แผนการกู้ยืมเงินของรัฐบาล เพื่อลงทุนโครงการรถไฟฟ้า ท่ามกลางเปลวไฟการเมืองที่ คุกรุ่น จะง่ายหรือยุ่งยาก ยังเป็นสิ่งที่ต้องลุ้นกันต่อไป ล่าสุดทางสำนักงานบริหาร หนี้สาธารณะ (สบน.) กำลังเจรจา คาดว่า ผลการเจรจาจะออกมาในเร็ววันนี้
จากแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2552 ของ สบน. ซึ่งกำลังเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา มีเม็ดเงินลงทุนโครงการรถไฟฟ้าในปี 2552 รวมทั้งสิ้นจำนวน 45,100 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินกู้ในประเทศ 15,300 ล้านบาท และเงินกู้ต่างประเทศ 29,700 ล้านบาท
โดยนำไปลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ และ ช่วงหัวลำโพง-บางแค รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต-มธ.รังสิต รถไฟฟ้า สายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่ และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ เป็นต้น ซึ่งบางส่วนใช้เงินกู้จากธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิก) และกู้ในประเทศ
พร้อมยืนยันโครงการเมกะโปรเจ็กต์ จะบรรจุอยู่ในแผนบริหารหนี้สาธารณะปีงบประมาณ 2552 เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลรักษาการไม่มีการลงทุนใหม่เกิดขึ้น ดังนั้นไม่ว่าเหตุการณ์ทางการเมืองจะเป็นอย่างไร จะไม่ส่งผลกระทบ การลงทุนยังเดินหน้าต่อไป
สีน้ำเงินล็อกรับเหมายุ่นสร้างอุโมงค์
สำหรับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ระยะทาง 27 กิโลเมตร เบื้องต้นการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ใช้เงินลงทุน 80,410 ล้านบาท ปัจจุบันทาง สบน.กำลังเจรจาเงินกู้กับเจบิก
โดยมีทางเลือกหลายทางด้วยกัน เช่น รูปแบบสเต็ปโลน หากรัฐบาลต้องการกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เจบิกมีเงื่อนไขผูกพันคือ ไทยจะต้องใช้เทคโนโลยีและผู้รับเหมาจากประเทศญี่ปุ่นในการก่อสร้างอุโมงค์ โดยคิดดอกเบี้ยอัตรา 0.2% ในระยะเวลา 40 ปี ไม่ต้องจ่ายเงินต้นในช่วง 10 ปีแรก เริ่มจ่ายตั้งแต่ปีที่ 11 เป็นต้นไป เนื่องจากเจบิกมองว่าการก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้าต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเป็นพิเศษ จึงกำหนดเงื่อนไขออกมาในลักษณะนี้
นอกจากนี้ยังมีรูปแบบปกติที่ปล่อยกู้ โดยทั่วไปเหมือนกับเงื่อนไขการกู้เงินสำหรับรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ ที่เจบิกอนุมัติมาแล้วก่อนหน้านี้ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 1.4% ระยะเวลากู้ 25 ปี ช่วง 7 ปีแรกไม่ต้องจ่ายเงินต้น เริ่มจ่ายตั้งแต่ปีที่ 8 เป็นต้นไป
สายสีแดงเพิ่มงบฯซื้อรถไฟฟ้า
โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต-มธ.ศูนย์รังสิต ระยะทาง 36 กิโลเมตร เป็นบิ๊กโปรเจ็กต์อีกโครงการหนึ่งของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)
ล่าสุดได้มีการปรับวงเงินลงทุนอีกเป็นรอบที่ 3 จากกรอบวงเงินเดิมตามผลการศึกษาอยู่ที่กว่า 63,773 ล้านบาท ต่อมา ค่าก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นเป็นกว่า 77,053 ล้านบาทในรอบที่ 2 และสุดท้ายแตะที่กว่า 86,000 ล้านบาท หลังเจบิกยื่นเงื่อนไข การปล่อยกู้ ร.ฟ.ท.จะต้องเพิ่มวงเงินสำหรับจัดซื้อขบวนรถไฟฟ้าเข้าไปด้วย จากเดิมที่ ร.ฟ.ท.ประเมินเฉพาะค่างานโครงสร้างและงานระบบเท่านั้น
พร้อมๆ กับให้ ร.ฟ.ท.เคลียร์พื้นที่ ที่ต้องรื้อย้ายผู้บุกรุกตลอดแนวเส้นทางรถไฟฟ้าออกไปให้หมดและมีแผนชัดเจน ว่าจะย้ายผู้ที่บุกรุกนี้ไปอยู่ที่ไหน ก่อนที่จะส่งมอบพื้นที่ให้กับผู้รับเหมา เป็นการลดความเสี่ยงให้กับผู้รับเหมาก่อสร้าง
ซึ่งการที่เจบิกสร้างเงื่อนไขต่างๆ ขึ้นมาเพิ่มเติมประกอบการพิจารณาปล่อยเงินกู้ เพื่อเป็นหลักประกันว่าโครงการมีการก่อสร้างแน่นอนและสามารถสร้างรายได้เพื่อนำมาชำระหนี้คืนได้ หน้า 9
| Hit : ล้านบาท ช่วงบางซื่อ 2552 รังสิต รถไฟฟ้าสายสีแดง กิโลเมตร ระยะทาง เริ่มจ่ายตั้งแต่ปีที่ เจบิก |














