
ปืนไทยเดินหน้าโกยทอง
‘โอภาส’เก๋า 13 หนได้ 26 เหรียญมอบให้ครอบครัวและคนไทย
ทัพแม่นปืน ลั่นกระสุน กวาดเพิ่ม 3 ทอง ช่วยให้ทัพไทยโกยไปแล้ว 10 ทอง “โอภาส เรืองปัญญาวุฒิ” ไว้ลายเสือเฒ่า หยิบเหรียญทองที่ 26 จากซีเกมส์ 13 หน ให้กับตัวเอง “เจ้ามี่” อัฐพล เอื้ออารี แม่นปืนวัยกระเตาะแห่งเมืองรถม้าเหมา 2 ทอง เจ้าตัวชู เสื้อสีชมพู นำโชคมาให้ พร้อมยกรางวัลให้กับพ่อกับแม่
การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 24 เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา มีการชิงชัย 6 เหรียญทอง ยิงปืน ที่สนามยิงปืน กกท. มีชิง 4 เหรียญทอง ปรากฏว่า ทัพแม่นปืนของไทย เครื่องยังร้อนแรง คว้ามาอีก 3 เหรียญทอง เริ่มจาก ปืนยาวท่านอน ประเภททีม เจ้าไก่ เทวฤทธิ์ มัจฉาชีพ, อัฐพล เอื้ออารี, คมกริช ฆ้องนำโชค 3 แม่นปืนหนุ่ม ฟอร์มเข้าฝักลั่นกระสุนเข้าเป้าทำแต้มได้ 1,762 คะแนน (เทวฤทธิ์ 585, อัฐพล 591, คมกริช 586) คว้าเหรียญทองได้สำเร็จ, เหรียญเงิน พม่า 1,755 คะแนน, เหรียญทองแดง สิงคโปร์ 1,748 คะแนน, ประเภทบุคคล เหรียญทอง เจ้ามี่ อัฐพล เอื้ออารี ยิงได้ 691.2 คะแนน, เหรียญเงิน อ่อง ลิน (พม่า) 688.9 คะแนน, เหรียญทองแดง ตัน นัม เหวียน (เวียดนาม) 688.3 คะแนน ส่วน เทวฤทธิ์ 688.0 คะแนน ได้ที่ 4 และ คมกริช 684.2 คะแนน ได้ที่ 7
เจ้ามี่ อัฐพล เอื้ออารี ซึ่งคว้าคนเดียว 2 เหรียญทอง กล่าวว่า วันนี้รู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ ตนไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะคว้าเหรียญทองในประเภทบุคคล เพราะ คิดว่าพี่ ๆ ในทีม น่าจะทำได้ดีกว่า สำหรับการยิงในวันนี้ตนไม่ได้สนใจคู่แข่งเลย หวังเพียงแต่ว่าให้ตัวเองมีสมาธิ เอาชนะตัวเองให้ได้ก็พอ ส่วน 2 เหรียญทองที่ได้มานั้น ตนจะขอมอบให้คุณพ่อกับคุณแม่ ผมแข่งซีเกมส์ครั้งนี้เป็นครั้งแรก เหรียญทองนี้จึงเป็นเหรียญแรกในซีเกมส์ โดยส่วนหนึ่งต้องบอกว่าเสื้อสีชมพูที่ผมใส่มาในวันนี้ถือเป็นเสื้อนำโชคนำไปสู่ความสำเร็จเช่นกัน ส่วนจากนี้ไปก็จะเดินทางไปแข่งในรายการชิงแชมป์เอเชีย โดยจะลงเล่นในรุ่นเยาวชน ที่คูเวต และจะพยายามทำให้ดีที่สุด เจ้ามี่ กล่าว
ร.ต.อ.อุดม เอื้ออารี บิดาของอัฐพล เผยว่า รู้สึกตื่นเต้นมาก ไม่คิดว่าลูกจะคว้าเหรียญทอง ประเภทบุคคลได้ โดยเฉพาะไม่เคยเข้าไปยิงหรือฝึกซ้อมในห้องไฟนอลเลย แต่ลูกชายกลับทำได้ดีเกินคาด สำหรับ อัฐพล อายุ 18 ปี ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยพลศึกษาลำปาง เป็นนักกีฬายิงปืนรายที่ 2 ของเมืองรถม้า ที่คว้าเหรียญทองในศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 24 หลังจาก วริญญา บุตรชา คว้าไปแล้ว 2 เหรียญทอง จากปืนสั้นอัดลม เมื่อ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา
