ยังไม่ทันเปิดประมูลโครงการรถไฟฟ้าเฟสแรก 7 สาย มูลค่า 3 แสนล้านบาท ที่หวังจะให้เป็นผลงานชิ้นโบแดง รัฐบาล สมัคร ก็เริ่มออกอาการน่าเป็นห่วง เพราะต้นทุนก่อสร้างพุ่งทะลุกรอบวงเงินที่วางไว้แล้ว หลังโดนหางเลขจากพิษเงินเฟ้อ น้ำมัน และราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นๆ ขณะนี้ก็ยังไม่มีวี่แววจะหยุดนิ่ง โดยเฉพาะวัสดุก่อสร้างหลักอย่างเหล็กเส้น เหล็ก รูปพรรณ และปูนซีเมนต์
แทบไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่ไม่กี่เดือนต้นทุนก่อสร้างรถไฟฟ้าอั้นไม่อยู่ สูงขึ้นเฉลี่ยเกิน 10% คิดเป็นเม็ดเงินน่าจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2-3 หมื่นล้านบาทแล้ว
ประเดิมสายแรกโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ ที่ได้ทบทวนราคาใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
ประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ยอมรับว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นทำให้รถไฟฟ้าสายสีม่วงระยะทาง 23 กิโลเมตรได้รับผลกระทบเต็มๆ เนื่องจากเวลานี้ ค่าก่อสร้างสูงขึ้นจากที่คณะรัฐมนนตรี (ครม.) อนุมัติกรอบวงเงินเดิม จากการประเมินค่าก่อสร้างเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2550 ที่ 31,217 ล้านบาท ถึง 4,838 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 15-16%
โดยการประเมินราคาค่าก่อสร้างล่าสุด ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2551 วงเงินลงทุนโครงการนี้ได้ปรับสูงขึ้นไปอยู่ที่ 36,055 ล้านบาท สาเหตุมาจากราคาเหล็กแพงขึ้น 40-50%
ขณะที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และช่วงหัวลำโพง-บางแค ระยะทาง 27 กิโลเมตร ต้นทุน ก่อสร้างปรับขึ้นอีก 8.47% หรือ 4,135 ล้านบาท จากกรอบวงเงินเดิมที่ รฟม.ประเมินไว้เมื่อเดือนกันยายน 2550 วงเงิน 48,821 ล้านบาท เป็น 52,956 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่ รฟม.เพิ่งประเมินใหม่ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ส่วนสายอื่นๆ ที่กำลังจะตามมา มีสาย สีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ ระยะทาง 11.4 กิโลเมตร แม้จะเพิ่งคำนวณราคาสดๆ ร้อนๆ แต่กว่าจะเปิดประมูลยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน ถึงวันนั้นต้นทุนน่าจะเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 5% หรือ 1,193 ล้านบาท จากกรอบวงเงินเดิม 23,864 ล้านบาท เป็น 25,057 ล้านบาท
สายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ระยะทาง 14 กิโลเมตร คาดว่าต้นทุนก่อสร้างจะปรับเพิ่มอีกประมาณ 5% หรือ 714 ล้านบาท จากกรอบวงเงินเดิม 14,290 ล้านบาท เป็น 15,004 ล้านบาท
สายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ระยะทาง 26 กิโลเมตร ซึ่งสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ให้บริษัทที่ปรึกษาประเมินราคาไว้เมื่อเดือนธันวาคม 2550 ที่ผ่านมา เวลาผ่านไป 4-5 เดือน คาดว่าต้นทุนก่อสร้างจะปรับขึ้นอีกอย่างน้อย 10-15% หรือปรับขึ้นอีก 6,755 ล้านบาท จากกรอบวงเงินเดิม 45,038 ล้านบาท เป็น 51,793 ล้านบาท
สายสีแดง ช่วงบางซื่อ-พญาไท-หัวหมาก ระยะทาง 19 กิโลเมตร มีแนวโน้มจะปรับราคาก่อสร้างขึ้นอีกอย่างน้อย 10-15% เช่นกัน หรือประมาณ 3,150 ล้านบาท จากกรอบเดิม 21,000 ล้านบาท เป็น 24,150 ล้านบาท
ส่วนสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 กิโลเมตร เนื่องจากเปิดให้ผู้รับเหมายื่นซองประกวดราคาแล้ว การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ยืนราคาเดิม วงเงิน 8,784 ล้านบาท ส่วนที่เกินจากนี้ผู้รับเหมาจะต้องรับความเสี่ยงเองทั้งหมด รวมเบ็ดเสร็จต้นทุนรถไฟฟ้าทั้ง 7 สาย จากการประเมินคร่าวๆ ต้องลงทุนเพิ่มขึ้น 20,785 ล้านบาท
ที่น่าจับตามองคือถึงเวลาที่แต่ละโครงการเปิดประมูลอย่างเป็นทางการ และผู้รับเหมาเข้ายื่นซอง วัสดุก่อสร้างและราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นอีกมากน้อยแค่ไหน หากยังผันผวนต่อเนื่อง ก็ไม่รู้ว่างานนี้ผู้รับเหมาที่แย่งเค้กงานช้างมาได้จะรับโชคหรือเป็นทุกขลาภ ต้องเสี่ยงขาดทุนเอาดาบหน้า หน้า 11














