หลังหวนคืนวงการอสังหาริมทรัพย์ด้วยการ ซุ่มเงียบพัฒนาโครงการ ทั้งแนวสูง แนวราบหลายโครงการในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ถึงวันนี้ตระกูล บุญดีเจริญ อดีตบิ๊ก บมจ.ยูนิเวสท์แลนด์ ได้ฤกษ์บุกใหญ่ทวงตำแหน่งบริษัทพัฒนาที่ดินระดับนำในตลาดอีกครั้ง
ครั้งนี้ ธาตรี บุญดีเจริญ และ โยธิน บุญดีเจริญ สองพี่น้องประมุข ค่ายยูนิเวสท์ ลดบทบาทลง ส่งไม้ต่อให้ทายาท เจตรศิริ บุญดีเจริญ บุตรชาย คนโตของ ธาตรี และ รมณี บุญดีเจริญ บริหารจัดการแทน
ทิ้งความยิ่งใหญ่ในอดีตของ ยูนิเวสท์ เจ้าของโครงการ เมืองเอก โครงการ ที่อยู่อาศัยบนเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่, สนามกอล์ฟเมืองเอก โครงการฟอร์จูนทาวน์ บริเวณสี่แยก อสมท COMPLEX ขนาดใหญ่ ประกอบด้วยห้างสรรพสินค้าเยาฮัน ศูนย์การค้าอาคารสำนักงานสูง 30 ชั้น และโรงแรม 25 ชั้น ขนาด 400 ห้อง ฯลฯ ไว้เบื้องหลัง
กับความทรงจำที่ยากจะลืมเลือน ผลพวงจากวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 2540 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ต่อวงการอสังหาฯ ทั้งระบบ
ล่าสุด บจ. เบ็ล พาร์ค เรสซิเด้นซ์ ซึ่งกรรมการประกอบด้วย สถาพร อาสะไวย์, มัลลิกา จันทราจีระธำรงค์, อนุชัย ดุลประศาสน์, เชาฮัง หว่อง, เจตรศิริ บุญดีเจริญ และ รมณี บุญดีเจริญ เจ้าของโครงการคอนโดฯ เบ็ล พาร์ค เรสซิเด้นซ์ และเบ็ลพาร์ค เรสซิเด้นซ์ 2 ซอยนราธิวาส 24 (สาธุประดิษฐ์ 19) กำลังจะปัดฝุ่นฟื้นชีพโครงการไทม์ รีเจนซี่ โครงการที่อยู่อาศัยและศูนย์การค้า จำนวน 8 อาคาร สูง 17 ชั้น 4 อาคาร และ 26 ชั้น อีก 4 อาคาร บนที่ดิน 18 ไร่เศษ ถนนพระรามที่ 9 ซอย 3 ของ บจ.ไทม์ รีเจนซี่ ที่ถูกทิ้งร้าง ตั้งแต่ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 มาดำเนินการต่อ
สำหรับ เจตรศิริ นั้น ที่ผ่านมาเคยได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลและบริหาร บริษัทแกรนด์ ฟอร์จูน โดยประเดิมพัฒนา แกรนด์ คาแนล ประชาชื่น แกรนด์ คาแนล ดอนเมือง ประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ
มีรายงานข่าวว่าก่อนหน้านี้ บจ.ไทม์ รีเจนซี่ ได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้กฎหมายล้มละลาย โดยบริษัทในฐานะลูกหนี้ยื่นขอฟื้นฟูกิจการเอง และ ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่ง เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2546 ให้ฟื้นฟูกิจการ จากนั้น วันที่ 19 เมษายน 2547 ศาลได้เห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการฯ และตั้งโยธิน บุญดีเจริญ ชุมพล สุรินทราบูรณ์ มือปั้นโครงการบางกอกโดม ย่านพหลโยธิน ของยูนิเวสท์ ที่กรมบังคับคดีเพิ่งนำออกประมูลขาย และณัฐวิทย์ บุญยะวัฒน์ เป็นผู้บริหารแฟน
ต่อมาวันที่ 10 มิถุนายน 2551 ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ บริษัทไทม์ รีเจนซี่ ซึ่งมีผลให้อำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการกิจการและทรัพย์สิน กลับเป็นของผู้บริหารของ ลูกหนี้ และผู้ถือหุ้นกลับมามีสิทธิ์ตามกฎหมายใหม่
แหล่งข่าวจากกรมบังคับคดี เปิดเผยเพิ่มเติมกับ ประชาชาติธุรกิจ ว่า ศาลมีคำสั่งให้บริษัท ไทม์ รีเจนซี่ ออกจากแผนฟื้นฟู เนื่องจากเห็นว่า บริษัทได้ดำเนินการตามแผนฟื้นฟูฯ ตามกระบวนการแล้ว โดยได้เสนอแผนลงทุนบนที่ดิน 18-1-88 ไร่ ซอยพระรามเก้า 3 ติดสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีพระราม 9 โดยระบุว่าจะพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัย และศูนย์การค้า 8 อาคาร สูง 17 ชั้น 4 อาคาร และ 26 ชั้น 4 อาคาร โดยแหล่งเงินทุนจะมาจากการกู้สถาบันการเงิน และผู้ถือหุ้น
ในส่วนของโครงการที่อยู่อาศัย บริษัทระบุในแผนว่าจะกันสิทธิ์ให้กับลูกค้าเดิมที่มีอยู่ประมาณ 60 ราย ที่ได้จ่ายเงินดาวน์ตั้งแต่เปิดขายครั้งแรกเมื่อ 10 ปีก่อนด้วย
ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ บริษัทไทม์ รีเจนซี่ ประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ขาดทุนจากการดำเนินงานประมาณ 691 ล้านบาท มีหนี้สินเหยียบ 2 พันล้านบาท เทียบกับทรัพย์สินที่มีมูลค่าในขณะนั้น เพียงแค่ประมาณ 702 ล้านบาท
แต่เวลานี้มูลค่าทรัพย์สินน่าจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ด้วยศักยภาพของตัวที่ดินที่มีขนาดมากถึง 18 ไร่ ถือเป็นที่ดินแปลงงามที่หาได้ยากในย่านใจกลางเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอยู่ติดสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เป็นที่หมายตาของนักธุรกิจนักลงทุนจำนวนไม่น้อย การนำมาปัดฝุ่นพัฒนาใหม่ย่อมดีกว่าปล่อยให้หลุดมือไป
ในอนาคตอันใกล้โครงการไทม์ รีเจนซี่ จะปรับเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นโครงการเบ็ล อเวนิว เฟสแรกจะพัฒนาเป็นคอนโดฯ ขนาดพื้นที่ขาย 40 ตร.ม.ขึ้นไป ราคาขายเฉลี่ย 5.5 หมื่นบาท/ตร.ม. ขณะนี้การออกแบบห้องชุดใกล้จะเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีแผนจะเปิดขายประมาณเดือนกรกฎาคมนี้ จากนั้นเฟสต่อๆ ไปจะมีการพัฒนาต่อเนื่องโดยอยู่ระหว่างศึกษารูปแบบและความเป็นไปได้ทางการตลาด โดยอาจจะพัฒนาให้เป็นแบบผสมผสานทั้งที่อยู่อาศัย ออฟฟิศ ศูนย์การค้าครบวงจร
เป็นการรุกคืบทวงคืนความยิ่งใหญ่ ในอดีต ท่ามกลางสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจและการเมืองที่ดูเหมือนไม่ค่อยเป็นใจเท่าใดนัก หน้า 7














