ครู และขรก.สังกัด สพฐ.เฮ เตรียมรับโบนัสประจำปีประมาณคนละ 4,000 บาท ภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ "สมชาย"ของบฉุกเฉินเกือบ2พันล้านจ่ายค่าวิทยฐานะครูสังกัดสพฐ.กว่า 3 แสนบาท
เพิ่มเงินเดือนครู
(7พ.ค.)
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา
เลขาธิการ
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ได้ทำการประเมินผลการปฏิบัติราชการของหน่วยงานราชการต่าง ๆ ประจำปี 2550 ที่ผ่านมา ปราฎว่า
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(สพฐ.) ได้คะแนนประเมินอยู่ที่ 4.371 จากเต็ม 5 ถือว่าได้คะแนนประเมินระดับดี และได้รับเงินรางวัลทั้งสิ้น 2,407 ล้านบาท เพื่อนำมาจัดสรรให้กับครู บุคลากรทางการศึกษาและลูกจ้างประจำทั้งหมดประมาณ 500,000 คน สพฐ.จะจัดสรรให้ภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม 2551 นี้
นายพรหมมา ภางาม
หัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สพฐ.
กล่าวว่า ก.พ.ร. ได้กำหนดเกณฑ์ผลการประเมินการปฏิบัติราชการไว้ว่าทุกคนและทุกหน่วยงานจะต้องมีผลงานตั้งแต่ 3 คะแนนขึ้นไป เพราะฉะนั้น การที่ สพฐ.ซึ่งเป็นส่วนราชการใหญ่แต่ได้คะแนนสูงถึง 4.371 คะแนนนั้นถือว่าได้คะแนนอยู่ในระดับดีมาก สำหรับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ที่ได้คะแนนสูงสุด คือ จังหวัดนครปฐม ได้ 4.87 คะแนน ส่วน สพท.ที่ได้คะแนนต่ำสุดคือ จังหวัดนราธิวาส ได้ 4.01 คะแนน ดังนั้น สพฐ.จะจัดเรียงคะแนนตามผลงานที่ได้รับ และการจัดสรรเงินโบนัสก็จะได้ไม้เท่ากันทุกคน ขึ้นอยู่กับผลงานของแต่ละบุคคล แต่เฉลี่ยอยู่ที่คนละ 4,000 4,500 บาทต่อคน
ขณะนี้ สพท.กำลังส่งรายชื่อบุคคลที่มีสิทธิ์ได้รับเงินโบนัสมายัง
สพฐ.
ซึ่ง สพฐ.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผลงานตามเกณฑ์ที่ ก.พ.ร.กำหนดให้กับผู้ที่มีผลงานการปฏิบัติงานอย่างทุ่มเทจริง เมื่อคณะกรรมการฯ ได้พิจารณาเรียบร้อยแล้ว สพฐ.จะจัดสรรเงินให้กับทุกคนที่ได้รับภายในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้แน่นอน นายพรหมมา กล่าว
"สมชาย"ของบฉุกเฉินเกือบ2พันล้านจ่ายค่าวิทยฐานะครูสังกัดสพฐ.กว่า 3 แสนบาท
ขณะที่นาย
สมชาย วงศ์สวัสดิ์
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ชุดที่ 1 ว่า การประชุมวันนี้(7พ.ค.) มีการพิจารณาแค่ 3 เรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องของกระทวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทั้งหมด เรื่องแรก ที่ประชุมให้ความเห็นชอบในหลักการตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เสนอขอใช้งบกลางรายการเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 1,747 ล้านบาท เพื่อนำมาจ่ายเป็นค่าวิทยฐานะและค่าตอบแทนรายเดือนให้กับข้าราชการครูในสังกัด เนื่องจากงบประมาณ 2551 ที่ได้รับมานั้น ไม่เพียงพอสำหรับจ่ายเป็นค่าวิทยฐานะให้ครูได้ครบทุกเดือน
