
ผอ.ใหม่ซิป้าขายฝันผุด4เมืองซิลิกอนวัลเล่ย์
ทันทีที่รับตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือ ซิป้าคนใหม่ ดร.รุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาณ์ ก็ระเบิดไอเดียบรรเจิด ใส่นวัตกรรมทางความคิดและอีกหลายแนวคิดในการสร้างแบรนด์ ซิป้าเป็นเฟืองจักรสำคัญในการพัฒนาไอซีทีของประเทศโดยเฉพาะอุตสาหกรรมด้านซอฟต์แวร์ของไทย ผ่านฐานเศรษฐกิจเป็นครั้งแรกหลังจากเข้ามารับตำแหน่ง
ความตั้งใจแรกของดร.รุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาณ์ ที่พยายามผลักดันให้เกิดขึ้นตามที่วาดหวังไว้ก็คือบทบาทใหม่ของซิป้าว่า เราจะต้องมุ่งเน้นด้านนโยบายและยุทธ์ศาสตร์ที่เป็นแผนเป็นโครงการระดับชาติ โดยแสดงให้เห็นถึงความปรารถนาของเขาว่า ต้องการสร้างซิลิกอนวัลเล่ย์ขึ้นมาในเมืองไทย
วันนี้ซิป้าต้องปรับแนวคิด ต้องคิดเพิ่มเติมจากในอดีตที่ผ่านมาแทนที่จะสร้างซิลิกอนวัลเล่ย์ขึ้นมาที่เดียว ซึ่งทำให้เกิดช่องว่างระหว่างกรุงเทพและต่างจังหวัด เราต้องกระจายออกไปทั่วประเทศโดยอาศัยเทคโนโลยีการสื่อสารในการเชื่อมต่อทุกอย่างเข้าหากัน
++เนรมิตภูเก็ตสวรรค์นักวิจัยพัฒนา
เมื่อถามถึงจิ๊กซอร์แต่ละตัวที่จะช่วยให้ซิลิกอนวัลเล่ย์บรรลุผล มิใช่เป็นเพียงภาพฝันลมๆแล้งๆ ดร.รุ่งเรือง ระบุว่าแนวคิดการสร้างซิลิกอนวัลเล่ย์ จะต้องกระจายไปทั่วประเทศ โดยจะจัดตั้งศูนย์วิจัยพัฒนาและสร้างนวัตกรรมขึ้นมาที่จังหวัดภูเก็ต สร้างภูเก็ตให้เป็นสวรรค์ของนักวิจัยและพัฒนา โดยอาศัยศักยภาพการเป็นเมืองท่องเที่ยวของภูเก็ต ซึ่งเหมาะสำหรับการวิจัยและพัฒนาเป็นตัวดึงดูดนักวิจัยและพัฒนาระดับโลกเข้ามาลงทุน นอกจากนี้ภูเก็ตยังมีความพร้อมด้านระบบการสื่อสารโทรคมนาคม ที่สามารรถติดต่อสื่อสารไปทั่วโลก
ทั้งนี้ประโยชน์ที่เราจะได้รับจากการเป็นศูนย์กลางการวิจัยพัฒนาระดับโลก คือ หากบริษัทระดับโลกเหล่านี้สามารถค้นคิดนวัตกรรมใหม่ขึ้นมาได้ โอกาสที่คนไทยจะร่วมมือกับบริษัทเหล่านี้มีมากขึ้น อีกทั้งคนไทยยังมีโอกาสเข้าถึงนวัตกรรมใหม่มากขึ้นด้วยนอกจากนี้การเข้ามาลงทุนของบริษัทเหล่านี้ยังเกิดการจ้างงาน โดยคาดว่าการผลักดันภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางการวิจัยพัฒนา ระดับโลกนั้นจะช่วยให้เกิดเม็ดเงินการลงทุน หรือมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างน้อยประมาณ 30,000-40,000 ล้านบาท
++เตรียมโรดโชว์แนวคิดบิ๊กไอทีโลก
เมื่อถามย้ำว่าการผลักดันภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางการวิจัยพัฒนาระดับโลกเป็นไปได้แค่ไหนหัวขบวนสำนักซิป้าฉายภาพให้เห็นถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นว่าได้พูดคุยกับบริษัทระดับโลก 2-3 รายแล้ว ซึ่งบริษัทเหล่านี้ให้ความสนใจ
ด้วยเหตุนี้จากนี้ไปจะทำการโรดโชว์ไปยังต่างประเทศ โดยเริ่มจากงานซีบิต ประเทศเยอรมัน หลังจากนั้นจะเดินสายโรดโชว์ไปในยุโรปและอเมริกา
โดยเขามีเป้าหมายแห่งความมุ่งที่จะดึงบริษัทระดับโลก อย่างไอบีเอ็ม ไมโครซอฟท์ หรือ กูเกิล เป็นแม่เหล็กดึงดูดให้บริษัทอื่นๆที่เกี่ยวข้องเข้ามาลงทุนในศูนย์กลางการวิจัยพัฒนาระดับโลกที่ภูเก็ต
