กลุ่มซินเทคฯส่อแววถูกปรับตก อดเคาะราคาก่อสร้างรถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน 8.7 พันล้านบาท เหตุเอกสารด้านผลงานไม่ครบ ด้านรถไฟทางคู่ ฉะเชิงเทรา-ศรีราชา-แหลมฉบัง ได้ฤกษ์เซ็นสัญญาแล้ว ผู้รับเหมาโอดต้นทุนพุ่งเกิน 20% ร.ฟ.ท. หวั่นมีปัญหาซ้ำรอย
แหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า คณะกรรมการพิจารณาการประกวดราคาโครงการก่อสร้างรถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 กิโลเมตร วงเงินก่อสร้าง 8,748 ล้านบาท ได้พิจารณาคุณสมบัติของผู้รับเหมาทั้ง 2 รายที่ยื่นซองประกวดราคา คือ 1.กิจการร่วมค้า บริษัท ซินเทค คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท ทิพากร จำกัด บริษัท ไชน่า สเตรท คอนสตรัคชั่น เอนยิเนียริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทไชน่า สเตรท คอนสตรัคชั่น เอนยิเนียริ่ง (ประเทศจีน) จำกัด 2.กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทยูนิค และบริษัท Chun Wo ซึ่งผ่านการพิจารณาด้านพีคิวแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเคาะราคาได้ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องเอกสารทางด้าน ผลงานที่ทางกลุ่มซินเทคฯอาจจะเสนอไม่ ถูกต้อง มีแนวโน้มจะถูกปรับตก ทำใหคณะกรรมการต้องใช้เวลาพิจารณาให้รอบคอบ
ตอบไม่ได้ว่าจะเซ็นสัญญาทันกำหนดเดิมเดือนพฤษภาคมนี้หรือไม่ เพราะไม่รู้ว่าจะได้เคาะราคาเมื่อไร แต่น่าจะภายในเดือนเมษายน เซ็นสัญญาเดือนมิถุนายน
นายนคร จันทรศร รองผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. และรักษาการผู้ว่าการ เปิดเผยว่า วันที่ 26 มีนาคม ร.ฟ.ท.เซ็นสัญญาก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่สายฝั่งทะเลตะวันออก ช่วงฉะเชิงเทรา-ศรีราชา-แหลมฉบัง 78 กิโลเมตร กับผู้รับเหมากลุ่มทีเอสวี คือบริษัท ไทยพีค่อน และอุตสาหกรรม จำกัด บริษัท เสริมสงวนก่อสร้าง จำกัด บริษัท ช.ทวีก่อสร้าง จำกัด วงเงิน 3,926 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 28 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2551-สิงหาคม 2553
สำหรับโครงการรถไฟรางคู่ เวลานี้ยังเป็นห่วงเรื่องการก่อสร้าง เกรงว่าจะไม่เสร็จ เพราะผู้รับเหมาเสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง 1,000 กว่าล้านบาท ขณะที่เวลาค่อนข้างจำกัด และปัจจุบันราคาวัสดุ ก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นมาก แต่ผู้รับเหมายืนยันว่าไม่มีปัญหา สามารถเซฟต้นทุนได้ เพราะมีแหล่งวัสดุ รถขนส่ง และโรงงานผลิตหมอนคอนกรีตเอง
สำหรับโครงการก่อสร้างทางคู่ระยะ ต่อไป ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย 176 กิโลเมตร 7,600 กว่าล้านบาท ร.ฟ.ท.จะของบประมาณ 70 ล้านบาท ศึกษาทบทวนสิ่งแวดล้อมของโครงการ เพราะผ่านพื้นที่อนุรักษ์ลุ่มน้ำชั้น 1 เอ รวมทั้งจัดทำรายละเอียดโครงการด้านความเหมาะสม และค่าก่อสร้างใหม่ ใช้เวลา 8 เดือน จากนั้นจะเสนอคณะรัฐมนนตรี (ครม.) ขออนุมัติประกวดราคา
นายดิเรก ฉัตรพิมลกุล ประธานกรรมการ บริษัท ไทยพีค่อน และอุตสาหกรรม จำกัด กล่าวว่า กำลังทบทวนค่าก่อสร้างใหม่ให้สอดรับกับวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น คาดว่าจะเกิน 20% เพราะตกลงราคาวัสดุก่อสร้างกับซัพพลายเออร์ไว้นานแล้ว แม้ ร.ฟ.ท.จะมีค่าเคชดเชยให้ก็คงไม่พอ เพราะบริษัทเสนอราคาค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตาม จะบริหารความเสี่ยงด้วยการก่อสร้างให้เร็วขึ้น ซึ่งเวลา 28 เดือนงานก่อสร้างจะเสร็จทันตามกำหนด
หน้า 12














