กว่าจะได้การ์ตูน 3 มิติออกมาโลดเล่นบนหน้าจอโทรทัศน์ นักออกแบบแอนิเมชั่นต้องใช้ทั้งจินตนาการและพลังความคิดสร้างสรรค์ เสียงรบกวนเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้สมาธิกระเจิดกระเจิงไปได้
แต่สำหรับนักออกแบบแอนิเมชั่นกลุ่มนี้ เรื่องเสียงดังรบกวนสมาธิไม่ใช่ปัญหา
นักพัฒนาแอนิเมชั่นหน้าใหม่ทั้ง 7 คน เป็นลูกศิษย์กลุ่มแรกของสถาบันไอครีเอชั่น ที่ก้าวสู่เส้นทางอาชีพออกแบบตัวการ์ตูน 3 มิติ ในห้องเรียนที่เงียบที่สุด เหตุเพราะพวกเขาสูญเสียความสามารถด้านการได้ยิน หรือเรียกอย่างชาวบ้านฟังง่ายว่า หูหนวก ทำให้การถ่ายทอดเทคนิคจากครูส่งผ่านไปยังลูกศิษย์ต้องใช้ภาษามือช่วย แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นจินตนาการทางความคิดของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย
ปฏิวัติ ขยันการ ผู้พิการทางการได้ยิน เจ้าของผลงานแอนิเมชั่น 3 มิติ บอกผ่านภาษามือว่า คนพิการสามารถทำงานสร้างสรรค์ได้เช่นเดียวกับคนปกติ เพียงแต่ขาดโอกาส และช่องทางในการพัฒนาฝีมือเท่านั้น โดยหลังจากที่ได้เขาและเพื่อนๆ เรียนรู้เทคนิคการทำภาพแอนิเมชั่นให้เคลื่อนไหวได้ในรูปแบบ 3 มิติ ก็เกิดแรงบันดาลใจ ที่จะก้าวสู่สายอาชีพนักพัฒนาแอนิเมชั่นจริงจังในอนาคต
ปฏิวัติ และเพื่อนอีก 7 คน เป็นผู้พิการหูหนวกกลุ่มแรกที่ได้รับโอกาสในการเรียนรู้เทคนิคแอนิเมชั่น จุดประกายความคิด โดยสถาบันไอครีเอชั่น ซึ่งเปิดสอนคอมพิวเตอร์ 3 มิติสำหรับเด็ก ปัจจุบันทั้งหมดกำลังศึกษาสาขาวิชาหูหนวกศึกษา วิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล
พวกเราไม่เคยรู้จักแอนิเมชั่นมาก่อน เคยเห็นแต่ตัวการ์ตูนจากภาพยนตร์ก้านกล้วย แต่ก็ไม่รู้ว่า เป็น 3 มิติ ที่สร้างจากคอมพิวเตอร์ นักพัฒนาแอนิเมชั่นหน้าใหม่ เล่าและบอกต่อว่า แต่ตอนนี้พวกเขาสามารถสร้างตัวละครในจินตนาการขึ้นเอง และมองว่าไม่ใช้เรื่องยาก
ศิริพร โอสถารยกุล กรรมการผู้จัดการสถาบันไอครีเอชั่น บอกว่า ไอครีเอชั่นมอบทุนให้กับผู้พิการทางการได้ยิน มีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาทักษะในการสร้างแอนิเมชั่น 3 มิติ เพื่อใช้เป็นช่องทางในการประกอบอาชีพ ไม่เป็นภาระต่อสังคม ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เปิดสอนให้กับกลุ่มผู้พิการด้านโสต
การสอนคอมพิวเตอร์ให้ผู้พิการเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก เนื่องจากต้องปรับหลักสูตร แนวทาง และวิธีการสอนใหม่หมด บรรยากาศในห้องเรียนนอกจากจะมีครูและลูกศิษย์ แล้ว ยังต้องใช้ล่ามภาษามือเพื่อช่วยในการสื่อสาร และทำความเข้าใจ ผู้จัดการสถาบัน กล่าว
ผลจากการทดลองสอนแอนิชั่นให้กับผู้พิการทางการได้ยินพบว่า พวกเขาสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ไม่แพ้มืออาชีพ เพียงแต่ต้องการเวลาในการฝึกฝนย เทคนิคที่ถ่ายทอดให้ผู้พิการก็ไม่ได้แตกต่างไปจากการสอนคนปกติ ไม่ว่าจะเป็น โปรแกรมมายา (MAYA) ซึ่งเป็นโปรแกรมพื้นฐานในการทำแอนิเมชั่นของมืออาชีพ รวมถึงเทคนิคการการออกแบบวัตถุ ให้เคลื่อนไหว บริเวณข้อต่อ จุด มุมกล้อง จนกระทั่งพัฒนาเป็นหนังแอนิเมชั่นสั้นๆ ได้สำเร็จ โดยใช้เวลาเรียนทั้งหมด 9 เดือน เท่ากันนักเรียนทั่วไป
ประสบการณ์จากการเปิดชั้นเรียนพิเศษครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ไม่ว่าใครที่ใจรัก และมีความมุ่งมันก็สามารถพัฒนาแอนิเมชั่น 3 มิติได้ โดยสถาบันพร้อมเปิดสอนสำหรับผู้พิการทางทางหูที่สนใจเรียนรู้การเทคนิคการสร้างตัวการ์ตูน 3 มิติต่อไป
ส่วน ปิยพงษ์ เอมสั้น ผู้พิการหูหนวกอีกคนหนึ่ง โบกมือสลับขึ้นลง แปลความหมายได้ว่า เขามีความคิดที่จะพัฒนาการ์ตูนแอนิเมชั่นสอนภาษามือสำหรับผู้พิการ ในขณะที่เพื่อนบางคนที่กำลังก้าวสู่วิชาชีพเป็นครูฝึกสอนในโรงเรียนสอนคนหูหนวกก็พร้อมที่จะนำเทคนิคที่ได้ไปสอนให้รุ่นน้องๆ ที่หูหนวกได้พัฒนาศักยภาพของตัวเองด้วย
การสร้างตัวการ์ตูน 3 มิติ สำหรับคนหูหนวกยังเป็นเรื่องใหม่ นอกจากเรียนรู้คอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐานจากชั้นเรียน แต่การฝึกฝนทำแอนิเมชั่นเพื่อให้เกิดความชำนาญ สำหรับพวกเราก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไป ปิยพงษ์ส่งภาษามือบอกกล่าว
จุฑารัตน์ ทิพย์นำภา
รายการคม ชัด ลึกตอน-ยอดรัก สลักใจไม่ยื้อชีวิต ขอใช้สิทธิตาย
ขณะที่อาการป่วยมะเร็งตับของ ยอดรัก สลักใจ ได้ลามไปทั่วทำให้ ยอดรัก ลูกและภรรยา ยอมลงนามยินยอมหากหยุดหายใจไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ ปั๊มหัวใจ
| Hit : มิติ ยอดรัก |














