ฮันเตอร์ ดักลาส บุกหนักธุรกิจม่านปรับแสง เร่งขยาย วินโดวส์ แฟชั่น แกลเลอรี ครบ 9 แห่งภายในสิ้นปี พร้อมออกผลิตภัณฑ์ใหม่รองรับลูกค้าไฮโซฯ เจาะกลุ่มราคาขาย 20,000 บาท/ตารางเมตร
นายจิม ตัน ผู้อำนวยการตลาดประจำภูมิภาคเอเชีย บริษัท ฮันเตอร์ ดักลาส จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจม่านปรับแสงจากเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยว่า จากการประเมินตลาดม่านปรับแสงในภูมิภาคเอเชียพบว่ามีอัตราเติบโตอย่างน่าพอใจ คาดว่าปีนี้จะมีมูลค่าตลาดรวม 5,000 ล้านบาท โดยประเทศไทยมีมูลค่าตลาดถึง 1 ใน 5 ของเอเชีย หรือมีมูลค่าตลาด 1,000 ล้านบาท
สำหรับนโยบายของฮันเตอร์ ดักลาสในช่วงครึ่งปีหลัง นายจิม ตัน กล่าวว่า จะมีการเดินหน้าแผนการตลาดเชิงรุกต่อไป โดยจะเพิ่มจำนวนจุดจำหน่ายในรูปแบบ ฮันเตอร์ ดักลาส วินโดวส์ แฟชั่น แกลเลอรี ทั่วเอเชีย ปัจจุบันมี 100 แห่ง คาดว่าถึงสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 200 แห่งกระจายในประเทศไทย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีซึ่งเป็นตลาดหลัก
กลยุทธ์ของบริษัทจะมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจแบบเดียวกันทั่วเอเชียนั่นคือ ร่วมมือกับพันธมิตรในการเปิดฮันเตอร์ ดักลาส แฟชั่น แกลเลอรี เพื่อเป็นศูนย์จำหน่าย ศูนย์บริการ และศูนย์สาธิตผลิตภัณฑ์ เนื่องจากธุรกิจม่านปรับแสงถือเป็นผลิตภัณฑ์ค่อนข้างใหม่สำหรับตลาดเอเชีย จึงเป็นตลาดที่ต้องพัฒนาความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภค นายจิม ตัน กล่าว
นางสาวนวลชน ผ่องสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ ฮันเตอร์ ดักลาส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตลาดผลิตภัณฑ์ม่านปรับแสงในประเทศไทยที่ประเมินมูลค่า 1,000 ล้านบาทนั้น ส่วนแบ่งตลาดของบริษัทมีประมาณ 10% และประมาณ 100 ล้านบาท โดยมีคู่แข่งที่เป็นผู้ผลิตและแบรนด์ในประเทศ 4-5 ราย
แผนการตลาดระยะ 5 ปีหน้า บริษัทประเมินว่ามูลค่าตลาดรวมจะขยับเพิ่มเป็น 1,300-1,500 ล้านบาท/ปี โดยบริษัทมีเป้าหมายสร้างอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 5-10% ดังนั้นภายในช่วง 5 ปีหน้าคาดว่าบริษัทจะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 20% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท
รูปแบบการทำตลาดจะมีทั้งการเจาะตลาดลูกค้าโครงการ ได้แก่ โรงแรม ห้องประชุม สำนักงาน กับลูกค้ากลุ่มที่อยู่อาศัย ได้แก่ คอนโดมิเนียม และบ้านเดี่ยว
ในแง่ช่องทางจัดจำหน่าย ปัจจุบันมีดีลเลอร์ 3 รูปแบบ คือ 1.ดีลเลอร์ทั่วไป สินค้าที่วางขายราคาระหว่าง 2,000-10,000 บาท 2.รูปแบบไพรออริตี้ดีลเลอร์ ราคาสินค้าจะเท่ากับดีลเลอร์ปกติแต่จะได้เพิ่มในเรื่องการบริการหลังการขาย และ 3.รูปแบบวินโดวส์ แฟชั่น แกลเลอรี ราคาสินค้าตั้งแต่ 2,000-20,000 บาท/ตารางเมตร ซึ่งเป็นเกรดพรีเมี่ยม ปัจจุบันมีแกลเลอรี 2 แห่ง คาดว่าภายในสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 9 แห่ง ในเขตกรุงเทพฯ 6-7 แห่ง และที่ภูเก็ต
ฮันเตอร์ ดักลาสเป็นม่านปรับแสงที่เป็น แบรนด์ลีดเดอร์ในกลุ่มสินค้าระดับพรีเมี่ยม มีสินค้านำเสนอ 10 รุ่นในตลาดไทย การเปิดวินโดวส์ แฟชั่น แกลเลอรี จะตอกย้ำภาพลักษณ์ แบรนด์และตัวสินค้าได้เป็นอย่างดี
นางสาวนวลชนกล่าวตอนท้ายว่า บริษัทเพิ่งลงทุน 30 ล้านบาท ในการย้ายและขยายโรงงานผลิตมาที่นิคมอุตสาหกรรมนวนคร โดยบริษัทมีแผนออกผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่วางจำหน่ายในตลาดเมืองไทย อาทิ ม่านปรับแสงดูเอทท์ ฮันนีคอมบ์ รุ่นอาคิเทลลา คุณสมบัติมีช่องอากาศซ้อนกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกั้นความร้อน ม่านปรับแสงซิลลูเอทท์ ม่านปรับแสงแบบม้วนและกลุ่มผ้ากรองแสงแบบซันสกรีน ใช้ชื่อแบรนด์ ออฟติมาและกรีนสกรีน
หน้า 14
| Hit : ดักลาส แกลเลอรี แฟชั่น ล้านบาท แห่ง ฮันเตอร์ วินโดวส์ นายจิม ได้แก่ |














