เอสแอนด์เอส คอนโดฯน้องใหม่ค่าย ที.ซี.ซี.แคปปิตอลแลนด์ ได้ฤกษ์เปิดตัว ชูนโยบายกินรวบตลาดระดับกลาง ผุดเพิ่มอย่างน้อยปีละ 2 โครงการ ปลายปีชิมลางทำเลฝั่งธนฯ โชว์มาสเตอร์แพลนโปรเจ็กต์ 1.2 หมื่นไร่ที่ชะอำ ทิ้งสวนสนุก เหลือ เพียงบ้านเดี่ยวริมทะเลสาบ-สนามกอล์ฟ 5 สนาม-โรงแรมระดับ 5 ดาว 5 แห่ง ดึงฮอลแลนด์-ออสเตรเลียร่วมลงทุน
คอนโดฯน้องใหม่ เอสแอนด์เอส กินรวบตลาดระดับกลาง ตั้งเป้าผุดโปรเจ็กต์ใหม่ปีละ 2 โครงการ มูลค่าโครงการละไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท ด้านแผนพัฒนาที่ดินบริเวณหาดชะอำเนื้อที่ 1.2 หมื่นไร่ได้ข้อสรุปหั่นทิ้งสวนสนุกเหลือเพียงบ้านเดี่ยวริมทะเลสาบ-สนามกอล์ฟ 4-5 สนาม-โรงแรมระดับ 5 ดาว 5 แห่ง เผยอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรร่วมทุนจากฮอลแลนด์และออสเตรเลีย
นายเฉิน เหลียนปัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสแอนด์เอส เรสซิเดนเชียล จำกัด บริษัทในเครือ ที.ซี.ซี. แคปปิตอล แลนด์ บริษัทร่วมทุนระหว่าง ที.ซี.ซี.แลนด์กับกลุ่มแคปปิตอลแลนด์ จากสิงคโปร์ ในสัดส่วน 60:40 เปิดเผยว่า บริษัทจัดตั้งขึ้นโดยมีเป้าหมายจะลงทุนพัฒนาคอนโดฯ ระดับกลางแบรนด์ เอสแอนด์เอส คอนเซ็ปต์เป็นโครงการคุณภาพเน้นพื้นที่สีเขียว เพื่อสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมของผู้อยู่อาศัยให้ดีขึ้น จะลงทุนอย่างน้อยปีละ 2 โครงการ มูลค่าโครงการไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท ขนาดพื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นที่ 30 ตร.ม. ราคาขายไม่เกิน 2 ล้านบาท
สาเหตุที่เข้ามาเล่นในเซ็กเมนต์ระดับกลาง เนื่องจากตลาดบนที่ทำอยู่เริ่มอยู่ตัว โปรเจ็กต์แรกที่ใช้แบรนด์ใหม่ คือ เอสแอนด์เอส สุขุมวิท 101 จะแกรนด์โอเพนนิ่ง วันที่ 14 มีนาคมนี้ จากนั้นจะมีโครงการที่ 2 ตามมาปลายปี ในทำเลย่าน ฝั่งธนฯ
ด้านนายโสมพัฒน์ ไตรโสรัส กรรมการบริหาร บริษัท ที.ซี.ซี.แลนด์ จำกัด กล่าวถึงความคืบหน้าการลงทุนในที่ดิน 12,000 ไร่ ที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ว่า ขณะนี้ได้ข้อสรุปแล้วว่าจะนำมาพัฒนาโครงการแบบผสมผสานหรือมิกซ์ยูส ประกอบด้วย บ้านเดี่ยวริมทะเลสาบ และโรงแรมระดับ 5 ดาว บนที่ดิน 4,000 ไร่ นอกนั้นมีสนามกอล์ฟขนาด 18 หลุม 4-5 สนาม เนื้อที่ 4,000 ไร่ ที่เหลือ 4,000 ไร่ พัฒนาเป็นทะเลสาบภายในโครงการ
โปรเจ็กต์นี้เจ้าสัว (เจริญ) อยากจะให้เดินหน้าโดยเร็วที่สุด เพราะมีผู้สนใจเข้ามาร่วมทุนหลายราย เท่าที่ทราบมาสเตอร์แปลนล่าสุดได้ตัดธุรกิจในส่วนของสวนสนุกออกไป เพราะมองว่าหากมีโครงการเกิดขึ้นจะสร้างความรำคาญให้กับผู้อยู่อาศัย เฉพาะค่าออกแบบมาสเตอร์แปลน ซึ่งว่าจ้างบริษัทต่างประเทศเป็นผู้ออกแบบ ต้องใช้เงินสูงถึง 2 ล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับรูปแบบการลงทุนอาจเป็นในลักษณะเปิดให้กลุ่มทุนที่สนใจเข้ามาลงทุน โดยบริษัทเป็นเพียงผู้ให้เช่าที่ดิน หรือตัดขายบางส่วนให้ โดยการพัฒนาสาธารณูป โภคในโครงการบริษัทจะเป็นผู้ดำเนินการ ทั้งหมดคาดว่าน่าจะใช้เงินไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท
นายโสมพัฒน์กล่าวต่อว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับกลุ่มทุนจากฮอลแลนด์ และออสเตรเลียให้เข้ามาลงทุนในโครงการนี้ และมีแผนจะนำโครงการไปโรดโชว์ในต่างประเทศ พร้อมกับขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ด้วย
หน้า 10














