ทุกชาติต่างมองหาพลังงานทดแทนกันทั้งนั้น ไม่เฉพาะอ้อย มันสำปะหลัง ปาล์ม พืชให้น้ำมัน และขยะชีวมวลเท่านั้นที่ใช้เป็นพลังงานทดแทนได้ นักวิจัยญี่ปุ่นคิดค้นเทคนิคเอานมเหลือทิ้งมาทำเป็นเชื้อเพลิงได้ด้วย
รู้กันดีว่า พวกอ้อยและข้าวโพดสามารถนำมาแปรรูปให้เป็นเชื้อเพลิงเอทานอลได้ แต่ปัญหาจากการส่งเสริมพืชทดแทนน้ำมันคือ มันจะไปแย่งพื้นที่เพาะปลูกพืชอาหาร ทำให้นักวิจัยทั่วโลกมองหาตัวเลือกอื่นแทน เช่น น้ำมันจากต้นสบู่ดำ เชื้อเพลิงจากสาหร่าย บ้างก็คิดว่าน่าจะเอาหญ้าที่เรียกว่า สวิตช์กราส ซึ่งเติบโตเร็วมาหมักเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลได้
มาซายูกิ โอโนะเดระ นักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีนิกาตะ ประเทศญี่ปุ่น มีไอเดียต่างไปจากนั้น เขาบอกว่า ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับปัญหานมเหลือทิ้งบานตะไท ซึ่งยังไม่รู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร บางทีอาจเป็นเพราะเด็กนักเรียนชอบดื่มน้ำอัดลมมากกว่าก็เป็นได้ เขาเลยเสนอให้ใช้นมที่เหลือทิ้งแต่ละวันมาแปลงให้เป็นเชื้อเพลิง
บังเอิญเขามีเพื่อนเป็นเจ้าของบริษัทขนส่งที่รับจ้างขนนมบูดไปกำจัด นักวิจัยคนนี้เลยเกิดความคิดเปลี่ยนรถขนนมเสียให้เป็นโรงงานผลิตเชื้อเพลิงจากนมเหลือทิ้ง
. เขาและทีมงานคิดค้นกระบวนการหมักน้ำตาลจากนมบูด วิธีการคล้ายกับการใช้แบคทีเรียสายพันธุ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมบำบัดน้ำเสีย จากนั้นสร้างเตาชีวปฏิกรณ์ขนาดเล็กขึ้นมา และเลือกใช้จุลชีวะที่ชอบอากาศร้อนเป็นตัวย่อยของเสียในสภาพปลอดออกซิเจนที่ความร้อน 55 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ใกล้เคียงกับการหมักขยะเพื่อให้ได้ก๊าซมีเทน และคาร์บอนไดออกไซด์ (นักวิทยาศาสตร์มองว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นคาร์บอนในสภาพธรรมชาติ เพราะเมื่อมันปะปนอยู่ในอากาศมันจะถูกทำให้เกิดภาวะสมดุลจากกระบวนการสังเคราะห์แสงของพืช เช่น หญ้าที่วัวนมกินเป็นอาหาร)
ทีมวิจัยทดสอบเติมแบคทีเรียช่วยย่อยจำนวนหนึ่งลงในถังนมบูด เมื่ออยู่ในสภาพปลอดออกซิเจน และควบคุมค่าพีเอช (ค่ากรดด่าง) ให้เป็นกลาง ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ นมบูดเหลือทิ้งสามารถให้ก๊าซชีวมวลได้เพิ่มถึง 8 เท่า ครึ่งหนึ่งของก๊าซที่ได้เป็นไฮโดรเจน ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ ตลอดเวลาหนึ่งสัปดาห์พวกเขาจะคอยเติมแบคทีเรียชุดใหม่ลงไป และคอยเช็กตลอดว่าค่าพีเอชยังคงเป็นกลางตลอด นักวิจัยพบว่าพวกเขาสามารถผลิตไบโอแก๊สได้นานถึง 100 วัน














