ตัวจริงเสียงจริง ประเสริฐ เกษมโกเมศ ผู้เป็นทั้งเจ้าของผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่โครงการอาคารชุดแบรนด์ วอเตอร์ฟอร์ด หลังจากโลว์โปรไฟล์จากวงการนาน 5 ปีเต็ม วันนี้กลับมาอีกครั้งบอกได้คำเดียวว่า ใหญ่กว่าเดิม
กลางวงล้อมของสื่อมวลชนเมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ประเสริฐ เปิดตัวเคียงข้างกับ อ.มานพ พงศทัต กูรูวงการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อแถลงข่าวโครงการที่ซุ่มทำมา 3-4 ปีแล้ว ภายใต้ชื่อเดิมแต่เปลี่ยนทำเลโครงการ วอเตอร์ฟอร์ด สุขุมวิท 50
รายละเอียดของวอเตอร์ฟอร์ด สุขุมวิท 50 ตั้งใจทำให้เป็นคอนโดฯสร้างเสร็จก่อนขาย มีทั้งหมด 7 ตึกด้วยกัน ยูนิตรวมกว่า 760 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,600 ล้านบาท แต่จะขายเพียง 4 ตึก ที่เหลือกันไว้ 2 ตึกทำเป็นเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ อีก 1 ตึกอยู่ระหว่างเจรจาแบบ ขายยกตึก ให้กับนักลงทุนรายใหญ่
ว่ากันว่า เน็กซัส พร็อพเพอร์ตี้ โบรกเกอร์ ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บริหารงานขายถึงกับหล่นคำ ส้มหล่น ทีเดียวในการรับงานขายให้กับโครงการนี้
เนื่องจากพลิกข้อมูลพบปัจจัยบวกเพียบราคาขายช่วงพรีเซลเริ่มที่ 52,000 บาท/ตร.ม. (fully furnished) เทียบเคียงราคาตลาด โครงการใกล้เคียงขายกันอยู่ที่ 60,000 บาท/ตร.ม. FAR ให้ถึง 1 ใน 3 เป็นโครงการที่ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ผ่านฉลุยห่างแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีอ่อนนุชประมาณ 600 เมตร
ก่อนหน้านี้อาจกล่าวได้ว่าเหตุผลส่วนหนึ่งที่ดีเวลอปเปอร์รายนี้ตัดสินใจโลว์โปรไฟล์ตัวเอง เป็นเพราะภาพลักษณ์แบรนด์วอเตอร์ฟอร์ดที่มีปัญหากรณีพิพาทกับลูกบ้านในโครงการอาคารชุด วอเตอร์ฟอร์ด ไดมอนด์ สุขุมวิท 31 จนถึงขั้นฟ้องร้องคดีกันทีเดียว
มาคราวนี้ ประเสริฐ เลือกที่จะ ปิดจุดอ่อน ด้านภาพลักษณ์ดังกล่าว โดยประกาศจัดตั้งนิติบุคคลอาคารชุดทันทีที่ตึกแรกปิดการขายได้ 100%
ประเด็นที่น่าสนใจคือ ภาพลักษณ์ของแบรนด์ วอเตอร์ฟอร์ด ในอดีตจะเป็นแรงส่งหรือแรงฉุดกันแน่ แถมการกลับมาครั้งนี้ก็ยังคงตั้งหลักมั่นอยู่กับนโยบายเดินหน้าขายแบรนด์วอเตอร์ฟอร์ดเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง คำถามสำคัญคือเขามองว่าภาพลักษณ์ของวอเตอร์ฟอร์ดในอดีต ถือเป็น crisis management ที่ต้องจัดการในปัจจุบันหรือไม่
ผมมีความเชื่อมั่นในความถูกต้อง เราทำตามข้อกฎหมายทุกอย่าง ในอดีตเราเจอไครซิส แต่ในเมื่อทุกอย่างทำถูกต้องและผมเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำอยู่ จึงใช้แบรนด์วอเตอร์ฟอร์ด...
ประเสริฐ เท้าความเรื่องเดิมๆ ของโครงการวอเตอร์ฟอร์ด สุขุมวิท 31 ฉบับย่อว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่ มีการก่อสร้างหลายตึก แต่ละตึกแล้วเสร็จไม่เท่ากัน ในการบริหารด้าน เงินกู้โครงการจำเป็นต้อง จดภาระจำยอม แปลงที่ดินที่เป็นถนนทางเข้าโครงการ
ต่อมามีลูกบ้านที่ไม่เห็นด้วยกับการจดภาระจำยอมถนนทางเข้าโครงการดังกล่าว พัฒนากลายเป็นกรณีพิพาทในที่สุด ทั้งหมดนี้ ประเสริฐ มองว่าเป็นเพราะความไม่เข้าใจข้อกฎหมายของลูกค้าเป็นด้านหลัก
กฎหมาย (นิติบุคคลอาคารชุด) ในอดีตกับปัจจุบันไม่เหมือนกัน เราอิงข้อกฎหมายตลอดเวลา ผมไม่ได้จะโต้แย้งกับลูกค้าเก่า แต่สิ่งที่เราทำได้คือยึดกฎหมายเป็นหลัก นี่คือเหตุผลหนึ่ง ผมเองมั่นใจว่าเราไม่ได้มีอะไรผิดพลาด จึงใช้แบรนด์ วอเตอร์ฟอร์ดมาตลอด
ในมุมของนักบริหาร อย่างน้อยที่สุดถึงแม้โครงการวอเตอร์ฟอร์ดที่สุขุมวิท 31 จะมีปัญหาที่ลูกค้าหลายรายไม่สามารถโอนห้องชุดได้
แต่เมื่อได้เป็นลูกบ้าน ได้อยู่อาศัยแล้วพบว่า ราคาไม่เคยตก นับตั้งแต่ปี 2540 จนถึงปัจจุบัน จากราคาตั้งต้น 35,000 บาท/ตร.ม. ในยุคนั้นพบว่าเส้นกราฟมีราคาไต่ระดับขึ้นมาตลอด ตอนนี้ราคาตลาดขยับไปถึง 80,000-90,000 บาท/ตร.ม.เรียบร้อยแล้ว
ถัดจากนี้ ประเสริฐ ยังมีแลนด์แบงก์สะสมรอจังหวะการลงทุนใหม่อีกครั้ง แน่นอนว่าภายใต้แบรนด์ วอเตอร์ฟอร์ด เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
หน้า 11














