
เผยยาเสพติดสูตรใหม่ สี่คูณร้อยผสมฟลูออเรสเซนต์
นายไชยา สะสมทรัพย์
นายไชยา สะสมทรัพย์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าววันนี้ (5 พ.ค.) ว่า จากการประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดในปีนี้ มีแนวโน้มการแพร่ระบาดรุนแรงขึ้นและใกล้เคียงกับปี 2546 หากไม่เร่งแก้ไขป้องกันอย่างทัน ท่วงที โดยในปีที่ผ่านมา มีการจับกุมคดียาเสพติดทั่วประเทศ 119,778 คดี ถือว่า มากที่สุดในรอบ 4 ปี ตัวยาที่แพร่ระบาดมากที่สุด ได้แก่ ยาบ้าร้อยละ 71 รองลงมา คือ กัญชา ร้อยละ 13 สารระเหย ร้อยละ 9 กระท่อม ร้อยละ 3 และยาเสพติดที่ใช้ในสถานบันเทิง เช่น ยาไอซ์ เอ็กซ์ตาซี โคเคนและเคตามีนร้อยละ 2
รมว.สาธารณสุข กล่าวต่อว่า หมู่บ้านในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ น่าเป็นห่วงมาก เพราะขณะนี้ มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดสูงมากและเสพแบบมั่วสุมเป็นกลุ่ม แต่เข้าสู่ระบบบำบัดน้อย โดยผลการสำรวจล่าสุดเมื่อปลายปี 2550 ใน 3 จังหวัดภาคใต้ จำนวน 290 หมู่บ้าน พบมีปัญหา 215 หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 75 หรือ พบ 2 ใน 3 ของหมู่บ้าน ประกอบด้วย จ.นราธิวาส 169 หมู่บ้าน จ.ยะลา 54 หมู่บ้านและ จ.ปัตตานีอีก 52 หมู่บ้าน มีผู้เสพ 1,900 คน มากที่สุดอยู่ที่ จ.นราธิวาส 730 คน
นายไชยา กล่าวอีกว่า ปีนี้ รัฐบาลได้เร่งรัดปราบปรามยาเสพติดโดยกำหนดเป็นวาระแห่งชาติเพื่อลดจำนวนผู้เสพยาหน้าใหม่ โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม ขณะที่ในส่วนของกระทรวงสาธารณะสุขจะเน้นควบคุมตัวยาและสารตั้งต้นที่ใช้เป็นสารเสพติด การบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดและป้องกันกลุ่มเสี่ยงไม่ให้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยตั้งเป้าบำบัดรักษาผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดแบบสมัครใจจำนวน 19,000 คน โดยเฉพาะที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ จ.ยะลา จ.ปัตตานีและ จ.นราธิวาส ตั้งเป้าบำบัดให้ได้ 1,200 คน อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุขได้พัฒนาศักยภาพโรงพยาบาล สถานีอนามัย วัดและค่ายทหารสำหรับให้บริการบำบัดฟื้นฟูมากกว่า 800 แห่งทั่วประเทศ ผู้เสพสามารถเข้ารับการบำบัดใกล้บ้านฟรี และจัดทีมอาสาสมัครสาธารณสุขมูลฐานประจำหมู่บ้าน (อสม.) ออกค้นหาผู้เสพเข้าสู่ระบบการบำบัด
ด้าน นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในปี 2550 กระทรวงสาธารณะสุขบำบัดฟื้นฟูผู้เสพสารเสพติดทั้งหมด 44,461 คน โดยมากกว่าร้อยละ 70 เป็นผู้ใช้ยาบ้า อย่างไรก็ตาม ผู้เข้ารับการบำบัดส่วนใหญ่มาจากภาคกลางมากที่สุด คือ 14,892 คน รองลงมา คือ กรุงเทพฯ 8,583 คน ภาคเหนือ 8,206 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7,075 คน และภาคใต้ 5,705 คน
ปลัดกระทรวงสาธารณะสุข กล่าวถึงการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพสารเสพติดเฉพาะที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า มีผู้เข้ารับการบำบัด 1,325 คน ประกอบด้วย จ.ปัตตานี 432 คน จ.นราธิวาส 462 คน และ จ.ยะลา 431 คน โดยสารเสพติดที่นิยมใช้ใน 3 จังหวัดใต้ อันดับ 1 คือ กระท่อม ร้อยละ 50 รองลงมา กัญชาและยาบ้า ผู้เสพติดร้อยละ 90 เป็นวัยรุ่นและเยาวชนชาย อายุ 15-24 ปี ที่เหลือเป็นวัยรุ่นหญิง ซึ่งครึ่งต่อครึ่งไม่ได้เรียนหนังสือ มีอาชีพรับจ้าง ร้อยละ 80 เป็นผู้เสพ อีกร้อยละ 20 เป็นผู้ติดยาเสพติด
ขณะที่ นพ.เรวัต วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า สารเสพติดที่มาแรงในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ขณะนี้ เป็นการใช้สารเสพติดแบบหลายชนิดร่วมกันที่เรียกว่า
สี่คูณร้อย
ใช้สารอันตรายหลายตัวผสม เช่น
ยากันยุง ยาฆ่าหญ้า สารพิษต่างๆ
และมีการทุบ
หลอดไฟนีออน
แล้วขูด
ฟลูออเรสเซนต์
ไปผสม เพราะเชื่อว่า ทำให้รสชาติดีขึ้นและเพิ่มกำลังได้ดี ที่เป็นเรื่องที่มีอันตรายมากและเสี่ยงเป็น
มะเร็งเม็ดเลือดขาว
อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวต่อว่า สารเสพติดดังที่กล่าวมา จะทำให้ผู้เสพมึนเมา ส่วนผลในระยะยาวมีความร้ายแรงมาก ทำให้เกิดปัญหาสมองพิการ เสียอนาคตอย่างถาวร เกิดอาการทางจิต คือ ประสาทหลอน หูแว่ว พูดคนเดียว ได้ร้อยละ 12-24 และแม้ว่า จะหยุดเสพมาแล้ว 6 เดือนก็ตาม ในที่สุดอาจถึงทำร้ายฆ่าตัวตายได้













