
สธ.ตั้งทีมพิสูจน์ สาวไตหาย คาดรู้ผลสัปดาห์หน้า
ไม่ฟันธงไม่มีไตแต่กำเนิด-ไตฝ่อ-ผลอัลตร้าซาวด์แจ้งมีไตครบผิดพลาด-ถูกขโมยไต เผยผ่าซีสต์มดลูกล้วงถึงไตทำได้ยาก
วันนี้ (16 ก.ค.) ที่กระทรวงสาธารณสุข นายวิชาญ มีนชัยนันท์ รมช.สาธารณสุข กล่าวถึงความคืบหน้าการพิสูจน์หาไตของผู้ป่วยอายุ 43 ปี หลังทำผ่าตัดถุงน้ำที่รังไข่ เมื่อปี 2549 ที่โรงพยาบาลเอกชน ว่า จากการเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ที่โรงพยาบาลราชวิถี เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ทีมแพทย์ได้ผลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่อ่านผลได้ไม่ชัดเจน เนื่องจากขณะนี้ผู้ป่วยมีภาวะไตเสื่อม ทำงานได้ไม่เต็มที่อยู่แล้ว ดังนั้นต้องใช้ข้อมูลผลอัลตร้าซาวด์และเอ็กซ์เรย์ของโรงพยาบาลบางปะกอก 3 โรงพยาบาลกรุงเทพ-พระประแดง และโรงพยาบาลกรุงธน 2 ที่ผู้ป่วยเคยเข้ารักษาตัวมาก่อนมาประกอบ โดยได้ตั้งคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของโรงพยาบาลราชวิถี 1 ชุด ประกอบด้วย รังสีแพทย์ อายุรแพทย์ด้านไต และศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากแพทยสภา เพื่อทำการวิเคราะห์ผลโดยละเอียดและเร็วที่สุด คาดว่าจะทราบผลในต้นสัปดาห์หน้า
ด้าน นพ.ธารา ชินะกาญจน์ ผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า จากการตรวจร่างกายของผู้ป่วยรายนี้เมื่อวันที่ 15 ก.ค. พบมีรอยแผลผ่าตัดที่บริเวณเหนือหัวเหน่า ยาว 9 เซนติเมตร ไม่มีรายผ่าตัดที่บริเวณสีข้าง ซึ่งเป็นจุดที่ทำผ่าตัดไตแต่อย่างใด ซึ่งในการดูการทำงานของไต ต้องใช้วิธีฉีดสีแล้วทำเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ ทำให้เห็นภาพไตได้ชัดเจน แต่ในผู้ป่วยรายในไตทำงานได้เพียง 40 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ไม่สามารถใช้วิธีฉีดสีได้ ทำให้ภาพเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ที่ได้ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร
นพ.ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ในฐานะดูแลกองประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า กรณีที่เป็นข่าวในขณะนี้ถ้าดูจากการเปิดแผลผ่าตัดบริเวณหน้าท้องนั้นไม่สามารถที่จะเข้าไปเอาไตคนไข้ได้ และเท่าที่ติดตามข่าวคนไข้มีความผิดปกติของมดลูก ซึ่งมดลูกกับไตมีต้นกำเนิดเดียวกัน ดังนั้นกรณีนี้สันนิษฐานว่า น่าจะมีความผิดปกติแต่กำเนิดหรือไม่ อย่างไรก็ตามคงต้องเอาฟิล์มเอ็กซเรย์ทั้งหมดมาดูตั้งแต่คนไข้เข้ารับการรักษาที่ รพ.เอกชน 2 แห่ง แล้วเชิญผู้เชี่ยวชาญจากราชวิทยาลัย ตลอดจนศัลยแพทย์มาให้ข้อมูล อย่างไรก็ตามการขโมยไตคนไข้ในปัจจุบันมิใช่ทำได้ง่าย ๆ เพราะก่อนที่จะนำไตไปปลูกถ่ายให้กับคนไข้อีกคนจะต้องมีการเตรียมคนไข้ ดูว่าเนื้อเยื่อเข้ากันได้หรือไม่ อีกทั้งการซื้อขายไตหรือขายอวัยวะถือว่าผิดกฎหมาย และผิดข้อบังคับของแพทยสภา แพทย์ที่ผ่าตัดให้ถือว่ามีความผิด
ด้าน พญ.วราภรณ์ ภูมิสวัสดิ์ ผอ.รพ.ราชวิถี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ค.คนไข้ได้ไปตรวจซีทีสแกนที่ รพ.ราชวิถี แต่ไม่ให้ทางแพทย์เจาะเลือด หรือตรวจร่างกายว่าจะสามารถดำเนินการฉีดสีได้หรือไม่ ดังนั้นภาพที่ได้จากซีทีสแกน จึงทราบแต่เพียงว่ามีไตขนาด 2 ซม. กรณีน่าตั้งข้อสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นความพิการแต่กำเนิด อย่างไรก็ตามต้องเอาฟิล์มเอ็กซเรย์ทั้งหมดให้ผู้เชี่ยวชาญดูอีกครั้ง