ส่วนคำถามเรื่องสิทธิประโยชน์การลงทุนนั้นดร.รุ่งเรือง มองไม่ใช่เรื่องสำคัญ บรรยากาศที่เอื้อประโยชน์ต่อการวิจัยและพัฒนาน่าจะเป็นแรงจูงใจสำคัญสุดสำหรับนักวิจัยและพัฒนา ส่วนสิทธิประโยชน์เบื้องต้นคงยึดตามที่บีโอไอมีอยู่ หากบริษัทใดต้องการสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นก็จะเจรจาเป็นรายๆ ไป
++ดันเชียงใหม่ศูนย์กลางเอ้าต์ซอร์ส
สำหรับแนวทางการกำหนดทิอศทางกรุงเทพและจังหวัดเชียงใหม่ตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ดร.รุ่งเรืองกล่าวว่า มีแนวคิดผลักดันกรุงเทพให้เป็นศูนย์กลางผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์ อาทิ ระบบอีเลิร์นนิ่ง หรือ ดิจิตอลคอนเท้นต์ โดยปัจจุบันซิป้า มีศูนย์แบงคอก ดิจิตอล คอนเท้นต์ เซ็นเตอร์ ตั้งอยู่ที่สี่แยกคอกวัว โดยจะใช้ศูนย์ดังกล่าวเป็นดึงคนจากทั่วโลกเข้ามา ดึงผู้กำกับระดับโลกเข้ามาพัฒนาสื่อดิจิตอลคอนเท้นต์ในเมืองไทย ซึ่งคนไทยมีจุดได้เปรียบเรื่องศิลปะ โดยเรามีจิตวิญญาณการเป็นศิลปินสูงกว่าประเทศอื่นทั่วโลก
ส่วนจังหวัดเชียงใหม่ จะเนรมิตให้เป็นศูนย์กลางการรับจ้างผลิตซอฟต์แวร์ของโลก (Global Outsourcing Center) โดยดร.รุ่งเรืองมองว่าเชียงใหม่มีศักยภาพและมีความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางรับจ้างผลิตซอฟต์แวร์ของโลก เนื่องจากมีผู้ประกอบการมีธุรกิจพื้นฐานและมีสถาบันการศึกษา อีกทั้งยังมีวัฒนธรรมที่สวยงามเป็นตัวดึงดูดต่างชาติให้เข้ามาร่วมทุนกับคนไทย นอกจากนี้เรายังสามารถกระจายงานจากที่ภูเก็ต หรือกรุงเทพ ไปยังเชียงใหม่ได้
ปัญหาของวงการไอซีทีที่ประสบมาตลอด คือ เรื่องคน ซึ่งเราก็จะอาศัยศักยภาพของขอนแก่น ที่มีมหาวิทยาลัย และเป็นศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีประชากรที่มีความอดทนและต้องการเรียนรู้สูง ในการพัฒนาบุคลากร ซึ่งจะต้องเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพสูง สามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมได้ทันที ซึ่งที่คาดหวังเอาไว้ คือจะผลักดันขอนแก่นสู่ศูนย์กลางด้านพัฒนาบุคลากรไอซีทีป้อนอุตสาหกรรมไอซีที ขณะเดียวกันก็ต้องดึงคนที่อยู่ใต้ดิน อาทิ เด็กลงโปรแกรมที่อยู่ตามห้างไอทีต่างๆ ขึ้นมาซึ่งคนเหล่านี้มีความสามารถ แต่ต้องยกระดับความสามารถพิเศษชั้นสูง และหางานป้อนให้ดร.รุ่งเรืองชี้ให้เห็นถึงเป้าหมายครั้งนี้ว่าคนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนที่สำคัญ
++เดิมพันเห็นรูปร่าง6เดือน
ดร.รุ่งเรือง กล่าวย้ำหนักแน่นว่า วันนี้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน อย่างการสร้างไอซีทีซิตี้ ทั้งที่ภูเก็ต ขอนแก่น และเชียงใหม่ ในอดีตที่ผ่านมาเรามุ่งเน้นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือสิ่งก่อสร้าง ซึ่งในวันนี้เราต้องมองความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ว่าเขาต้องการอะไร โดยเบื้องต้นจะกลับไปดูโครงการที่บริษัทใหญ่ตกลงกับเราเอาไว้
อย่างครั้งเมื่อ บิลเก็ตต์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชัน เดินทางมาพบอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร หรืออย่างกรณีผู้บริหารระดับสูงของไอบีเอ็ม พบกับนายสิทธิชัย โภไคยอุดม อดีตรัฐมนตรีว่าการไอซีที
