หลังคาตราเพชร รอบอร์ดอนุมัติแผนลงทุน 300 ล้านบาท ขยายกำลังผลิตสินค้า ไดมอนด์บอร์ด แบบไม่มีสารใยหิน เพิ่มอีกกว่า 4 หมื่นตันต่อปี วางเป้าเจาะตลาดงานผนังอาคารสูงและงานฝ้าเพดาน รับอานิสงส์โครงการคอนโดฯบูม ไม่หวั่นคู่แข่ง ตราช้าง ประกาศตัวเป็นรายแรกที่ผลิตสินค้าปลอดสารใยหินที่ไม่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจทั้ง 100% ชี้ตลาดยังต้องการสินค้าสูตรเดิม ขอเวลาอีก 5 ปีทยอยปรับกระบวนการผลิต
นายสาธิต สุดบรรทัด รองกรรมการผู้จัดการสายการขายและการตลาด บริษัท กระเบื้องหลังคาตราเพชร จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตกระเบื้องหลังคาและไม้ฝา ตราเพชร เปิดเผยว่า บริษัทได้เตรียมขยายกำลังการผลิต (ไลน์การผลิตที่ 9) เพื่อผลิตสินค้าในกลุ่ม บอร์ด แบบไม่มีส่วนผสมสารใยหิน ขนาดความหนาตั้งแต่ 3-16 มิลลิเมตร สำหรับใช้ทำเป็นฝ้าเพดานและผนังอาคารสูง ซึ่งเป็นสินค้าที่เข้ามาทดแทนกระเบื้องไฟเบอร์ซีเมนต์ (แผ่นเรียบ) โดยจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีกกว่า 4 หมื่นตันต่อปี เพื่อรองรับการขยายตลาดเจาะโครงการอาคารสูง จากปัจจุบันมีกำลังผลิตประมาณ 8,000 ตันต่อปี ป้อนให้กับโครงการบ้านเอื้ออาทรเพียงรายเดียวเท่านั้น
คาดว่าการขยายกำลังผลิตไลน์ที่ 9 จะต้องใช้งบฯลงทุน 300 ล้านบาท ซึ่งเราเตรียมไว้แล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรอบอร์ดอนุมัติ ถ้าโอเคคาดว่าไม่เกินกลางปีนี้ก็สามารถเดินหน้าได้ทันที เหตุที่เลือกลงทุนขยายกำลังผลิตสินค้าในกลุ่มนี้เพราะมองว่าตลาดคอนโดฯกำลังมาแรง มีโครงการใหม่เปิดตัวอย่างต่อเนื่องและส่วนใหญ่นิยมใช้บอร์ดติดตั้งเป็นผนัง เนื่องจากสะดวกรวดเร็วกว่า
สำหรับตลาดวัสดุฝ้าเพดานและงานผนังคาดว่ามีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เฉพาะสินค้าในกลุ่มบอร์ดซึ่งมีผู้ผลิต 3 ราย ได้แก่ ตราช้าง (สมาร์ทบอร์ด) ห้าห่วง (เฟล็กซี่บอร์ด) และตราเพชร (ไดมอนด์บอร์ด) ประมาณการว่ามีส่วนแบ่งในตลาดฝ้าเพดานและงานผนังรวมกันประมาณ 1,000 ล้านบาท หรือ 10% และคาดว่าแนวโน้มตลาดน่าจะเติบโตต่อเนื่อง เพราะเป็นวัสดุเข้าไปทดแทนกระเบื้องหลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์รุ่นเดิม ซึ่งเป็นสินค้าที่มีส่วนผสมของสารใยหินที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ นอกจากนี้ตัวบอร์ดที่มีความหนา 16 มิลลิเมตร ยังสามารถเข้าไปทดแทนตลาดไม้อัดสำหรับปูรองพื้นก่อนติดตั้งพื้นไม้ลามิเนตได้อีกด้วย
ทั้งนี้ แม้ว่า ตราช้าง ได้ประกาศนโยบายเป็นบริษัทแรกที่เลิกผลิตกระเบื้องหลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์ ไม้ฝา และบอร์ด ที่มีส่วนผสมสารใยหิน 100% เป็นรายแรก แต่สำหรับบริษัทตั้งเป้าว่าจะทยอยยกเลิกการผลิตสินค้าที่มีใยหินภายใน 5 ปีข้างหน้า เบ็ดเสร็จต้องใช้งบฯลงทุน 300 ล้านบาท เนื่องจากขณะนี้ยังมีออร์เดอร์สินค้าอยู่เต็ม กำลังผลิต หากมีการลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่อง จักรจำเป็นต้องหยุดการผลิตชั่วคราวทำให้เสียโอกาสในการขาย
นายสาธิตกล่าวต่อว่า ในปี 2549 มียอดขาย 2,390 ล้านบาท ปีนี้ตั้งเป้ายอดขาย 2,600 ล้านบาท เติบโต 10% แยกเป็นรายได้สินค้าในกลุ่มกระเบื้องหลังคา (หลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์-หลังคาคอนกรีต) และสินค้าในกลุ่มไม้ฝาและบอร์ด 80 : 20 ส่วนทิศ ทางในอนาคตจะเน้นการขยายกำลังผลิตสินค้าในกลุ่มไม้ฝาและบอร์ดมากขึ้น เนื่องจากยังมีอัตราเติบโตต่อเนื่อง คาดว่าสัดส่วนรายได้ไม้ฝาและบอร์ดจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 40%
ส่วนภาพรวมตลาดกระเบื้องหลังคาในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาถือว่าชะลอตัวลงตามธุรกิจอสังหาฯ เนื่องจากโครงการบ้านเดี่ยวเปิดตัวน้อยลงทำให้กระทบกับความต้องการใช้หลังคา โดยคาดว่าภาพรวมตลาดน่าจะทรงตัว ส่วนตลาดไม้ฝาซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท คาดว่าจะมีอัตราเติบโตขึ้นไม่ต่ำกว่า 10%
หน้า 12
| Hit : ล้านบาท ตราช้าง บอร์ด ตราเพชร ไม้ฝา ซึ่ง มิลลิเมตร 100% ไดมอนด์บอร์ด หมื่นตันต่อปี |














