บลูสโคป ปรับแผนรุกตลาดโครงสร้างอาคาร-โครงหลังคาเหล็กสำเร็จรูป หันรุกตลาดส่งออกสิงคโปร์ มาเลเซีย ทดแทนตลาดในประเทศที่เริ่มชะลอตัว ชี้เหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองและภาวะราคาน้ำมันแพงมีผลกระทบต่อการลงทุนของภาคอุตสาหกรรม
นายสมเกียรติ ปินตาธรรม ประธาน บริษัท บลูสโคป ไลสาจท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตโครงสร้างอาคารเหล็กสำเร็จรูป โปรบิลท์ และโครงหลังคาเหล็กสำเร็จรูป สมาร์ททรัส เปิดเผยว่า ได้วางนโยบายขยายตลาดส่งออกสินค้าในกลุ่มโครงสร้างอาคารเหล็กสำเร็จรูปมากขึ้น จากปัจจุบันมีสัดส่วนส่งออก 5-10% จะเพิ่มเป็น 20-30% โดยสนใจตลาดในประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย เหตุผลเนื่องจากนับตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 สถานการณ์การลงทุนก่อสร้างหรือขยายโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ๆ เริ่มชะลอตัวลง เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดือนมกราคม-มีนาคมที่การลงทุนค่อนข้างคึกคัก มาจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองและภาวะราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น
ยอมรับว่าช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา เริ่มมีลูกค้าที่ขอให้ชะลอการส่งมอบสินค้าในกลุ่มโครงหลังคาเหล็กออกไปก่อน แต่ยังมีเพียงส่วนน้อย ตอนนี้เรากำลังดูๆ สถานการณ์อยู่ จะใช้วิธีลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและขยายตลาดใหม่ๆ เพิ่มขึ้น
สำหรับสินค้าในกลุ่มโครงหลังคาเหล็กสมาร์ททรัสได้วางแผนรุกตลาดต่างจังหวัด จากปัจจุบันที่มีตลาดหลักเป็นโครงการบ้านจัดสรรในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบันมีปัญหาชะลอตัวเนื่องจากบริษัทพัฒนาที่ดินหันมาพัฒนาโครงการคอนโดฯกันมากขึ้น กลยุทธ์คือจะใช้วิธีการนำเสนอสินค้าตรงกับสถาปนิกผู้ออกแบบหรือเจ้าของโครงการโดยตรง
นายสมเกียรติกล่าวอีกว่า จากสถานการณ์ราคาเหล็กในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 20 บาทเศษต่อกิโลกรัม เป็น 40 บาทเศษต่อกิโลกรัม นับจากช่วงกลางปี 2550 ที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน ส่งผลให้บริษัทมีต้นทุนการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้นแล้วเกือบ 100% ที่ผ่านมาบริษัทจึงจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้าตามต้นทุนที่แท้จริง
อย่างไรก็ตามเชื่อว่าราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบกับความต้องการใช้มากนัก เนื่องจากทั้งโครงสร้างอาคารและโครงหลังคาสำเร็จรูปเป็นสินค้าที่ต้องขายการบริการด้วย หน้า 8