ก่อนหน้าเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการซิป้า ก็ได้พูดคุยกับบริษัทใหญ่ๆ มาบ้างแล้วเชื่อมั่นว่าภายใน 6 เดือนจะเห็นความร่วมมือกับบริษัทระดับโลก และคาดว่าจะเกิดผลเป็นรูปธรรมภายใน 3 ปี ซึ่งหลังจากนี้จะทำการจัดทำแผนเสนอบอร์ด (คณะกรรมการ) ,รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที เพื่อนำเสนอกับรัฐบาลที่กำลังเข้ามาต่อไป
++วางบทบาทประสานสิบทิศ
ส่วนภารกิจเดิมที่ทำอยู่ก็ไม่ได้ทิ้งจะเน้นความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น อันไหนที่ซอฟต์แวร์ปาร์ค ทำได้ดีอยู่แล้วก็พร้อมเข้าไปร่วมมือหรือ สนับสนุน หรือ เนคเทค มีความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยอยู่แล้ว เราก็ไม่มุ่งเน้นเรื่องดังกล่าวและปรับเปลี่ยนบทบาทมาเน้นการตลาด และการพัฒนาอุตสาหกรรมแทน หรือความร่วมมือกับศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ ซึ่งหากหน่วยงานเหล่านี้มีความเชี่ยวชาญและทำได้ดีแล้วก็พร้อมร่วมมือสนับสนุนให้เขาทำ ซึ่งเราจะได้มีเวลาในการทำโครงการระดับชาติมากขึ้น
ส่วนปัญหาภายในองค์กรนั้นที่ผ่านมาทราบว่ามีปัญหาเยอะแต่ในฐานะผู้บริหารใหม่เบื้องต้นคงไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไร แต่จะให้โอกาสทุกคนในการทำงาน โดยมีโครงการระดับชาติเป็นแรงจูงใจ เชื่อว่าทุกคนรักประเทศ และต้องการทำอะไรให้เกิดความภาคภูมิใจ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ที่ก่อนหน้านี้ไม่สนับสนุนตัวเองขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการซิป้านั้นเป็นเพราะตอนนั้นเขาไม่เข้าใจ ซึ่งจริงๆแล้ว ตั้งใจเข้ามาพัฒนาอุตสาหกรรม แม้กระทั่งก่อนหน้าที่ไม่ได้เป็นผู้อำนวยการ ก็พยายามผลักดันอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์มาตลอด ซึ่งหลังจากนี้ก็จะมีการพูดคุยกับภาคอุตสาหกรรมทุกๆเดือน
ล้อมกรอบ
กว่าจะมาเป็นผอ.ใหม่ซิป้า
ดร.รุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาณ์ ปัจจุบันอายุ 50 ปี จบการศึกษาปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมอุตสาหการจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโทสาขาวิศวกรรมระบบ (Systems Engineering) และปริญญาเอก สาขาการวิจัยการดำเนินงาน (Operations Research) จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งรัฐอิลลินอยส์ (University of Illinois) ประเทศสหรัฐอเมริกา
มีประสบการณ์ทำงานเป็นอดีตรองผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการในหลายกระทรวงและหลายสมัย และเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้กับหน่วยงานต่างๆมากมาย อาทิ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กรมศุลกากร วุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร สภานิติบัญญัติแห่งชาติ สำนักงบประมาณ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมทั้งเคยผ่านงานบริหารในองค์กรเอกชนชั้นนำหลายแห่ง อาทิ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ จำกัด บริษัท ซีเกทเทคโนโลยี จำกัด ประเทศไทยและประเทศฟิลิปปินส์ บริษัท ทีโอเอ จำกัด เป็นต้น














