กลุ่มซีดีจี ยักษ์ประมูลไอทีภาครัฐ มุ่งสู่บริการไอทีมืออาชีพ เตรียมปรับรูปแบบธุรกิจ รองรับความต้องการที่หลากหลาย ระบุรายได้ปีนี้ 5,200 ล้าน ยังโตต่อเนื่องท่ามกลางปัจจัยลบภายนอกที่ส่งผลกับธุรกิจ ทั้งปัญหาการเมือง ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น หลังได้รับอานิสงส์โครงการต่อเนื่องส่งมอบปีนี้ พร้อมแนะรัฐเร่งสานอีโกเวิร์นเมนต์-บูรณาการจีไอเอส
นายนาถ ลิ่วเจริญ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทซีดีจี กรุ๊ป จำกัด ผู้ให้บริการไอทีภาครัฐรายใหญ่ เปิดเผยว่าทิศทางธุรกิจของบริษัทนั้นจะมุ่งไปสู่ผู้ให้บริการไอทีมืออาชีพ โดยอาศัยองค์ความรู้ที่สร้างสมในธุรกิจไอทีมาเป็นเวลา 40 ปี ผนวกกับความพร้อมด้านบุคลากรที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการบริหารโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในธุรกิจ และรองรับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย
ขณะที่รูปแบบการดำเนินธุรกิจของบริษัทในช่วงก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 5 นั้นจะเปลี่ยนไปไม่ใช่การซื้อมาขายไป รูปแบบธุรกิจใหม่ที่เกิดขึ้นนั้นบริษัทอาจเข้าไปให้บริการรับจ้างดูแลระบบไอที หรือเอาต์ซอร์ซซิ่ง หรือเข้าไปลงทุนระบบไอทีทั้งหมดให้กับลูกค้า แล้วแบ่งรายได้จากการทำธุรกรรม โดยแนวโน้มที่เกิดขึ้นในอนาคตนั้นลูกค้ามีทางเลือกหลากหลาย
ส่วนเป้าหมายรายได้ปี 2551 นั้นบริษัทคาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 5,200 ล้านบาท เติบโตจากปี2550 ที่ผ่านมาประมาณ 20% โดยปีที่แล้วมีรายได้ 4,300 ล้านบาท ทั้งนี้หากนับรวมกับบริษัทในเครือคือ กลุ่มบริษัทจีเอเบิลฯ จะทำให้บริษัทมียอดรายได้รวมทั้งหมดราว 10,600 ล้านบาท
สำหรับปัจจัยที่ส่งผลให้บริษัทมียอดการเติบโตท่ามกลางผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกับธุรกิจ อาทิ ปัญหาการเมืองที่ขาดเสถียรภาพ หรือราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น คือ ยังมีโครงการต่อเนื่องที่รอส่งมอบปีนี้ ขณะเดียวกันยังมองว่าอุตสาหกรรมไอทียังมีเกิดเติบโตอยู่ โดยมีการนำไอทีไปใช้ในการทำงาน ติดต่อสื่อสาร เพื่อลดการเดินทางในช่วงน้ำมันแพง อีกทั้งยังสามารถทำงานเร็วขึ้น ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นและประหยัดค่าใช้จ่าย
6 เดือนที่ผ่านมามีความไม่แน่นอนทางการเมืองเกิดขึ้น ทำให้โครงการภาครัฐใช้เวลาพิจารณานาน อีกทั้งภาครัฐยังไม่มีนโยบายด้านไอซีที ทำให้ปีนี้มีโครงการออกมาน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ส่งผลกับเรา เพราะเรามีโครงการต่อเนื่องในการพัฒนาระบบแผนที่ของการไฟฟ้าภูมิภาคที่รอส่งมอบปีนี้มูลค่าพันกว่าล้าน แต่จะส่งผลกระทบกับภาครวมของอุตสาหกรรมมากกว่า อย่างไรก็ตามภาครัฐยังคงต้องมีการลงทุนไอที
นายนาถ กล่าวต่ออีกว่าสิ่งที่กลุ่มบริษัทซีดีจีฯอยากให้เกิดขึ้นประเทศไทยต่อจากนี้ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศนั้น คือ การพัฒนาและนำระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์มาใช้แบบจริงจัง เพื่อลดช่องว่างระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และให้บริการประชาชนได้อีกมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ยังต้องการให้ภาครัฐมีการบูรณาการระบบภูมิสารสนเทศ หรือจีไอเอสแห่งชาติ เพื่อนำมาช่วยในการบริหารจัดการภาครัฐ อาทิ การจัดเก็บภาษี หรือ การวางแผนป้องกันภัยพิบัติ ขณะเดียวกันยังต้องการรัฐบาลมีการปรับปรุงระบบการให้บริการแก่ประชาชนมีแผนปฏิบัติการไอที ที่สามารถปฏิบัติได้จริง รวมถึงการเลือกซื้อเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด สุดท้ายคือต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาของคนไทย














