ตลาดอุปกรณ์นำทางรถยนต์จีพีเอส โตพรวดเท่าตัว คาดยอดซื้อขายปีนี้แตะ 100,000 เครื่อง หลังผู้ใช้รถแห่ติดตั้งวางแผนเดินทางรับภาวะน้ำมันแพง ตัวแทนขายการ์มิน-มีโอ ยักษ์อุปกรณ์จีพีเอสโลก เร่งยกทัพสินค้าเข้าแข่งรับตลาดโต ชูฟังก์ชันการใช้งานง่าย-ฉลาดขึ้น-ราคาไม่แพง
นายไกรรพ เหลืองอุทัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์นำทาง หรือจีพีเอส สำหรับรถยนต์ ยี่ห้อ การ์มิน เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่า ในปีนี้บริษัทคาดการณ์ว่าตลาดอุปกรณ์จีพีเอส นำทางรถยนต์จะมียอดการซื้อขายกว่า 100,000 เครื่อง เติบโตขึ้นเท่าตัวจากปีที่ผ่านมาที่มีตลาดรวมมียอดขายราว 50,000 เครื่อง โดยปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อัตราการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นนั้น เป็นผลมาจากภาวะราคาน้ำมันในปัจจุบัน ทำให้ผู้ใช้รถยนต์ส่วนหนึ่งตัดสินใจหันมาติดตั้งอุปกรณ์นำทางจีพีเอส เพื่อวางแผนการเดินทาง
นอกจากนี้ยังเป็นผลมาจากราคาที่ลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ตัวเทคโนโลยีทั้งส่วนฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์มีความสามารถมากขึ้น โดยเทคโนโลยีของเครื่องการ์มิน รุ่น 710 ที่เปิดตัวล่าสุดมีตัวประมวลผลที่มีความเร็วเพิ่มขึ้น ขณะที่ซอฟต์แวร์นั้นมีคุณสมบัติการทำงานดีขึ้น ง่ายต่อการใช้งาน อาทิ ฟังก์ชันค้นหาด้วยภาพสถานที่ที่ต้องการเดินทางไป หรือระบบแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเดินทาง
สิ่งสำคัญสำหรับจีพีเอส ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์ แต่อยู่ที่ซอฟต์แวร์ และข้อมูล ตอนนี้ผู้ผลิตอุปกรณ์จีพีเอส เริ่มการพัฒนาอุปกรณ์จีพีเอสให้เหมาะสมกับการใช้งานแต่ละประเทศ เช่นในรุ่น 710 ที่สามารถรองรับการค้นหาด้วยภาพถ่ายสถานที่ ซึ่งฟังก์ชันนี้ในต่างประเทศไม่มี
นายไกรรพ กล่าวต่ออีกว่าตลาดจีพีเอสสำหรับรถยนต์ในไทยยังมีโอกาสเติบโตได้อย่างมหาศาล ซึ่งหากไม่รวมตลาดรถใหม่ที่ออกมาคาดการณ์ว่าไทยมีรถยนต์ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านคัน ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญในการติดตั้งเครื่องจีพีเอส สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดของบริษัทนั้นคงมุ่งเน้นนำผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาทำตลาดต่อเนื่อง พร้อมทั้งพัฒนาซอฟต์แวร์ และข้อมูลให้ทันสมัย และใช้งานง่ายมากขึ้น ซึ่งปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ 50,000 เครื่อง คิดเป็นสัดส่วน 50% ของตลาด เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมาเท่าตัว
ด้านนายสรัณย์ ธีรวชิรกุล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท ซินเน็ค ( ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่ายอุปกรณ์นำทาง หรือจีพีเอส สำหรับรถยนต์ ยี่ห้อ มีโอ (Mio) กล่าวในทำนองเดียวกันว่าตลาดอุปกรณ์จีพีเอสปีนี้มียอดจำหน่ายรวมมากกว่า 100,000 เครื่อง จากเดิมปีที่ผ่านมามียอดจำหน่ายในตลาดประมาณ 50,000 เครื่อง โดยปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของตลาดมาจากราคาเครื่องที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้มีเครื่องขนาดหน้าจอ 3.5 นิ้ว ราคาต่ำกว่า 10,000 บาท เข้ามาทำตลาด ขณะที่เครื่องจีพีเอสขนาดหน้าจอ 4.3 นิ้ว มีราคาจำหน่ายเฉลี่ยที่ 13,000-16,000 บาท จากเมื่อ 2 ปีที่แล้วมีราคาจำหน่ายประมาณ 25,000 บาท นอกจากนี้ยังเป็นผลมาจากการที่ผู้ผลิตและผู้ค้านำอุปกรณ์รุ่นใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดมากขึ้น ซึ่งอุปกรณ์ใหม่เหล่านี้มีคุณสมบัติการทำงานมากขึ้นและดีขึ้น
ขณะเดียวกันในส่วนของซอฟต์แวร์ยังมีความสามารถมากขึ้น อาทิ การเก็บบันทึกสถิติการเดินทางต่างๆ และซอฟต์แวร์แผนที่ยังสามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น สุดท้ายคือปัญหาราคาน้ำมันแพง ซึ่งทำให้ผู้ใช้รถยนต์บางส่วนเริ่มหันมาใช้จีพีเอสในการวางแผนการเดินทาง โดยอุปกรณ์ดังกล่าวช่วยให้ผู้ขับขี่รถยนต์สามารถเลือกเส้นทางการเดินทางที่ดีสุดในการเดินทาง และสามารถคำนวณค่าใช้จ่ายน้ำมันแต่ละเดือน
สำหรับการทำตลาดอุปกรณ์นำทางรถยนต์ยี่ห้อมีโอ ปีนี้บริษัทจะมุ่งขยายช่องทางจำหน่ายไปยังกลุ่มช่องทางจำหน่ายจากกลุ่มผู้จำหน่ายสินค้าไอที ไปยังกลุ่มร้านประดับยนต์ โดยเร็วๆ นี้จะมีการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ในธุรกิจประดับยนต์ นอกจากนี้จัดทำแคมเปญรับคืนสินค้าภายใน 10 วันหากลูกค้าไม่พึงพอใจในสินค้า เพื่อกระตุ้นให้เกิดการทดลองใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าว
นอกจากนี้ยังนำผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาทำตลาดต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์มีโอ C230 ขนาดหน้าจอ 3.5 นิ้ว ราคา 9,900 บาท และรุ่น C320b ขนาดหน้าจอ 4.3 นิ้ว ราคา13,900 บาท ที่ใช้ระบบสัมผัสแบบทัชสกรีน และรองรับการเล่นเพลงเอ็มพี 3 โดยทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับแผนที่ที่สามารถดูได้ง่ายขึ้น สามารถเก็บสถิติการเดินทาง บันทึกเส้นทาง และระบบการค้นหาเส้นทางที่มีความฉลาดมากขึ้น ขณะที่ปลายปีจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาทำตลาด 4-5 รุ่น โดยเป็นรุ่นที่เป็นโทรศัพท์มือถือ 2-3 รุ่น ทั้งนี้คาดว่าในปีนี้ประมาณ 20,000 เครื่อง














