กคช. ชงขอมติ ครม. ขอแบ่งเม็ดเงินกองทุนในประเทศเจียดมาปล่อยกู้ผู้มีรายได้น้อย เงื่อนไขผู้มีสิทธิ์กู้ต้องเป็นสมาชิกกองทุนอยู่แล้ว อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าผลตอบแทนที่กองทุนได้รับ เผยมีทั้ง กบข. กองทุนประกันสังคม กองทุนแรงงาน ฯลฯ เข้าข่ายกองทุนเงินเย็น ธอส.เล็งตั้งบัญชีพิเศษ Public Service Account ขอเงินอุดหนุนจากรัฐนำมาปล่อยสินเชื่อกูยาวดอกเบี้ยต่ำ
นายพรศักดิ์ บุณโยดม ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยว่า ในเดือนกรกฎาคมนี้ กคช. เตรียมเสนอบรรจุวาระให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเกี่ยวกับแนวทางระดมเงินเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง
ทั้งนี้ ข้อเสนอมี 3 แนวทาง ได้แก่ 1.แนวทางในการพิจารณาดึงเงินส่วนหนึ่งจากกองทุนในประเทศที่มีอยู่มาใช้ อาทิ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนสวัสดิการแรงงาน กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กองทุน กบข.) กองทุนประกันสังคม เป็นต้น ซึ่งมีจำนวนเงินรวมกันมากกว่า 1 ล้านล้านบาท
วิธีการคือนำเงินบางส่วนมาปล่อยกู้คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้มีรายได้น้อย เงื่อนไขคือผู้มีสิทธิ์กู้เงินจะต้องเป็นสมาชิกของแต่ละกองทุนอยู่แล้วเพื่อป้องกันปัญหาในกรณีผู้ที่ไม่เห็นด้วยว่านำเงินมาอุ้มผู้มีรายได้น้อย
สำหรับอัตราดอกเบี้ยให้คิดในอัตราต่ำกว่าตลาดหรือต่ำกวาผลตอบแทนปกติที่กองทุนไดรับ เช่น ปกติกองทุนได้รับผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ย 4% แต่หากนำมาปล่อยกู้ให้กับโครงการนี้อาจคิดอัตราดอกเบี้ยที่ 3-3.5% เป็นต้น
2.เงินกู้เพื่อสังคม โดยสถาบันการเงินที่เป็น national service bank หรือสถาบันการเงินของรัฐ ให้พิจารณาวงเงินกู้สำหรับปล่อยกู้ให้ผู้มีรายได้น้อยโดยตรง 3.ตั้งเป็น housing fund โดยที่รัฐ หรือ กคช.ออกพันธบัตร (บอนด์) ดอกเบี้ยต่ำเพื่อมาช่วยเหลือการปล่อยสินเชื่อบ้าน ในประเด็นนี้ตนมีผู้ที่ประสบความสำเร็จระดับสูงในแวดวงธุรกิจแสดงความสนใจที่จะซื้อพันธบัตร โดยมีวัตถุ ประสงค์เพื่อต้องการช่วยเหลือสังคม
วิธีที่จะนำเสนอรัฐบาลทั้ง 3 แนวทางจะมีลักษณะคล้ายกับประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซียที่ได้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้และประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยประเทศเหล่านี้คิดดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำกว่าตลาด หากไทยสามารถทำได้เท่ากับว่าจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น
นายพรศักดิ์กล่าวด้วยว่า หากแนวทางดังกล่าวรัฐบาลเห็นด้วยกับรูปแบบที่เสนอไป กคช.จะนำระบบดังกล่าวข้างต้นมาใช้กับโครงการบ้านเอื้ออาทรทันที
ล่าสุด กคช.และ ธอส.ได้ลงนามความร่วมมือโครงการศึกษาวิจัยดัชนีชี้วัดที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้ โดยว่าจ้างมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ในวงเงิน 6.64 ล้านบาท ทำการศึกษาวิจัยดัชนี้ชี้วัดเพื่อประเมินผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจของการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย มีเวลาศึกษา 6 เดือน สำหรับประกอบการพิจารณาจัดทำแนวทางการดำเนินการทั้งด้านสินเชื่อและการพัฒนาที่อยู่อาศัยในอนาคต
นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้ที่ธนาคารจะตั้งบัญชีพิเศษสำหรับโครงการนี้ในชื่อ Public Service Account เพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อสำหรับผู้มีรายได้น้อย โดย ธอส.อาจจะต้องขออุดหนุนงบประมาณจากรัฐบาลเพื่อให้มีดอกเบี้ยคงที่ระยะยาว จากปัจจุบันที่ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ได้เพียง 3 ปีเท่านั้น
การจัดตั้งบัญชีดังกล่าวต้องรอให้ กคช.นำเสนอแนวทางการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศให้มีที่อยู่อาศัยกับ ครม.ก่อนเพราะ ธอส.ต้องดำเนินการตามมติ ครม.ที่เกี่ยวข้อง
หน้า 11
| Hit : vice กองทุนประกันสังคม Accou Public |














