
ใหม่ ! อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม ราชบุรี
คอลัมน์ พาทัวร์
โดย นฤมล เกษมสุข
แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมแห่งใหม่ใกล้กรุงเทพฯ อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม จ.ราชบุรี ขับรถไม่ถึงครึ่งชั่วโมงจะได้สัมผัสความงามอีกบรรยากาศของฝีมือช่างไทยผู้สรรค์สร้างผลงานตระการตาออกมาให้คนไทยและต่างชาติศึกษาคุณค่าความเป็นไทย
พอเข้าสู่เขตอุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยามช่วงบ่ายวันหยุด กรรนิกา รุ่งสว่าง หรือ อ้อ วิทยากรพาคณะออกเดินตามเส้นทางรอบๆ สาวหลายคนหยิบหมวกมาสวมป้องกันแสงอัลตราไวโอเลต เมื่อเดินลึกเข้าไปได้ร่มเงาแนวต้นประดู่ขยายกิ่งก้านธรรมชาติช่วยกรองแสงไว้ แนวราบมีพืชสมุนไพรไทยติดป้ายโชว์ชื่อบอกตลอดทาง
อ้อ เล่าว่า พื้นที่ทั้งหมด 95 ไร่ ก่อนนี้เคยเป็นทุ่งนามาก่อน หากตอนนี้ที่ดิน 42 ไร่ ตกแต่งเป็นสวนร่มรื่นรวมทั้งส่วนอาคารสถานที่จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งรวม 6 จุด และน่าชื่มชนที่ต้นไม้ซึ่งเราเห็นกว่า 80% เป็นต้นไม้ดั้งเดิมของท้องทุ่ง ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี โดยเฉพาะเส้นทางเยี่ยมชมจุดแรกจะพบ ต้นโพธิ์อุ้มไทร เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติหาดูยาก ไทรลำต้นสูงมีกิ่งก้านต้นโพธิ์โอบอุ้มอย่างกลมกลืน มีให้เห็นบริเวณเกาะกลางน้ำหน้าทางเข้าอาคารเชิดชูเกียรติ
อาคารเชิดชูเกียรติ มี 2 ชั้น ตอนนี้พร้อมเปิดให้เยี่ยมชมเฉพาะชั้นล่างเป็นส่วนแสดงหุ่นไฟเบอร์กลาสบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ไทยและโลก 10 ท่าน อาทิ ศาสตราจารย์ ม.ล.ปิ่น มาลากุล ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ บรมครูมนตรี ตราโมท สืบ นาคะเสถียร ประธานาธิบดีโฮจิมินห์ แม่ชี เทเรซ่า ประธานาธิบดีเหมาเจ๋อตุง และประธานาธิบดีเติ้งเสี่ยวผิง และที่ขาดไม่ได้คือ อาจารย์โต คำเดช ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นบรมครูของ ช่างปั้นหุ่นทั่วสยาม
บรรยากาศทำให้ผู้มาเยือนแต่ละคนเสมือนเดินอยู่ท่ามกลางหุ่นจำลองเหมือนจริงมาจากอดีตทีละห้อง พร้อมคำบรรยายที่นักท่องเที่ยวสามารถเปิดวนฟังได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
ถัดมาเป็น ลานพระพุทธรูป 3 สมัย ประดิษฐานพระพุทธรูปหล่อด้วยทองเหลือง ขนาดหน้าตัก 6 ศอก 9 นิ้ว ประกอบด้วย พระพุทธรูปสมัยอู่ทอง พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย และพระพุทธรูปเชียงแสน วิทยากรสาวชี้ให้เราสังเกตพระพักตร์ของพระพุทธรูปว่า แสดงอารมณ์ต่างกันไปตามภาวะบ้านเมืองในขณะนั้น เช่น สมัยอู่ทองของอยุธยานั้นฉายแววพระพักตร์เศร้าหมอง สะท้อนจิตใจของช่างปั้นที่หดหู่เนื่องจากบ้านเมืองสมัยนั้นกรำศึกสงคราม
