บีเอฟเอ็ม บุกตลาดแผ่นผนังคอมโพสิต ไส้กลางกันไฟ ALPOLIC สำหรับใช้ตกแต่งภายในและภายนอกอาคาร ทั้งคอนโดฯ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า โชว์รูม ฯลฯ ชูจุดขายเรื่องความปลอดภัยและ ความสวยงาม เจาะตรงกลุ่มสถาปนิก-เจ้าของโครงการ ชี้ติดตั้งง่าย ทนทาน คุ้มกว่าฉาบปูน ทาสี
นายกศิปัญญ์ ศิริธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีเอฟเอ็ม จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแผ่นผนังคอมโพสิตไส้กลางกันไฟ แบรนด์ ALPOLIC เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาตลาดวัสดุตกแต่งพื้นผิวอาคารประเภทคอมโพสิตมีแนวโน้มเติบโตสูงตามการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แม้เจ้าของอาคารจำนวนมากยังเลือกใช้วิธีตกแต่งอาคารด้วยการฉาบปูน ทาสี หรือใช้แผ่นผนังคอมโพสิต ไส้พลาสติก ซึ่งติดไฟได้ง่ายและไม่ทนความร้อน ทำให้เสี่ยงต่อการสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินกรณีเกิดอัคคีภัย
บริษัทจึงมีแผนจะทำตลาด ALPOLIC ในเชิงรุกมากขึ้น โดยแนะนำให้เจ้าของอาคารและสถาปนิก วิศวกร เห็นถึงข้อดี และประโยชน์ในการนำแผ่นผนังคอมโพสิตไส้กลางกันไฟมาใช้เป็นวัสดุหุ้มและตกแต่งตัวอาคาร เพราะนอกจากจะมีคุณสมบัติเด่นเรื่องความปลอดภัยจากอัคคีภัยแล้ว วัสดุชนิดนี้ยังมีหลากหลายแบบหลากหลายลวดลาย สามารถใช้ตกแต่งอาคาร ให้มีความสวยงามได้ด้วย สำหรับ ALPOLIC มี 36 สีให้เลือก ทั้งลายหิน ลายไม ลายโลหะ หรือจะพิมพ์ลายลงบนพื้นผิวก็ได้
ปัจจุบันตลาดรวมในส่วนของวัสดุตกแต่งพื้นผิวภายในและภายนอกอาคารและป้ายแต่ละปีมีประมาณ 1 ล้าน ตร.ม. แต่ส่วนใหญ่ยังนิยมฉาบปูนและทาสี ส่วนอาคารที่ตกแต่งพื้นผิวภายในและภายนอกด้วยแผ่นผนังคอมโพสิต มีประมาณ 5% ของที่ฉาบปูนและทาสี และในจำนวน 5% ที่ใช้แผ่นผนังคอมโพสิต มีเพียง 30% เท่านั้นที่ใช้แผ่นผนังคอมโพสิต ไส้กลาง กันไฟ นอกนั้นเป็นแผ่นผนังคอมโพสิต ไส้กลางพลาสติกที่ไม่ทนไฟ ตลาดจึงมีแนวโน้มจะเติบโตได้อีกมากในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับเรื่องการใช้วัสดุที่มีความคงทนปลอดภัยต่อการเกิดอัคคีภัย รวมทั้งตระหนักและให้ความสำคัญ กับการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจาก ALPOLIC ผลิตโดยบริษัท มิตซูบิชิ เคมิคอล ฟังก์ชันนอล โพรดักส์ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานในการออกแบบ การใช้งานอาคารที่มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จนได้รับการยอมรับจากทั่วโลก
ในการทำตลาดเราจะเน้นจุดขายเรื่องของความปลอดภัย ขณะที่คู่แข่งส่วนใหญ่เน้นเรื่องความสวยงาม โดยปีนี้จะใช้วิธีการทำตลาดแบบไดเร็กต์เซลในเชิงรุกด้วยการเข้าหาสถาปนิกและเจ้าของโครงการโดยตรง พร้อมๆ กับให้ความร่วมมือ และให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมสถาปนิกสยามฯ หน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งสถาบันการศึกษา นายกศิปัญญ์กล่าว หน้า 9














