ปรับค่าผ่านทางด่วนใหม่ดีเดย์ 1 กันยายนนี้ ถกยกแรกไปคนละทาง บีอีซีแอลขอปรับที่ฐานราคาปี46 จาก 45 บาท เป็น 55 บาท รวมแวตเป็น 58.50 บาท ส่วน กทพ.คิดฐานราคาปัจจุบัน 40 บาทเป็น 45 บาท รวมแวตเป็น 48.50 บาท สันติ แบะท่าขอดูตัวเลขก่อนตัดสินใจ
นางพเยาว์ มริตตนะพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือบีอีซีแอล เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า บริษัทส่งหนังสือถึงการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) คู่สัญญา ขอปรับค่าผ่านทางระบบทางด่วนขั้นที่ 1 และ 2 ตามที่ระบุไว้ในสัญญาว่าจะมีการปรับขึ้นทุกๆ 5 ปี ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 1 กันยายน 2551 นี้ และให้เริ่มเจรจาตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้เป็นต้นรวม 6 เดือน
โดยทางด่วนขั้นที่ 1 และ 2 โครงข่ายในเมือง รถ 4 ล้อ จาก 40 บาทปรับเพิ่มเป็น 55 บาท รถ 10 ล้อจาก 60 บาท เป็น 90 บาท มากกว่า 10 ล้อจาก 85 บาท เป็น 120 บาท โครงข่ายนอกเมืองรถ 4 ล้อ จาก 15 บาทเป็น 30 บาท 10 ล้อ จาก 20 บาทเป็น 45 บาท และมากกว่า 10 ล้อจาก 30 บาทเป็น 55 บาท โดยใช้ฐานคิดคำนวณจากปี 2546 ซึ่งเคยขอปรับขึ้นค่าผ่านทาง แต่ยังไม่ได้ปรับขึ้น
ทุกอย่างเป็นไปตามสัญญา การลงทุนสัมปทานทางด่วนไม่ได้ผลตอบแทนสูงมากนัก ถ้ารัฐไม่ให้ปรับก็ต้องหาทางออกให้กับบริษัท จะจ่ายค่าชดเชยหรือขยายอายุสัมปทานก็ได้ แต่ทำตามสัญญาจะดีกว่า เพราะมีผลกระทบต่อการชำระหนี้ของบริษัทในอีก 10 ปีข้างหน้า
นางพเยาว์ยอมรับว่าการปรับค่าผ่านทางมีผลกระทบต่อผู้ใช้ทาง ทุกครั้งทำให้ปริมาณรถลดลง 10% แต่เป็นแค่งระยะสั้นๆ ประมาณ 3 เดือนเท่านั้น หลังจากนั้นจะกลับมาเหมือนเดิม
แหล่งข่าวจาก กทพ.เปิดเผยว่า บีอีซีแอลยื่นหนังสือขอปรับค่าผ่านทางมาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรม การที่คณะกรรมการ (บอร์ด) กทพ.ตั้งขึ้น มีประชุมนัดแรกเมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งคณะอนุกรรมการยืนราคาที่ 40 บาท ดัชนีผู้บริโภค การปัดเศษ เพราะมีความเข้าใจไม่ตรงกัน โดยบริษัทคิดว่าน่าจะปัดเศษขึ้น ขณะที่ กทพ.เห็นตามที่อัยการแนะนำให้ปัดเศษลง ถ้ายังไม่ถึง 5 บาท หรือ 10 บาท เป็นต้น สัปดาห์หน้าจะเสนอให้บอร์ดพิจารณา ก่อนจะเชิญเอกชนมาเจรจา
ทางบีอีซีแอลเสนอขอปรับค่าผ่านทางใช้ฐานราคาที่ 45 บาท โดยมองว่าเป็นราคาที่บริษัทควรจะได้ปรับเมื่อปี 2546 ส่วนค่าดัชนีผู้บริโภคเดือนมีนาคมปี 2546 อยู่ที่ 101.1 เดือนกุมภาพันธ์ 2551 อยู่ที่ 119.6 ซึ่งเมื่อคำนวณออกมาจะต้องปรับขึ้น 18% ดังนั้นเมื่อคิดตามที่บริษัทเสนอค่าผ่านทางจะอยู่ที่ 53.23 บาท เมื่อปัดเศษตามสัญญา กทพ.เห็นว่าควรจะเป็น 50 บาท แต่ถ้าปัดเศษตามวิธีคิดของบริษัทอยู่ที่ 55 บาท แต่ถ้าคิดฐานราคาของ กทพ.ที่ 40 บาท ค่าผ่านทางจะเป็น 47.316 บาท เมื่อปัดเศษจะอยู่ที่ 45 บาท
นอกจากนี้พิจารณาค่าผ่านทางแล้วในการปรับค่าผ่านทางใหม่ กทพ.จะรวมภาษีมูลค่าเพิ่มหรือแวต 7% เข้าไปด้วย เพราะแบกรับภาระแทนผู้ใช้ทาง 8,490 ล้านบาทแล้ว และต้องแบกภาระเพิ่มขึ้นทุกปี เฉลี่ย ปีละ 700 กว่าล้านบาท ดังนั้นเมื่อบวกเพิ่มแวตอีก 3.50 บาท จะทำให้ค่าผ่านทางใหม่ตามแนวคิดของ กทพ. ที่ 45 บาท เป็น 48.50 บาท ของบีอีซีแอล 55 บาท เป็น 58.50 บาท เป็นต้น
ด้านนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า รอให้ กทพ.เสนอเรื่องดังกล่าวเข้ามาก่อน จึงจะให้นโยบายว่าควรจะดำเนินการอย่างไร
หน้า 8














