เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตเพลิดเพลินกับการใช้บริการบนโลกออนไลน์ไม่ว่าจะกลุ่มที่ใช้บริการพื้นฐานอย่างเช็กอี-เมล์ ท่องเว็บ หรือกลุ่มที่ใช้งานแบบเอาจริงเอาจัง ประเภทเพื่อดาวน์โหลดไฟล์วิดีโอหรือเพลงกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เรียกได้ว่าเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ถึงไหนถึงกันโดยไม่ต้องมานั่งคิดคำนวณว่า ผู้ใช้แต่ละรายมีการใช้ช่องทางรับ-ส่งข้อมูลมากน้อยกว่ากันแค่ไหน ใครอยากจะใช้มากหรือน้อยก็มีอิสระ เสรีเต็มที่
กระทั่งปัจจุบันที่การใช้งานอินเตอร์เน็ตแพร่หลายขึ้น ความเร็วของการรับ-ส่งข้อมูลที่พัฒนาไปมากทำให้การใช้บริการประเภทดาวน์โหลดข้อมูลมีแนวโน้มสูงขึ้นเพราะมีความสะดวก รวดเร็วมากขึ้น จนอาจถึงขั้นทำให้ช่องทางรับ-ส่งข้อมูลแออัด ส่งผลให้ความเร็วในการใช้งานลดลง เบียดบังการใช้งานของผู้ใช้รายอื่น ซึ่งประเด็นความไม่เท่าเทียมในการใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตเริ่มสะท้อนความรุนแรงของปัญหาเมื่อ 3 ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตรายใหญ่ของตลาดสหรัฐอเมริกาประกาศมาตรการจำกัดการใช้งานของกลุ่มผู้ใช้งานหนักเป็นรายเดือนกันเลยทีเดียว
เช่นกรณีของไทม์ วอร์เนอร์ เคเบิล ได้เริ่มทดลองกำหนดมาตรวัดการใช้อินเตอร์เน็ต ทำนองเดียวกับบริการสาธารณูปโภคประเภทไฟฟ้า น้ำประปา ในเมืองบิวมอนต์ของรัฐเท็กซัส ที่มีประชากรอาศัยราว 110,000 คนเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยระบุให้ผู้บริโภคเลือกโปรแกรมใช้งานรายเดือนที่มีอัตรากำหนดคิดค่าบริการเพิ่มกรณีใช้เกินจำนวนจำกัด ซึ่งหมายความว่า ใครใช้เท่าไรก็จ่ายเท่านั้น ใครใช้มากก็จ่ายมาก โปรแกรมให้เลือก เช่น จำกัดที่ 5 กิกะไบต์ 20 กิกะไบต์ หรือ 40 กิกะไบต์ ราคาตั้งแต่ 30-50 ดอลลาร์สหรัฐฯ หากใครใช้เกินโควตาที่กำหนดก็ต้องจ่ายส่วนเกินคิด 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อกิกะไบต์ ซึ่งโปรแกรมที่มีโควตาไว้สูงก็จะมีความเร็วสูงขึ้นด้วย
นอกจากไทม์ วอร์เนอร์ เคเบิลแล้ว คอมคาสต์เองก็มีแผนขยายยุทธศาสตร์การบริการช่องทางรับ-ส่งข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต ที่จะลดความเร็วในการเชื่อมต่อให้ช้าลงสำหรับผู้ที่ใช้งานอินเตอร์เน็ตมากๆ ในช่วงที่มีการใช้งานสูงสุด ส่วนเอทีแอนด์ทีเองก็มองแนวทางจำกัดการใช้งานของกลุ่มที่ใช้บริการมากๆ ทั้งยังพิจารณาการตั้งราคาค่าบริการตามปริมาณข้อมูลที่มีการใช้งานด้วย ตามการพิจารณาแนวโน้มในวันนี้ว่า ปริมาณการรับ-ส่งข้อมูลบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของเอทีแอนด์ทีจะเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าในอีก 3 ปีข้างหน้า
ปฏิกิริยาล่าสุดของบริษัทผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตทั้ง 3 รายในการจำกัดการใช้งานอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) เป็นไปเพื่อให้การเข้าใช้งานของผู้บริโภคแต่ละรายมีความเท่าเทียมกันมากที่สุด โดยผู้ที่ใช้มากก็ควรเป็นผู้จ่ายมาก ผู้ที่ใช้งานบริการแบ่งปันไฟล์ข้อมูลก็ควรลดการใช้งานลงบ้าง และเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ที่ใช้บริการในอินเตอร์เน็ตมากๆ จะไม่กระทบกับการใช้งานของกลุ่มอื่นที่เหลือ
กระนั้น เนื่องจากบริการบนอินเตอร์เน็ตประเภทวิดีโอ ทีวี การเล่นเกมแบบอินเตอร์แอกทีฟที่ประกอบด้วยผู้เล่นหลายคนในเครือข่ายเดียวกัน หรือประเภทสังคมเครือข่ายกลายเป็นบริการที่ได้รับความนิยมบนอินเตอร์เน็ต การทดลองจำกัดการใช้งานอาจก่อผลกระทบต่ออนาคตของเว็บได้อย่างมากเช่นกัน ซึ่งเสียงจากฝั่งไม่เห็นด้วยกับแนวคิดจัดระเบียบการใช้งานอินเตอร์เน็ตวิจารณ์ว่าการควบคุมการใช้เครือข่ายอาจทำให้โอกาสการผนวกรวมระหว่างเทคโนโลยีสื่อทีวี คอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ตหยุดชะงักลงอย่างเลี่ยงไม่ได้
นายจิม เลาว์เดอร์แบ็ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารรีวิชัน3 บริษัทด้านสื่อที่ทำเครือข่ายทีวีบนเว็บแสดงความเห็นว่า อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อกลางที่บริษัทใช้นำเสนอรายการ จู่ๆ หากผู้ชมของเราเกิดกังวลกับการจำกัดโควตาใช้งานบรอดแบนด์ เวลาจะดาวน์โหลดหรือดูรายการของเราอาจทำให้ต้องคิดพิจารณากันมากขึ้น
แม้ว่า ปริมาณจำกัดข้อมูลจะมากกว่าระดับการใช้งานเฉลี่ยของผู้บริโภค แต่แค่มีการออกกฎดังกล่าวขึ้นมาก็เพียงพอที่จะกระตุ้นให้ผู้บริโภคหยุดคิดก่อนตัดสินใจใช้งานและลดการใช้บริการออนไลน์ลงไปโดยปริยาย
แนวคิดการตั้งราคาการใช้งาน ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งย่อมส่งแรงกระเพื่อมถึงอิสระเสรีในความรู้สึกของผู้ใช้งานที่จะต้องมานั่งตรองกันถึงค่าใช้จ่ายแต่ละครั้งที่เข้าใช้อินเตอร์เน็ต ซึ่งนั่นย่อมทำให้ความกระตือรือร้นในการลองระบบงานหรือนวัตกรรมใหม่ๆ บนโลกออนไลน์ถดถอยตามไปด้วย นายวินท์ เซิร์ฟ หัวหน้านักพัฒนาอินเตอร์เน็ตของกูเกิลที่มักถูกเรียกขานว่าเป็นบิดาของอินเตอร์เน็ต กล่าว
| Hit : กิกะไบต์ ดอลลาร์สหรัฐฯ วอร์เนอร์ |














