ภายใต้สถานการณ์ที่เศรษฐกิจชะลอตัวลง ขณะที่ปัญหาทางการเมืองคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้ง แม้ปฏิเสธไม่ได้ว่าส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของนักลงทุนต่างชาติ แต่ส่วนใหญ่ยังมองว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยยังมีแนวโน้มเติบโตได้อีก
เช่นเดียวกับการวิเคราะห์แนวโน้มตลาดของบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาฯ ครบวงจร ซีบี ริชาร์ด เอลลิส ประเทศไทย ที่มองว่าตลาดอสังหาฯ ไทยในอีก 10 ปีข้างหน้ายังเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเซ็กเตอร์ที่อาศัยและรีสอร์ตจะมีความโดดเด่นมากกว่าอสังหาฯ ประเภทอื่นๆ
อลิวัสสา พัฒนถาบุตร เอ็มดี ซีบี ริชาร์ด เอลลิส ประเทศไทย วิเคราะห์ว่า แม้ช่วง 5 เดือนแรกปีนี้จะมีกระแสเกี่ยวกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก แต่ซีบี ริชาร์ดฯ สามารถปิดการขายคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ในกรุงเทพฯ ได้กว่า 300 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 6 พันล้านบาท สูงกว่ามูลค่าการซื้อขายในช่วงเวลาเดียวกันของ ปี 2550 เกือบ 2 เท่า ชี้ให้เห็นถึงการกลับมาของความเชื่อมั่นในตลาดอสังหาฯไทย ในเวลาอันรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดระดับไฮเอนด์
ไม่ต่างจากตลาดอสังหาฯ ในภูเก็ตที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดโครงการรีสอร์ตในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้เวลานี้ความต้องการรีสอร์ตไม่ได้มาจากกำลังซื้อของลูกค้าในภูมิภาคเอเชียเพียงอย่างเดียว แต่มาจากทั่วทุกมุมโลก เนื่องจากภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก มีสนามกอล์ฟ ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ท่าเทียบเรือ โรงแรมระดับ 5 ดาว และโครงการรีสอร์ตริมทะเลซึ่งมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นทุกปี
โดยกลุ่มลูกค้ามีทั้งกลุ่มยุโรป สหรัฐอเมริกา เกาหลี ญี่ปุ่น กลุ่มสแกนดิเนเวีย ฯลฯ ดังนั้นแม้เศรษฐกิจโดยรวมจะชะลอตัวลงก็ไม่ส่งผลกระทบ ทำให้ตลาดอสังหาฯในภูเก็ตซบเซาลง ตรงกันข้ามการซื้อขายยังมีต่อเนื่องตลอดทั้งปี
นั่นเป็นเหตุผลให้ซีบี ริชาร์ดฯ ตัดสินใจขยายเครือข่ายทั่วโลกเพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดการลงทุนแบบ Global luxury residential ที่นับวันก็ยิ่งมีบทบาทมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการเปิดสาขา ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อเป็นศูนย์บริการนักลงทุนสำหรับกลุ่มประเทศในยุโรป ส่วนยุโรปตะวันออกจะเปิดสาขา ที่มอสโก
ตอนนี้มีนักลงทุนข้ามต่างชาติจาก ทั่วโลกทั้งตะวันออกกลาง, ฮ่องกง, สิงคโปร์ ฯลฯ สนใจจะเข้ามาลงทุนในไทยจำนวนมาก เนื่องจากไทยมีความโดดเด่นในเรื่องการให้บริการ (hospitality) บริษัท กำลังดีลซื้อ-ขายโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ ในจำนวนนี้น่าจะข้อสรุปเร็วๆ นี้ 4 โครงการมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท เช่น ที่ดินเปล่าย่านเซ็นต์หลุยส์ของเมโทร สตาร์ พร็อพเพอร์ตี้ฯ เนื้อที่ประมาณ 4.5 ไร่ มีนักลงทุนเข้ามาซื้อซองประมูลแล้วเกือบ 10 ราย ราคาตั้งขายขั้นต่ำอยู่ที่ 5.5 แสนบาท/ตร.ว. อีก 2 โครงการเป็นการซื้ออาคาร และการร่วมทุนพัฒนาโครงการ
เอ็มดี ซีบี ริชาร์ดฯ ตบท้ายว่า ปัจจัยลบที่น่าเป็นห่วง และอาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาฯ ถึงขั้นทำให้เกิดภาวะชะลอตัว คือ ราคาวัสดุก่อสร้างและต้นทุนการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน ซึ่งอาจจะไปกดดันให้ผู้ประกอบการต้องปรับราคาขายขึ้น ขณะที่การแข่งขันในตลาดก็มีมากขึ้นทั้งจากดีเวลอปเปอร์รายเล็กรายใหญ่ในระดับประเทศและทุนข้ามชาติ หน้า 8














