เจอตัวแล้วพระตุ้งติ้งเล่นน้ำตกระบุผู้นำทีมเป็นถึงผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสนามนอก เป็นพระที่นั่งโขดหินให้พระอีกรูปนอนในน้ำมาแอบอิง รับถ่ายเมื่อ 2 ปีก่อนขณะไปเที่ยวน้ำตก เจ็ดคต โดยมีการเปิดห้องพักค้างคืน อ้างไปพักผ่อน ยังกล้าพูดภาพที่ปรากฏไม่มีอะไรเสียหาย ส่วนพระที่ถ่ายคู่หลังเกิดเรื่องโยมแม่รับออกไปอยู่วัดอื่นแล้ว รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมาชี้ไม่เหมาะสมหากกะเทย หรือ "บัณเฑาะก์" ไม่มีสิทธิ์ที่จะบวช ถึงบวชได้ก็เป็นโมฆะ
เมื่อวันที่ 7 พ.ค. พระครูธีรวัฒนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดส้มเกลี้ยง ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ในฐานะเจ้าคณะตำบลบางคูเวียง พระสังฆาธิการเขตปกครองวัดโบสถ์บน อ.บางกรวย จ.
นนทบุรี
กล่าวถึงกรณี
พระเกย์
กลุ่มหนึ่งใน จ.
นนทบุรี
แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับสมณเพศ โดยมีภาพเที่ยว
น้ำตก
แพร่ทั่วอินเตอร์เน็ตว่า คณะสงฆ์ในเขตตำบลบางคูเวียง ทำการเรียกรักษาการ
เจ้าอาวาส
วัดโบสถ์บน รวม
พระสงฆ์
กลุ่มนี้ มาทำการสอบสวนและหารือถึงกรณีฉาวแล้ว คณะสงฆ์ในเขตตำบลบางคูเวียง มีความเห็นว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมแก่สมณสารูปของความเป็น
พระภิกษุ
แม้จะไม่ได้มีความผิดร้ายแรงถึงขั้นปาราชิกตามพระธรรมวินัย แต่เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม สร้างความเสื่อมศรัทธาแก่ญาติโยมที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา
พระครูธีรวัฒนาภรณ์ กล่าวต่อว่า
พระสงฆ์
ต้องมีอาจาระ คือ อากัปกิริยาต่างๆ ได้แก่ การยืน เดิน นั่ง นอน รวมไปถึงการนุ่งการห่มที่เป็นระเบียบเรียบร้อยงดงาม น่าชม พูดจาเรียบร้อย นุ่งห่มเรียบร้อย เป็นสมณสารูป ภาษาพระ อาจาระเหล่านี้ทำให้เกิดความงดงาม ดูภายนอกแล้วงดงาม ญาติโยมทั้งหลายเห็นแล้วอยากกราบไหว้ นั่งเป็นระเบียบ เดินเป็นระเบียบ ทำงานเป็นระเบียบ ทั้งนี้ ในเบื้องต้นคณะสงฆ์ตักเตือนและสั่งห้ามมิให้พระกลุ่มนี้ประพฤติปฏิบัติมิชอบดังนี้อีกเด็ดขาด ขณะเดียวกันผลการสอบสวนทางคณะสงฆ์ในเขตตำบลบางคูเวียง ส่งรายงานไปถึงคณะสงฆ์จังหวัด
นนทบุรี
แล้ว เพื่อทราบ ส่วนเจ้าคณะจังหวัด
นนทบุรี
จะมีคำสั่งประการใดหรือให้ลงโทษเพียงใดเป็นอำนาจหน้าที่ของ
พระผู้ใหญ่
ที่จะเป็นผู้ตัดสินความผิดต่อไป
ด้าน
พระธรรมกิตติมุนี เจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี
กล่าวว่า ต้องรอให้หนังสือรายงานการสอบสวนจากคณะสงฆ์ในเขตตำบลบางคูเวียง มาถึงเสียก่อน จากนั้นสำนักงานเจ้าคณะจังหวัด
นนทบุรี