"ยืนบันครูจะได้รับเงินค่าวิทยฐานะครบทุกคน โดยเฉพาะครูที่ได้รับวิทยฐานะก่อนวันที่ 1 ต.ค. 50 นั้น จะได้รับตรงตามเวลาทุกเดือน แต่กลุ่มที่รับวิทยฐานะหลังวันที่ 1 ต.ค. 50 นั้น ถ้าสามารถใช้งบฉุกเฉินได้ ก็จะได้เงินตรงตามเวลาทุกเดือนเช่นกัน แต่ถ้าไม่ได้งบฉุกเฉินแล้ว ก็ต้องรอตกเบิกในปีงบประมาณ 2552 แทน" นายสมชาย กล่าวและว่า
ที่ประชุมยังให้ความเห็นชอบตามที่ สพฐ.เสนอของบประมาณ 70 ล้านบาท เปิดศูนย์สอนเด็กป่วยเรื้อรัง และ เด็กพิการที่อยู่ในโรงพยาบาลเพิ่มอีก 68 ศูนย์ จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 12 ศูนย์ รวมเป็น 75 ศูนย์ ที่ผ่านมา มีเด็กป่วยเรื้อรังที่อยู่ในโรงพยาบาลจำนวนหนึ่งไม่มีโอกาสได้เรียน เพราะฉะนั้น สพฐ.จะได้เสนอเปิดศูนย์เพิ่ม เพื่อให้เด็กกลุ่มนี้มีโอกาสเรียนมากขึ้น โดยให้แต่ละจังหวัดประสานโรงพยาบาลที่มีความพร้อมดำเนินการเปิดศูนย์ดังกล่าว
รมว.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมยังได้ให้ความเห็นชอบ ร่างยุทธศาสตร์การเรียนภาษาไทยในโรงเรียนของ สพฐ. เป็นยุทธศาสตร์แก้ปัญหาเด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ซึ่ง สพฐ.สำรวจนักเรียน ป.2 กว่า 6 แสนคนทั่วประเทศ พบว่า ยังมีเด็กจำนวน 79,358 ราย หรือ ร้อยและ 12.45 ที่ยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ขณะที่ภาพรวมพบเด็กที่จบ ป.6 จำนวนหนึ่งยังอ่านเขียนไม่คล่อง เพราะฉะนั้น สพฐ.จึงทำแผน 4 ปี ( 2552-2555 ) ขอใช้งบประมาณ 862.58 ล้านบาท เร่งรัดส่งเสริมและพัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทย พร้อมทั้งพัฒนาคุณภาพครูภาษาไทย และพัฒนาสื่อการเรียนการสอนวิชานี้ด้วย โดยตั้งเป้าให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยของเด็กดีขึ้น
ดร.สมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า งบประมาณประจำปี 2551 นั้น ไม่เพียงพอสำหรับจ่ายค่าวิทยฐานะให้ครูได้ครบทุกเดือน ต้องของบเพิ่มอีก จำนวน 3,718 ล้านบาท โดยในส่วนของครูที่ผ่านการประเมินได้วิทยฐานะก่อนวันที่ 1 ต.ค. 2550 จำนวน 359,371 ราย นั้น ต้องใช้งบประมาณ 2551 รองรับทั้งหมด 22,658 ล้านบาท แต่สพฐ.ได้งบแค่ 20,171 ล้านบาท ขาดอีกประมาณ 2,000 ล้านบาท ส่วนครูที่ผ่านการประเมินได้วิทยฐานะหลังวันที่ 1 ต.ค. 2550 จำนวน 14,396 ราย นั้น ต้องใช้งบ 1,700 ล้านบาท
"หลังจากที่ทั้ง 3 เรื่องผ่านความเห็นชอบจากกรรมการกลั่นกรองแล้ว จะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม สพฐ.ได้เจียดจ่ายงบประมาณส่วนอื่นมาได้ 500 ล้านบาท และกรมบัญชีกลาง จะให้งบกลางมาอีกประมาณ 1,500 ล้านบาท รวมเป็นประมาณ 2,000 ล้านบาท ยังเหลืออีก 1,700 ล้านบาท เพราะฉะนั้น ศธ.จึงนำเรื่องเสนอครม.ขอใช้งบกลางฉุกเฉิน แต่งบฉุกเฉินต้องจัดลำดับการใช้งานตามความจำเป็น อาจจะไม่ได้ ก็ต้องขอไปตั้งงบ 2552 มาให้แทน แต่ยืนยันว่า ครูได้เงินค่าวิทยฐานะแน่นอน ถ้างบฉุกเฉินมีพอก็ได้เลย แต่ถ้าไม่พอก็ต้องรอตกเบิกแทน ดร.สมเกียรติ กล่าว














