สมาคมโรงสีข้าวไทย แจงไม่ได้เป็นต้นเหตุหลักทำราคาข้าวตกต่ำ เผยราคาข้าวปรับสูงขึ้นเกษตรกรได้ประโยชน์เพียง 1 ใน 3 หากถึงสิ้นปีถึงจะได้อานิสงส์กันถ้วนหน้า โวยรัฐไม่ยอมส่ง อคส.ร่วมประมูลข้าวในฟิลิปปินส์ทำให้ไทยพลาดโอกาสทำราคาข้าว
โรงสีโวย
นายวัฒนา รัตนวงศ์ นายก
สมาคมโรงสีข้าวไทย
กล่าวว่า แม้ตามกฎหมายห้ามไม่ให้รัฐบาลค้ำประกันให้เอกชนนอกจากหน่วยงานของรัฐ ทำให้ภาคเอกชนไม่สามารถเข้าร่วม
ประมูลขายข้าว
ให้กับฟิลิปปินส์ในลอตที่ 5 ได้ โดยจะมีการเปิดซอง
ประมูลข้าว
5 แสนตันในวันนี้ (5 พ.ค.51) แต่มีคำถามว่าทำไมรัฐบาลไม่ส่งองค์การคลังสินค้า (อคส.) เข้าร่วมประมูลข้าวในครั้งนี้ เพราะมีบัตรส่งออกข้าวอยู่แล้ว และ อคส.เป็นหน่วยงานของรัฐ รัฐบาลสามารถค้ำประกันให้ได้ โดยสามารถซื้อ
ข้าวใหม่
ในตลาดไปส่งออก ขณะนี้รัฐยังมีข้าวในสตอกถึง 2.1 ล้านตัน และไม่น่ากังวลเรื่องสำรองข้าวรองรับความต้องการบริโภคในประเทศ เพราะข้าวนาปรังก็ทยอยออกสู่ตลาดอยู่แล้ว ซึ่งหากประมูลได้ราคาข้าวในลอตที่ 5 จะมีค่าเหมือนกับเพชรเลยทีเดียว เพราะอาจทำราคาข้าวได้ถึง 37,800 บาทต่อตัน
ข้าวที่ฟิลิปปินส์ต้องการรับซื้อเป็นข้าวที่เก็บเกี่ยวช่วง 4-6 เดือน ซึ่ง อคส.ก็สามารถรับซื้อจากเอกชนเพื่อไปประมูลส่งออกได้ แต่รัฐบาลก็ไม่ได้ดำเนินการ ดังนั้น จึงต้องการตั้งคำถามว่าทำไมรัฐบาลไทยไม่ยอมตัดสินใจเข้าร่วมประมูลขายข้าวในครั้งนี้ เพื่อทำรายได้จากราคาข้าวในตลาดโลกที่สูงขึ้น นายวัฒนา กล่าว
นายวัฒนา กล่าวว่า ราคาข้าวในประเทศที่ปรับลดลงในช่วงนี้ประมาณ 1,500 บาทต่อตัน เกิดจากหลายสาเหตุทำให้ผู้ส่งออก
โรงสี และชาวนา
ช็อก กันไปหมด โดยเกิดจากหลายสาเหตุทั้งราคาตลาดรับซื้อล่วงหน้าที่ชิคาโก สหรัฐ มีราคาลดลง ที่ส่วนหนึ่งคาดว่าราคาข้าวในประเทศไทยจะลดลง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกรณีรัฐบาลนำข้าวในสตอกรัฐบาล 2.1 ล้านตัน ออกมาทำข้าวถุงขายให้ผู้บริโภคในประเทศในราคาลดลงร้อยละ 20 จะกระทบราคาส่งออก ทำให้ผู้รับซื้อต่างประเทศชะลอให้ราคานิ่งก่อนจึงตัดสินใจ ทำให้ข้าวขาว 5% ราคาลดลงประมาณ 1,500 บาทต่อตัน รวมถึงข้าวเปลือกที่รับซื้อจากชาวนาด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ราคาที่ผันผวนในช่วงนี้ล้วนแต่เป็นเรื่องจิตวิทยาทั้งสิ้น ส่วนราคาข้าวเปลือกที่เหลือเพียง 6,000 บาทต่อตัน เป็นข้าวเปลือกเหนียว ซึ่งเปิดราคาประมาณ 8,000 บาท ก็ลดลงมาในราคาเดียวกับข้าวเปลือก คือ ลดราคาลงมาประมาณ 1,500 บาทต่อตัน นอกจากนี้ การที่ชาวนาเร่งขายข้าวออกไปในช่วงนี้เพราะเป็นช่วงเก็บเกี่ยวนาปรัง และมีฝนตกหลายพื้นที่ทำให้มีความชื้นสูงราคาก็ลดลงด้วย เพราะความชื้นหากสูงเกินร้อยละ 15 จะถูกหักราคาลดลง คือ ทุกความชื้นที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จะถูกหักราคาลง 200 บาท ดังนั้น หากข้าวมีความชื้นสูงถึงร้อยละ 30 จะถูกหักความชื้นร้อยละ 15 เป็นเงินถึง 3,000 บาทต่อตัน
ราคาข้าวที่ปรับสูงขึ้นในขณะนี้มีเกษตรกรได้รับอานิสงส์เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น คือ ชาวนาที่กำลังเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังในช่วงนี้ หากราคายังสูงไปถึงปลายปีเกษตรกรผู้ทำนาปีอาจได้รับผลดีจากราคาข้าวในงวดนี้ได้ทัน ดังนั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ราคาในตลาดโลกและการดูแลราคาข้าวในประเทศของรัฐบาลว่าจะบริหารอย่างไร โดยหากเร่งทำความเข้าใจว่าข้าวถุงภาครัฐออกมาปริมาณไม่มาก เช่น 3 แสนถุง และจะมีการซื้อคืนกลับเข้ามาก็จะทำให้ตลาดเลิกวิตก ราคาอาจจะดีขึ้น นายวัฒนา กล่าว