จะเร่งพิจารณาตามข้อเท็จจริงโดยเร็ว ขณะเดียวกัน อาตมาจะเรียก
พระสงฆ์
ทุกรูปที่มีพฤติกรรมฉาวตามข่าวมาสอบปากคำด้วยตนเอง ตรงนี้กำลังดำเนินการให้ทางเลขานุการติดต่อประสานไปยังวัดต้นสังกัดทันที แต่ทราบว่า
พระ
กลุ่มที่มีพฤติกรรมฉาวนี้มีอยู่จำนวนหลายรูปด้วยกัน คงต้องใช้เวลาในการตามตัวพอสมควร
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดโบสถ์บน ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี แต่บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่าพระนฤพนธ์ ติสสวโร
เจ้าอาวาส
ออกไปหาหมอ และเมื่อสอบถามถึงเหตุการณ์จากภาพโฉ่ที่เกิดขึ้นชาวบ้านต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นเรื่องของ
พระ
ไม่เกี่ยวกับชาวบ้าน
พระ
ที่ประพฤติปฏิบัติดี ก็บวชได้นาน แต่ถ้า
พระ
ที่ประพฤติปฏิบัติไม่ดี ก็บวชได้ไม่นาน
พระ
รูปใดทำอะไรย่อมรู้แก่จิตใจดีว่าจะมีความละอายหรือไม่
แหล่งข่าวรายงานว่า สำหรับภาพดังกล่าวที่ออกมาแพร่ทางอินเตอร์เน็ต ถ่ายโดย
พระ
ลูกวัดโบสถ์บน ที่เดินทางไปท่องเที่ยวกับ
พระ
ผู้ใหญ่ในวัด หลังจากที่กลับมาแล้วมีการนำเอารูปมาลงในคอมพิวเตอร์ ต่อมาเครื่องคอมพิวเตอร์เสียจึงเรียก
พระ
ลูกวัดมาช่วยดึงข้อมูลเก่ากลับมา แต่ปรากฏว่า
พระ
รูปนั้นอยู่คนละฝ่ายกับ
พระ
ผู้ใหญ่ที่นำทีม จึงได้มีการนำเอาภาพดังกล่าวไปลงในอินเตอร์เน็ต เพื่อเป็นการโจมตีและประจาน เพื่อหวังผลแย่งชิงอำนาจการบริหารภายในวัด
ส่วนที่วัดสนามนอก ต.วัดชลอ อ.บางกรวย จ.นนท บุรี ผู้สื่อข่าวพบกับพระสมเจตน์ ฐานังกโร ผู้ช่วย
เจ้าอาวาส
พระองค์เดียว
ที่ปรากฏภาพนั่งอยู่บนก้อนหิน
โดยมีเพื่อนพระภิกษุอีกรูปนอนหนุนตัก
โดย
พระสมเจตน์
กล่าวว่า ภาพดังกล่าวถ่ายเมื่อประมาณ 2 ปีมาแล้ว ตอนนั้นมีพระทั้งหมด 4 รูป และลูกศิษย์ที่มาคอยช่วยเหลือในงานวัด 3-4 คน เดินทางไปพักผ่อนที่น้ำตก "เจ็ดคต" จ.สระบุรี มีการเปิดห้องพักค้างคืน 1 คืน เป็นเพียงการไปพักผ่อนกันตามธรรมดาเท่านั้น
"อาตมาอยากจะถามว่าภาพที่ปรากฏอยู่นั้นก็ไม่มีอะไรน่าเสียหาย ถ้าจะผิดเป็นเพียงโลกวัชชะ คือโลกติเตียน ตอนนี้อาตมาก็โดนทัณฑ์บน คือห้ามรับกิจนิมนต์ภายในวัดเป็นเวลา 1 ปี และห้ามออกนอกวัดเป็นเวลา 1 ปี ถ้าจะออกนอกวัดจะต้องมีพระติดตามไปด้วย 2 รูป ความผิดพลาดแบบนี้จะต้องให้อาตมาสึกจากพระเชียวหรือ" พระสมเจตน์ กล่าว
และที่วัดโชติการาม ต.บางไผ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี วัดที่
พระอ๊อด
สังกัดอยู่ สำหรับ
พระอ๊อด
เป็นพระในภาพนอนแช่อยู่ในน้ำตก อิงแอบพระสมเจตน์ ในสภาพที่ไม่สำรวม แต่จากการสอบถามลูกศิษย์วัดทราบว่า
พระอ๊อด
ไม่อยู่ในวัด จากการสังเกตพบว่ากุฏิไม้รูปทรงไทยที่
