คอลัมน์ เวนคืนอัพเดต
ระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง บางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก ที่ต้องย้ำกันว่าเป็น สายที่ 7 นับเป็นอีกหนึ่งโปรเจ็กต์เร่งด่วนในมือรัฐบาลสมัคร 1 ที่ตั้งเป้าจะเปิดประกวดราคาให้ได้ภายในปีนี้
สถานะล่าสุด สำนักงานโนบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) อยู่ระหว่างออกแบบรายละเอียดตามแผนจะแล้วเสร็จเดือนเมษายนนี้ หลังจากนั้นจะส่งต่อให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เจ้าของโครงการ ตัวจริง เพื่อสานต่อเรื่องการเปิดประมูลก่อสร้าง
อย่างน้อยที่สุด คาดว่าจะเริ่มขั้นตอนการขายแบบได้ประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี (2552-2555)
สำหรับรูปแบบการก่อสร้าง มีทั้งเป็น โครงสร้างต่ำกว่าระดับดิน (open trech) ระดับดิน (at-grade) และ ยกระดับ (elevated) โดยแนวเส้นทางแบ่งเป็น 2 เส้นทาง คือ
เส้นทางที่ 1 เริ่มจากสถานีบางซื่อ ซึ่งเป็นสถานีร่วมระหว่างระบบขนส่งมวลชนสายต่างๆ (สถานีชุมทาง) จากนั้นจะวิ่งมาตามเส้นทางรถไฟ โดยเป็นโครงสร้างยกระดับ ไปผ่านถนนระนอง 1 ถนนเศรษฐศิริ ถนนนครไชยศรี คลองสามเสน ถนนราชวิถี แล้วลอดถนนศรีอยุธยา มุ่งหน้าไปแยกยมราช ลอดถนนเพชรบุรี ข้ามคลองมหานาคในระดับดินและลอดใต้สะพานยศเสไปทางสถานีหัวลำโพง
เส้นทางที่ 2 จะมีสถานีร่วมกับเส้นแรกที่สถานีราชวิถี จากนั้นมุงหน้าไปตามแนวเส้นทางรถไฟสายตะวันออก ลอดถนนพระรามที่ 6 ผ่านถนนพญาไท ถนนราชปรารภ จากนั้นแนวเส้นทางจะเปลี่ยนเป็นโครงสร้างอุโมงค์เปิดเพื่อลอดสะพานทางด่วนขั้นที่ 1 แล้วลดระดับข้ามคลองมักกะสัน ผ่านมักกะสัน รามคำแหง และไปสิ้นสุดที่หัวหมาก รวมระยะทาง 19 กิโลเมตร ค่าก่อสร้าง 37,000 ล้านบาท
ด้านจุดจอดสถานี ต่อจากสถานีบางซื่อ เป็น สถานีสามเสน ตั้งอยู่บริเวณสถานีรถไฟสามเสนเดิมของการรถไฟฯ สถานีราชวิถี ซึ่งจะเป็นสถานีร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางกะปิ-บางบำหรุ ที่ตั้งจะอยู่ภายในพื้นที่เขตทางรถไฟระหว่างถนน เทอดดำริและถนนกำแพงเพชร 5
ถัดไปเป็น สถานียมราช ตั้งอยู่ภายในพื้นที่เขตทางการรถไฟบริเวณใกล้แยกยมราช สถานียศเส อยู่ด้านหลังการรถไฟฯ สถานีพญาไท อยู่ใกล้ถนนพญาไท เป็นสถานีที่ต่อเชื่อมกับรถไฟฟ้า บีทีเอส สถานีพญาไท และรถไฟฟ้า แอร์พอร์ตเรลลิงก์ (พญาไท-มักกะสัน-สุวรรณภูมิ) จากนั้นเป็น สถานีมักกะสัน ถัดมาคือ สถานีรามคำแหง และ สถานีหัวหมาก ซึ่งเป็นจุดสถานีของ รถไฟที่มีอยู่แล้ว
ส่วนการให้บริการ จะมีทั้งรถไฟดีเซลรางและรถไฟชานเมือง ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับรถไฟฟ้า ข้อแตกต่างอยู่ตรงที่ รถไฟชานเมือง จะรับกระแสไฟฟ้าเหนือตัวรถ (overhead catenary) เพื่อให้ขับเคลื่อนรถไฟฟ้า
ในแง่การเดินรถ ในเบื้องต้นถ้าหากการรถไฟฯไม่มีเงินซื้อระบบรถไฟชานเมือง ก็สามารถนำ รถไฟดีเซลราง ที่วิ่งอยู่ในปัจจุบันเปิดใช้ไปก่อน แต่เมื่อถึงเวลาที่มีเงินทุนก็พร้อมจะพัฒนาเป็นระบบรถไฟชานเมืองต่อไป
สำหรับการเวนคืนที่ดินตลอดเส้นทาง จากการเก็บข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษา คาดว่า จะมีการเวนคืน 1 ราย ที่บริเวณพญาไท อย่างไรก็ตาม เผือกร้อน โครงการนี้คือ การรื้อย้ายชุมชนบุกรุก ซึ่งมียอดรื้อย้ายชุมชนที่บุกรุกตามเขตทางรถไฟทั้งหมดประมาณ 1,023 หลังคาเรือน ในพื้นที่ 7 ชุมชนที่อยู่ริมทางรถไฟ
แยกเป็น 5 กลุ่ม คือ 1.จากหัวลำโพง-คลองมหานาค ยอดผู้ถูกรื้อย้าย 29 หลังคาเรือน 2.คลองมหานาค-แยกยมราช จำนวน 238 หลังคาเรือน 3.แยกยมราช-ถนนพระรามที่ 6 จำนวน 375 หลังคาเรือน 4.ถนนพระรามที่ 6-พญาไท จำนวน 131 หลังคาเรือน 5.จากพญาไท-ราชปรารภ จำนวน 242 หลังคาเรือน เสนอใช้งบประมาณรื้อย้ายกว่า 100 ล้านบาท














