ไมโครซอฟท์ มัดใจนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทย จับมือสมาคมเอทีเอสไอ คัดผู้ประกอบการ 100 ราย ร่วมพัฒนาซอฟต์แวร์บนโครงสร้างพื้นฐาน-เครื่องมือไมโครซอฟท์ มั่นใจฝีมือคนไทย พร้อมดันออกงานประชุมระดับโลกปีละ 8 ราย หมายปั้นแบรนด์ไทยส่งออกตลาดโลก
นางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย หรือเอทีเอสไอ ในการคัดเลือกนักพัฒนาซอฟต์แวร์อิสระ (ISV: Independent Software Vender) ที่เป็นสมาชิกเอทีเอสไอเข้ามาพัฒนาระบบงาน หรือแอพพลิเคชัน บนซอฟต์แวร์ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน และเครื่องมือพัฒนาของไมโครซอฟท์ เพื่อต่อยอดธุรกิจไปสู่ตลาดโลก โดยปีนี้วางแผนเลือกไว้ประมาณ 100 ราย และคาดหวังว่าจะมีโซลูชันหรือระบบงาน บนเทคโนโลยีไมโครซอฟท์ ประมาณ 100 โซลูชัน ซึ่งไมโครซอฟท์จะร่วมกับเอทีเอสไอพิจารณาคัดเลือกโซลูชันที่มีศักยภาพไปนำเสนอในงานการประชุมระดับโลกไมโครซอฟท์ ที่จัดขึ้นทุกปีๆละประมาณ 8 ราย
ตอนนี้มีโซลูชันที่พัฒนาขึ้นมาบนเทคโนโลยีใหม่ของไมโครซอฟท์ ซึ่งประกอบด้วย ระบบปฏิบัติการวินโดว์ส เซิร์ฟเวอร์ 2006 , เครื่องมือพัฒนา วิชัวร์ สตูดิโอ 2008 และระบบฐานข้อมูล เอสคิวแอล เซิร์ฟเวอร์ 2008 แล้วประมาณ 48 ราย โดยมีทั้งหมด 28 โซลูชัน อาทิ ซอฟต์แวร์โซลูชันบริหารสินค้าคงคลัง บริหารโรงแรม และสแกนลายนิ้วมือ โดยเฉพาะซอฟต์แวร์สแกนลายนิ้วมือตอนนี้ได้รับออร์เดอร์จากสิงคโปร์เข้ามาแล้ว ซึ่งโดยส่วนตัวเชื่อว่าคนไทยเราเก่งมีแอพพลิเคชันที่ดีๆ ซึ่งเรานำแอพพลิเคชันเหล่านี้ไปโชว์ในการประชุมไมโครซอฟท์เวิลด์วาย ปีละ 8 ราย ถ้าขายไปในตลาดโลกไม่ได้ก็ให้มันรู้ไป
ด้านนายสมเกียรติ อึงอารี นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย หรือเอทีเอสไอ กล่าวกับฐานเศรษฐกิจว่า เอทีเอสไอ มีการหารือในเรื่องดังกล่าวกับทางไมโครซอฟท์เบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งจะมีการนัดหารืออย่างเป็นทางการกับทางไมโครซอฟท์ และมีการทำพรีเวิร์กช็อปร่วมกัน ก่อนเซ็นบันทึกความเข้าใจเบื้องต้นหรือเอ็มโอยู ความร่วมมือครั้งนี้อีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามมองว่าการให้การสนับสนุนกับกลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์อิสระของไทยที่พัฒนาซอฟต์แวร์หรือโซลูชัน บนเทคโนโลยีไมโครซอฟท์ ในการทำตลาดออกไปทั่วโลกเป็นเรื่องดี โดยในการประชุมไอเอสวี พาร์ตเนอร์ ของไมโครซอฟท์ทั่วโลกที่จัดในเดือนสิงหาคม ที่เรดมอนด์ นั้นมีพันธมิตรนักพัฒนาซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟท์ เข้าร่วมประมาณ 30,000 ราย ซึ่งจะทำให้เกิดความร่วมมือ เกิดการสร้างเครือข่ายข้ามประเทศระหว่างพันธมิตรในการขายสินค้าขึ้น เกิดการแลกเปลี่ยนสินค้าในการทำตลาดระหว่างประเทศขึ้น
อนึ่งผลสำรวจล่าสุดของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือซิป้า ที่ร่วมกับซอฟต์แวร์ปาร์ค ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และสมาคมที่เกี่ยวข้องกับไอซีที ทำการสำรวจตลาดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของไทย ปี 2550 พบว่าไทยมีการส่งออกซอฟต์แวร์ในปี 2550 ประมาณ 4,200 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 7.3% ของมูลค่าธุรกิจของประเทศ โดยประเทศที่ไทยส่งออกซอฟต์แวร์ในลำดับแรกๆ คือ ญี่ปุ่น สหรัฐฯ เวียดนามและสิงคโปร์