พระอ๊อด
จำวัด ประตูถูกล็อกด้วยกุญแจ มีเพียงแต่
พระ
ลูกวัดไม่กี่รูปที่กำลังช่วยกันทาสีหอระฆัง
พระ
วินัยธรถวิน ถาวโร เจ้าอาวาสวัดโชติการาม กล่าวว่า หลังเกิดเหตุและตกเป็นข่าวเมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา ทางโยมแม่ของพระอ๊อด รับตัวออกจากวัดไปพักที่อื่น พูดง่ายๆ คือ
พระอ๊อด
ออกจากวัดนี้ไปแล้ว โดยส่วนตัวไม่ทราบว่าพระอ๊อดออกไปเที่ยว
น้ำตก
ตอนไหน เพราะความประพฤตินอกวัดอาตมาไม่สามารถที่จะรู้ได้ แต่ต้องยอมรับว่าภาพที่ออกมาเป็นภาพที่ไม่ควร เพราะว่าสถานที่ดังกล่าว
พระภิกษุ
ไม่ควรไป ส่วนที่
พระอ๊อด
จะรู้จักกับกลุ่ม
พระ
ที่เป็นข่าวปรากฏออกมานั้น เข้าใจว่าน่าจะรู้จักช่วงที่ไปช่วยงานตามวัดต่างๆ
ด้านพระราชวิมลโมลี
เจ้าอาวาส
วัดพายัพ ต.ในเมือง อ.เมือง นครราชสีมา รองเจ้าคณะจังหวัดนคร ราชสีมา กล่าวเรื่องเดียวกันว่า เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เรามี
พระ
ธรรมวินัยระบุชัดเจน ถ้าหากเป็นกะเทย หรือบัณเฑาะก์ หมายถึงมีบุรุษที่มีสองเพศ จะเป็นอาภัพบุคคล ไม่มีสิทธิ์ที่จะบวช ถึงบวชได้ก็เป็นโมฆะ ขาดคุณสมบัติการจะเป็น
พระภิกษุสงฆ์
เหมือนเป็น ส.ส.แล้วถูกกกต.ให้ใบแดง ขั้นตอนในการอุปสมบท หรือบวช
พระ พระ
อุปัชฌาย์ จะสอบถามนาคว่า "ปุริโสสิ" เสมือนการตรวจสอบเบื้องต้นว่าคุณเป็นผู้ชายจริงหรือ ใน
พระ
ธรรมวินัยที่จะมีเช่นนั้น ก็เพื่อป้องกัน กะเทย บุคคลที่เป็นเพศหญิงปลอมตัว และสัตว์เดรัจฉาน แอบแฝงเข้ามาในพุทธศาสนา หาก
พระ
อุปัชฌาย์ ละเมิดข้อห้ามทั้งๆ ที่รู้ว่านาคที่จะบวช
พระ
ขาดคุณสมบัติ หรือทำไม่รู้ไม่เห็นก็จะมีความผิดในทาง
พระ
วินัยด้วย ทุกอย่างระบุไว้ชัดเจนแล้ว ถ้าหากมี
พระภิกษุสงฆ์
ที่ขาดคุณสมบัติโดยเป็นบัณเฑาะก์ นั้นหมายถึง
พระ
รูปนั้นขาดจากความเป็นพระแล้ว
วันเดียวกัน นายปกรณ์ ตันสกุล รองอธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวถึงกรณีชมรมดูแลพระพุทธศาสนาเชียงใหม่ เปิดเผยภาพอีเมล์ภาพลามกอนาจารที่มีหญิงชาวต่างประเทศแต่งกายชุดวาบหวิวโพสท่าโชว์เต้านมและท่านั่งอล่างฉ่างในวัดนั้น ส่วนตัวมีความเห็นว่า ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงเสียก่อนว่าแหม่มสาวไปถ่ายภาพลามกอนาจารได้อย่างไร ไม่อยากให้โทษพระในวัดที่ไม่ดูแล เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศจำนวนมากนิยมไปเที่ยวตามวัดต่างๆ ของไทย ประกอบกับวัดมีบริเวณกว้างขวางยากที่
พระสงฆ์