ร้อยเรียงเรื่องต่อด้วย ถ้ำชาดก จุดนี้เด็กๆ บางคนเดินร้องไห้ออกมา เพราะในถ้ำไฟเบอร์กลาสขนาดใหญ่แสดงหุ่นจำลองเกี่ยวกับทศชาติชาดกเรื่อง พระเวสสันดรชาดก ตอนชูชกขอ 2 กุมาร บอกเล่าเรื่องการเสียสละในชาติสุดท้ายของเจ้าชายสิทธัตถะ แต่ด้วยการจัดแสงสีฉายบนหุ่นที่เหมือนกับของจริง ทำให้เด็กๆ อดกลัวไม่ได้ โดยเฉพาะจุดจบที่ชูชกท้องแตกตายเพราะสวาปามอาหาร ทำให้ผู้ใหญ่ต้องคอยอธิบายว่า หุ่นนั้นเป็นเพียงจินตนาการของนักวาดภาพ และชี้ให้เห็นคำสอนที่แฝงมาว่า แม้ชูชกจะมีด้านดี คือ การรักครอบครัว แต่ด้านร้ายอย่างความโลภ ก็ทำให้ชีวิตถึงจุดจบได้โดยง่าย
เรื่อยมาอีกจุด กุฏิพระสงฆ์ 4 ภาค ภายในมีรูปจำลองพระสงฆ์ผู้มีชื่อเสียงของแต่ละภาคประดิษฐานอยู่ มองผ่านลอดมูลี่ไม้เข้าไปด้านใน นอกจากไอเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศและเสียงบรรยายพุทธประวัติของแต่ละท่านแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผู้มาเยือนสัมผัสได้พร้อมกัน คือ บรรยากาศแห่งศรัทธาที่อบอวลอยู่รอบรูปจำลองเหมือนองค์จริง ภายนอกและภายในกุฏิเรียบง่ายสมถะ บ่งบอกถึงการเสียสละของผู้ยอมละทิ้งทางโลก เพื่อแสวงหา ธรรมะ และผันตัวเองมาเป็น ผู้ให้ แก่พุทธศาสนิกชน
อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม เปิดครั้งแรกเมื่อ 9 มิถุนายน 2549 อายุครบรอบ 1 ปีพอดี แม้จะยังไม่เปิดเป็นทางการ ทว่ากลับได้รับความนิยมแบบปากต่อปากดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมไม่ขาดสาย ยิ่งช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์อุทยานจะจัดกิจกรรม ครอบครัวพลอยได้สนุกไปพร้อมๆ กับได้รับความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมของไทยไปด้วย เช่น การแสดงดนตรี การละเล่นพื้นบ้าน
จัดมุมพิเศษเฉพาะ คือ บ้านไทย 4 ภาค รวบรวมวิถีชีวิตคนไทยแตกต่างกันทั้ง 4 ทิศ จะว่าไปอุทยานแห่งนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กๆ ที่จะเข้ามาเรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณี และได้พกพาอารมณ์ดีจากการใกล้ชิดธรรมชาติกลับบ้านไปเป็นของฝาก
จุดสุดท้าย คือ ลานพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร มีองค์จำลองของกวนซิอิม ผ่อสักโดดเด่นบนลานกว้าง หากเมื่อยล้าจากการเดินรอบอุทยานแล้ว บริเวณใกล้กันๆ มี บ้านกาแฟ บริการเครื่องดื่มคุณภาพในราคาประหยัด
การเดินทางสู่อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม จากกรุงเทพฯใช้ถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าสู่ราชบุรี พอถึงสี่แยกบางแพเลี้ยวซ้าย สังเกตอุทยานจะตั้งอยู่ขวามือ เปิดขายบัตรวันจันทร์-ศุกร์ 09.00-16.30 น. เสาร์-อาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์ 08.30-17.00 น. ถ้าหากต้องการวิทยากรนำชมเพื่อให้การเยี่ยมชมสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ติดต่อล่วงหน้า 3 วัน โทร.032-381-1401 และ 032-381-1404
หน้า 36
| Hit : อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม |














