
ส.ท.วิวาห์ล่มเก็บตัว-เมียเตรียมฟ้อง
จากกรณีนางขวัญชนก รุ่งจันทร์วงศ์ อายุ 36 ปี พาลูกบุกโรงแรมเดอะไทด์รีสอร์ท บางแสน จ.ชลบุรี เพื่อระงับงานแต่งงานของนายเขมินทร์ รุ่งจันทร์วงศ์ อายุ 36 ปี ส.ท.บ้านปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ซึ่งเป็นสามี กับน.ส.สวย (นามสมมติ) แฟนสาวคนใหม่ โดยนางขวัญชนกเป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่นายเขมินทร์ชี้แจงว่า แต่งเพราะต้องการรับผิดชอบบุตรในท้องฝ่ายหญิง ล่าสุด มูลนิธิเพื่อนหญิงแนะนำให้ฝ่ายภรรยาหลวงฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว
เมื่อวันที่ 8 ก.ค. นายชัยยงค์ คูเพ็ญวิจิตรตระการ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านปลวกแดง กล่าวว่า ทราบข่าวเรื่องนายเขมินทร์แล้ว โดยทางเทศบาลบ้านปลวกแดงเพิ่งจัดเลือกตั้งไปและเพิ่งได้รับการรับรองผลการเลือกตั้งเมื่อในวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา และจะมีการประชุมสภานัดแรกวันที่ 9 ก.ค.นี้ เพื่อเลือกประธานสภา และหลังจากมีประธานสภาแล้วจะนำเรื่องดังกล่าวมาเข้าประชุม เพราะถือเป็นเรื่องของจริยธรรมและภาพเสียหายต่อสภาตำบลบ้านปลวกแดง ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับสมาชิกสภาเทศบาลว่าจะมีมติออกมาอย่างไร เพื่อทำหนังสือชี้แจงทางจังหวัดต่อไป
นางขวัญชนกกล่าวว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อจากสามี ส่วนเรื่องการฟ้องร้องนั้นกำลังอยู่ระหว่างการหารือกับญาติเพื่อหาทางออก ส่วนเรื่องที่บอกว่ามีการขออนุญาตไปแต่งงานนั้น ตนไม่ยอมมาแต่แรก และเรื่องลูกในท้องเจ้าสาวนั้นไม่เคยทราบเรื่อง ไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่ขอยืนหยัดต่อสู้เพื่อลูกทั้งสองคน ส่วนสามีจะกลับมาหรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวสามีเอง ซึ่งตนทนมาตลอด แต่ครั้งนี้ถือว่ารุนแรง หากอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ให้สังคมเป็นผู้ตัดสินแล้วกันว่าอะไรถูกอะไรผิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวชาวบ้านในเขตเทศบาลบ้านปลวกแดงต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของฝ่ายชาย ขณะที่นายเขมินทร์ยังเก็บตัวเงียบและปิดโทรศัพท์มือถือ ไม่สามารถติดต่อได้
นายสุรเดช ฉายะเกษตริน รักษาการผอ.สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า จะประสานกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้พิจารณาเรื่องการกำหนดคุณสมบัตินักการเมืองท้องถิ่นว่าในเรื่องจริยธรรมทางเพศ ควรกำหนดเป็นคุณสมบัติในการลงเลือกตั้งหรือไม่ และต้องให้ข้อมูล 2 ทางกับประชาชนในการตั้งเลือกตั้งผู้แทนท้องถิ่นด้วย จะมีกลไกอย่างไรต้องไปดูในรายละเอียด ว่าจะสร้างมาตรฐานนักการเมืองในมิติครอบครัวอย่างไร แม้เรื่องครอบครัวคนมักมองเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ก็โยงเป็นเรื่องสาธารณะ เพราะทำให้เกิดผลกระทบต่อสังคมหรือคนรอบข้าง
"ส่วนที่ฝ่ายชายบอกว่าตกลงกับภรรยาคนแรกที่จะแบ่งเวลาอยู่ร่วมกับภรรยาอีกคนที่ตั้งท้องจนต้องแต่งงานซ้อน โดยไม่ต้องการจะหย่าร้างกับภรรยาคนแรก ก็เป็นกรณีศึกษาในการสร้างจริยธรรมทางเพศ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องดูข้อมูลในเชิงลึก แต่จะเป็นแบบอย่างที่เหมาะสมหรือไม่กับสถาบันครอบครัว ก็ถือว่ามีความพยายามจะสร้างสัมพันธภาพไม่ให้ครอบครัวแตกสลาย" นายสุรเดช กล่าว