สามเณรจะดูแลได้ทั่วถึง หากจะให้พระมาคอยเดินตามนักท่องเที่ยวก็เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ไม่ใช่กิจของสงฆ์ ที่สำคัญชาวพุทธในชุมชนนั้นๆ รวมถึงคณะกรรมการวัดควรร่วมกันสอดส่องดูแล เฝ้าระวังนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่กระทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมส่อในทาง
ลามกอนาจาร
เป็นการดูหมิ่นสถานที่ทางพระพุทธศาสนา
นายปกรณ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา วธ.พยายามรณรงค์ให้ชาวต่างประเทศเรียนรู้วัฒนธรรมไทยด้วยวิธีต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ การจัดพิมพ์หนังสือมารยาทในสังคมไทยที่ควรปฏิบัติ (Thai Social Etiquette) เป็นภาษาอังกฤษ โดยแจกจ่ายไปยังสถานทูต กระทรวงการต่างประเทศและโรงแรม เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับมารยาท ค่านิยมที่พึงปฏิบัติในสังคมไทย รวมถึงการปฏิบัติตัวเมื่อเข้าไปท่องเที่ยวในวัดและศาสนสถานของไทยด้วย ส่งผลให้พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศลดลงมาก แต่ก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่จ้องกระทำการที่ส่อไปถึงการดูหมิ่นพระพุทธศาสนา
"อาจมีชาวต่างประเทศกลุ่มที่ไม่ยอมเข้าใจค่านิยม จารีตประเพณีของไทย คอยจ้องหาโอกาสเข้าไปใช้มุมอับต่างๆ ในบริเวณวัดกระทำการ
อนาจาร
อย่างนี้ อย่างไรก็ตาม ผมไม่เห็นด้วยหากจะแก้ปัญหาด้วยการติดกล้องวงจรปิดให้พระสงฆ์คอยตรวจสอบ เพราะเรื่องนี้ควรเป็นหน้าที่ของชาวพุทธทุกคนที่จะปกป้องพระพุทธศาสนา" รองอธิบดีกรมการศาสนา กล่าว
ด้าน
นางจุฬารัตน์ บุณยากร ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
กล่าวด้วยว่า ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ที่มีการมาแสดงท่าทางที่ไม่สมควรต่อหน้าหิ้ง
พระ
ทำให้ชาวพุทธที่ได้พบเห็นรู้สึกสะเทือนใจ ทั้งนี้ต่อไปเมื่อมีหญิงสาวต่างชาติแก้ผ้าถ่ายรูปในวัดเมืองไทยและมีการนำมาแสดงเผยแพร่ตามเว็บไซต์ต่างๆ ทางสำนักพุทธฯ แจ้งประสานไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือกระทรวงไอซีที ให้ดำเนินการปิดเว็บไซต์ดังกล่าวทันที เหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว ระยะหลังเกิดขึ้นเป็นประจำ จะด้วยความตั้งใจของคนทำหรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของชาวต่างประเทศ คงต้องขอความร่วมมือจากผู้ที่เข้าไปใช้อินเตอร์เน็ต หากพบเห็นภาพที่ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับการกระทำต่อ
พระพุทธศาสนา
ขอให้แจ้งมาที่ ส่วนคุ้มครอง
พระพุทธศาสนา
สำนักเลขาธิ การมหาเถรสมาคม
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
โทร.
0-2441-4542, 0-2441-4547
คลิก :
สั่งฟัน พระเกย์! ถ่ายรูปเล่นน้ำตกกับเด็กหนุ่ม