ปืนสั้นยิงเร็ว 25 ม. ชาย ประเภททีม เหรียญทอง มาเลเซีย 1,697 คะแนน, เหรียญเงิน เวียดนาม 1,691, เหรียญทองแดง ไทย (โอภาส เรืองปัญญาวุฒิ 564 คะแนน, พฤทธ์ ศรียะพันธ์ 558, ปองพล กุลชัยรัตนา 550 คะแนน) 1,672 คะแนน, ประเภทบุคคล เหรียญทอง โอภาส เรืองปัญญาวุฒิ 760.8 คะแนน (รอบไฟนอล 196.8 คะแนน), เหรียญเงิน อาเมียร์ ฮัสซัน (มาเลเซีย) 760.2 คะแนน, เหรียญทองแดง อัดซา ฮาซิซ (มาเลเซีย) 759.0 คะแนน
โอภาส เรืองปัญญาวุฒิ กล่าวว่า วันนี้ตนยิงในรอบคัดเลือกไม่ดี แต้มจึงห่างจากคู่แข่งมาก ทำให้รอบไฟนอล ต้องเร่งเครื่องเต็มที่ ซึ่งตนก็พยายาม อย่างที่สุดและรู้สึกดีใจมากที่ทำได้สำเร็จ ส่วนเหรียญทองนี้ตนจะมอบให้กับครอบครัวและคนไทยทั้งประเทศ ทั้งนี้ ปกติตนจะลงแข่งขัน 3 อีเวนต์ แต่ตนขอเลือกลงเพียงอีเวนต์เดียว เพื่อพุ่งเป้าคว้าเหรียญทองให้ได้ ส่วนในอนาคตอยากให้นักกีฬารุ่นใหม่เข้ามาแทนที่บ้าง เพราะว่าตนอายุมากแล้ว
สำหรับ โอภาส เรืองปัญญาวุฒิ ปัจจุบันอายุ 52 ปี เป็นนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย ที่ผ่านสังเวียนซีเกมส์มาแล้วทุกครั้ง (ครั้งนี้เป็นสมัยที่ 13) นับตั้งแต่ซีเกมส์ ครั้งที่ 11 ที่ฟิลิปปินส์ (ยกเว้นซีเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่บรูไน ซึ่งไม่มีการแข่งขันยิงปืน) ทั้งนี้ เขายังเป็น ราชาเหรียญทองซีเกมส์ อีกด้วย หลังจากคว้าเหรียญทองได้ทุกครั้งที่ลงแข่งขันซีเกมส์ รวมแล้ว โอภาส กวาดมาทั้งสิ้น 26 เหรียญทอง มากที่สุดในบรรดาทัพนักกีฬาไทย รองลงมา คือ ธีรัช โพธิ์พานิช นักกีฬายิมนาสติก ที่ทำได้ 22 เหรียญทอง
ส่วน ยิงเป้าบิน ที่สนามยิงเป้าบิน กกท. มีชิง 2 เหรียญทอง ประเภทดับเบิลแทรป บุคคลและทีมชาย โดยประเภททีม เหรียญทอง สิงคโปร์ 368 คะแนน, เหรียญเงิน ไทย (อฐิเมชฌ์ คำเกษม 124 คะแนน, ภัทรฉัตร วิเชียรสรรค์ 119 คะแนน, ยศวัฒน์ ภัคคะอนันต์ชัย 105 คะแนน) 348 คะแนน, เหรียญทองแดง มาเลเซีย 324 คะแนน ส่วนประเภทบุคคล เหรียญทอง ซู ชุน เช็ง (สิงคโปร์) 165 คะแนน, เหรียญเงิน ตัน เช็ค คอง (สิงคโปร์) 162 คะแนน, เหรียญทองแดง อฐิเมชฌ์ คำเกษม 159 คะแนน ส่วน ภัทรฉัตร วิเชียรสรรค์ ได้ที่ 4 มี 158 คะแนน
สรุปเหรียญรางวัล วันที่ 30 พ.ย.
ประเทศ
ทอง
เงิน
ทองแดง
ไทย
10
11
4
สิงคโปร์
7
5
4
เวียดนาม
3
3
7
มาเลเซีย
2
2
4
พม่า
2
2
1
ฟิลิปปินส์
0
1
1
อินโดนีเซีย
0
0
2
ลาว
0
0
0
บรูไน
0
0
0
กัมพูชา
0
0
0
ติมอร์ตะวันออก
0
0
0














