นำร่อง 10 จังหวัด ทำฐานข้อมูลภูมิปัญญาสินค้าชีวภาพ สพภ.ระบุสร้างมูลค่าให้ชุมชนมหาศาล ส่งเสริมชาวบ้านสร้างเศรษฐกิจในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน มั่นใจไม่ซ้ำรอยโอท็อปเพราะให้เจ้าของทรัพยากรมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม นายอภิวัฒน์ เศรษฐรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ สพภ.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่าสพภ.ได้ทำฐานข้อมูลชีวภาพระดับชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่นใน 10 จังหวัด พร้อมทั้งจัดทำบัญชีรายการเบื้องต้นในช่วง 1 ปี พบว่ามีทรัพยากรชีวภาพนำร่อง 3 รายการ ที่มีโอกาสทางธุรกิจเชิงการค้า ได้แก่ ธุรกิจสปา - สมุนไพร,การเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเชิงพาณิชย์และปลาสวยงาม,ธุรกิจต่อเนื่อง ซึ่งแต่ละรายการมีมูลค่าทางการตลาดสูงมาก โดยเฉพาะสปา มีมูลค่ารวมเฉลี่ยปีละ 10,000 ล้านบาท
นายอภิวัฒน์กล่าวว่า ความแตกต่างของธุรกิจฐานชีวภาพกับสินค้าโอท็อป คือการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน คำนึงถึงระบบนิเวศควบคู่ไปกับการอนุรักษ์เพื่อไม่ให้หมด โดยมีชาวบ้านร่วมกับนักวิจัยคิดตั้งแต่ต้นทาง อีกทั้งจะใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในกระบวนการตั้งแต่ต้นทางด้วย นอกจากนี้ จะมีการแบ่งปันรายได้ให้กับกลุ่มและชาวบ้านอย่างเป็นธรรม ไม่ได้อยู่ในมือของนายทุนเหมือนกับการส่งเสริมสินค้าระดับชุมชนที่ผ่านมา เราได้คัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ใช้ฐานทรัพยากรชีวภาพมาผลิตเป็นสินค้า เช่น การย้อมครามของชนเผ่ากะเลิง จ.สกลนคร พันธุ์ข้าวพื้นเมืองบ้านนาเวียง จ.อำนาจเจริญ สมุนไพรจากบ้านสามหมอ จ.อุดรธานี ต้นขลู่ พืชมหัศจรรย์ จาก อ.ขลุง จ.จันทบุรี เป็นต้น และในวันที่ 21-23 สิงหาคมนี้ สพภ.จะเปิดเวทีแลกเปลี่ยนกันระหว่างผู้เกี่ยวข้อง นายอภิวัฒน์กล่าว
นายเสมอ ลิ้มชูวงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สพภ. กล่าวว่า ได้มีการออกกฎกระทรวงกำหนดชนิดของสัตว์ป่าคุ้มครองให้เป็นสัตว์ป่าชนิดที่เพาะพันธุ์ได้รวม 59 ชนิด เช่น กระจงเล็ก ชะมดเช็ด นกกรงหัวจุก ไก่ฟ้า งูสิง กบทูด ปลาตะพัด เป็นต้น โดยสัตว์เหล่านี้สามารถนำไปเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งที่ทำกันอย่างแพร่หลายคือการเพาะเลี้ยงจระเข้ และนกสวยงาม แต่สัตว์อีกจำนวนมากที่มีศักยภาพยังไม่ได้รับการสนับสนุนเชิงการค้า
หน้า 10
| Hit : จังหวัด |














