นายพ้อง ชีวานันท์ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยภายหลังนำคณะเดินทางเข้าพบนายวุฒิพงศ์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เพื่อร่วมประชุมรับฟังและแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่า วท.ยังมีงบประมาณการวิจัยน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในแถบอาเซียน โดยเฉพาะประเทศเวียดนาม ที่ได้งบประมาณสูงถึง 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่ไทยได้เพียง 9,000 ล้านบาทเศษเท่านั้น ทั้งๆ ที่งบประมาณแผ่นดินของไทยมากกว่าเวียดนามหลายเท่า เบื้องต้น กมธ.วิทยาศาสตร์ฯจะเป็นตัวแทนสะท้อนปัญหาดังกล่าวให้รัฐบาลทราบถึงความสำคัญของงบประมาณวิจัยว่า มีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ ยังเห็นว่าการสร้างบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเรื่องสำคัญ เพราะปัจจุบันยังมีน้อย ไม่เพียงพอต่อการพัฒนาประเทศ ดังนั้น วท.จะต้องเร่งสร้างบุคลากรให้สามารถรองรับกับการพัฒนาด้านต่างๆ ของประเทศด้วย
คณะกรรมาธิการจะร่วมกับ วท.ขยายคลีนิคเทคโนโลยีให้ครอบคลุมทุกจังหวัด และสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง เพราะการถ่ายทอดเทคโนโลยีในปัจจุบัน วท.ยังขาดการลงพื้นที่อย่างทั่วถึง ดังนั้น คณะกรรมาธิการชุดนี้ซึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) อยู่ในพื้นที่ 15 จังหวัด จะรับเป็นตัวแทนในการประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานต่างๆ ภายในจังหวัดนั้นๆ เพื่อให้การเปิดคลีนิคเทคโนโลยีเป็นไปอย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยจะเริ่มดำเนินภายในปีนี้ นายพ้องกล่าว
ด้านนายวุฒิพงศ์กล่าวว่า เบื้องต้นได้หารือกับคณะกรรมาธิการถึงภาวะโลกร้อนที่ส่งผลกระทบต่อวิกฤตอาหาร เนื่องจากขณะนี้ประเทศฟิลิปปินส์มีปัญหาเรื่องอาหารกับการเพิ่มขึ้นของประชากรอย่างไม่สมดุล ดังนั้น ไทยจำเป็นต้องเตรียมการรับมือกับปัญหาดังกล่าวด้วย โดย วท.ต้องนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้าไปพัฒนาแหล่งอาหาร พืชผลต่างๆ เพื่อรับมือกับภาวะโลกร้อน และจัดสรรทรัพยากรให้สมดุลที่สุด
หน้า 10














