โครงการรถไฟฟ้าหนึ่งในโครงการเมกะโปรเจ็กต์ที่รัฐบาล สมัคร สุนทรเวช หมายมั่นปั้นมือจะให้เป็นผลงานชิ้นโบแดง และใช้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ผ่านมา 4 เดือน ท่ามกลางภาวะน้ำมันแพงและอุณหภูมิการเมืองที่กำลังร้อนแรง โครงการรถไฟฟ้าทั้ง 9 สาย 8 แฉก มูลค่า 7 แสนกว่าล้านบาท ไปถึงไหนแล้ว คนกรุงเทพฯและปริมณฑลคงอยากรู้คำตอบ
สำหรับรถไฟฟ้าเฟสแรก 5 โครงการ 7 สายทาง ระยะทาง 145 กิโลเมตร มูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท (ดูตาราง) แม้คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะอนุมัติก่อสร้างและมีบางสายประกวดราคาไปแล้ว แต่ถึงนาทีนี้ ดูเหมือนยังติดๆ ขัดๆ ไม่ราบรื่นอย่างที่คิด
ทั้งเรื่องการคัดเลือกคุณสมบัติผู้รับเหมาของรถไฟสายสีแดงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ที่เปิดประมูลตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ขณะนี้ก็ยัง ยืดเยื้อเพราะการเมืองเข้ามาแทรกทำให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ใช้เวลาพิจารณาล่าช้าจากแผนงานกว่า 2 เดือน ในขั้นตอนนี้กว่าจะคัดเลือกผู้รับเหมาเหลือ 1 ราย คือ กลุ่มยูนิคฯ และกำลังจะเปิดซองด้านเทคนิคก่อนพิจารณาด้านราคา คาดว่าจะเซ็นสัญญาได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้
ที่น่าห่วงคือทุกโครงการกำลังเผชิญกับพิษต้นทุนที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันที่ผันผวนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ค่าก่อสร้างเกินกรอบวงเงินที่ประมาณการไว้มาก กลายเป็น ภาระเพิ่มของรัฐบาลจะต้องหาเงินกู้มาเติมเต็มส่วนที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ ทั้งเงินกู้ในประเทศและจากธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) เพราะถ้าไม่ขยายกรอบวงเงินโครงการก็อาจมีความเสี่ยงเพราะไม่มีผู้เสนอราคาก่อสร้างหรือเสนอราคาสูงกว่ากรอบวงเงิน ทำให้ต้องยกเลิกประมูลและเริ่มต้นดำเนินการใหม่
ในส่วนของต้นทุนเพิ่มขึ้นที่ชัดเจน คือ รถไฟฟ้าสายสีม่วงเพิ่มขึ้นจาก 31,217 ล้านบาท เป็น 36,055 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4,838 ล้านบาท สายสีน้ำเงินจาก 48,821 ล้านบาท เป็น 52,956 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,135 ล้านบาท สายสีแดงบางซื่อ-รังสิตจาก 59,887.6 ล้านบาท เป็น 77,562.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17,675.1 ล้านบาท แค่ 3 สายต้นทุนก็พุ่งขึ้นจากเดิมถึง 26,648.1 ล้านบาทแล้ว ไม่รวมสายอื่นๆ ที่กำลังประเมินค่าก่อสร้างใหม่
ด้านแหล่งเงินกู้แม้รัฐบาลจะสร้างความมั่นใจว่ามีแหล่งเงินกู้แน่นอน แต่ยังมีปัญหา เพราะการเลือกใช้แหล่งเงินกู้มีส่วนผูกพันเป็นเงื่อนไขในการจัดทำทีโออาร์ ถ้าหากใช้แหล่งเงินกู้ในประเทศจะสามารถขายเอกสารประกวดราคาได้ตามแผนงาน แต่ถ้าใช้เงินกู้เจบิกขั้นตอนอาจล่าช้าออกไปอย่างน้อย 8 เดือน เพราะต้องทำตามระเบียบขั้นตอนของเจบิกด้วย
ดังนั้น รถไฟฟ้าส่วนที่เหลือที่ยังไม่มีแหล่งเงินจึงยังเป็นโครงการที่มีความเสี่ยง อาจจะเปิดประกวดราคาไม่ทันกรอบเวลาที่วางไว้ภายในสิ้นปีนี้ ทั้งสายสีน้ำเงิน สีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อ-พญาไท-หัวหมาก สายสีเขียวช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ
ส่วนโครงการรถไฟฟ้าในเฟส 2 ที่รัฐบาลตั้งเป้าจะดำเนินการในปี 2552 เป็นต้นไป ทางกระทรวงคมนาคมกำลังเสนอ ครม.ขออนุมัติงบประมาณกลางปี 2551 ประมาณ 300 ล้านบาท ขณะที่การเจรจาซื้อหนี้จากบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี ผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอสก็ยังไม่คืบหน้า
ทั้งหมดล้วนเป็นปัญหาและอุปสรรคที่รัฐบาล สมัคร จะต้องฟันฝ่าเพื่อนำพาโครงการให้ถึงฝั่ง แต่หากการเมืองเกิดพลิกผันรัฐบาลอยู่ไม่ครบเทอม คนกรุงก็คงฝันสลายอีกครั้ง หน้า 9
| Hit : ล้านบาท สมัคร เดือน เพิ่มขึ้น |














