจได้เห็นดอกเบี้ยขาขึ้นอีกรอบ ดังนั้นในช่วงนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีของผู้บริโภคที่จะตัดสินใจยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย เพราะจะได้ดอกเบี้ยในเรตที่ดีที่สุด
ในส่วนของ ธอส.ได้ออกแพ็กเกจสินเชื่อใหม่เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อหรือสร้างบ้าน และลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าในภาวะเศรษฐกิจขาลง เป็นแพ็กเกจสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำคงที่ 3 ปี 4.99% สำหรับวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท และอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี 5.50% สำหรับวงเงินกู้ ตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป โดยธนาคารเตรียมวง เงินสำหรับสินเชื่อประเภทนี้ไว้ 2 หมื่นล้านบาท สำหรับลูกค้าใหม่ที่ต้องการกู้ซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม หรือไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น จะให้บริการได้ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ คาดว่าจะสามารถปล่อยสินเชื่อได้หมดภายใน 3 เดือน
ยอมรับว่าเงื่อนไขสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ย 4.99% ซึ่งเดิมจะปล่อยให้สำหรับคนซื้อบ้านหลังแรก เนื่องจากเป็นนโยบายของกระทรวงการคลังที่ต้องการให้เม็ดเงินกระจายลงสู่ผู้กู้ในระดับฐานราก เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของธนาคารมาก เพราะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบนานมาก ทำให้ปล่อยสินเชื่อได้ช้า โดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาสามารถปล่อยได้เพียง 1,200 ล้านบาทเท่านั้น
นายขรรค์กล่าวว่า การผ่อนปรนเงื่อนไขให้ผู้กู้รายย่อยทั่วไปเข้าถึงแพ็กเกจสินเชื่อ 4.99% ในครั้งนี้ จะทำให้ประชาชนตัดสินใจกู้ซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น อีกทั้งธนาคารมองว่าเป็นโอกาสที่จะขยายพอร์ตสินเชื่อได้มากกว่าเป้าหมายทั้งปีที่วางไว้ที่ 9.5 หมื่นล้านบาท อีกทั้งขณะนี้ธนาคารมีเงินในมือที่พร้อมจะปล่อยสินเชื่อกว่า 5 หมื่นล้านบาท จากการระดมเงินฝากภาคประชาชน ทำให้ไม่มีความกังวลใดๆ เกี่ยวกับวงเงินที่จะปล่อยกู้
นอกจากนี้ ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทลอยตัวพิเศษลงอีก 0.25% จากเดิมปีที่ 1 MRR -1.50% เป็น MRR -1.75% ปีที่ 2 MRR -1.25% เป็น MRR -1.50% และปีที่ 3 MRR -1.00% เป็น MRR -1.25% ทั้งนี้หากลูกค้าเก่าที่จะขอเปลี่ยนมาใช้อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวจะต้องเสียค่าธรรมเนียม 1% ของวงเงินสินเชื่อ
สำหรับตัวเลขการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร ถึงวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา สามารถปล่อยสินเชื่อได้กว่า 4.2 หมื่นล้านบาท เฉลี่ยวันละ 400 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคม ทำได้ทั้งสิ้น 774 ล้านบาท
หน้า 14
| Hit : หมื่นล้านบาท พันล้านบาท ประจวบเหมาะ ล้านบาท ปีที่ กรกฎาคมนี้ |














