ทัวร์ไทยเลือกเที่ยวต่างประเทศราคาถูก 4 ประเทศ จีน-เวียดนาม-พม่า-มาเก๊า คุมเข้มต้นทุนเลือกซื้อไม่เกินทริป 15,000 บาท/คน บริษัทนำเที่ยวสบช่องเปิดมหกรรมขายขับรถเที่ยวรอบอาเซียน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดปี51 กำลังซื้อโต 40% ลดค่าใช้เกือบหมื่นบาท/ทริป แถมได้เที่ยวหลากหลายกว่านั่งเครื่องและหน่ายโลว์คอสต์ฉวยโอกาสขึ้นค่าตั๋วทุกเทศกาล ประเมินกำลังซื้อคึกคักเทศกาลแรกสงกรานต์นี้
นายเอนก ศรีชีวะชาติ นายกสมาคมไทย บริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า แนวโน้มคนไทยท่องเที่ยวต่างประเทศ (outbound) จะดีขึ้นโดยมีปัจจัยหลักการตัดสินใจเลือกซื้อแพ็กเกจจากต้นทุนค่าใช้จ่าย ซึ่งพบว่า ราคาแพ็กเกจ จะประมาณ 15,000 บาท/คน เส้นทางเป้าหมายที่ได้รับความนิยมในตลาดขณะนี้ มี 4 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน เวียดนาม พม่า รวมทั้ง มาเก๊า หลังเปิดบริการโครงการรีสอร์ตหลายแห่งคนไทยนิยมไป ท่องเที่ยวจำนวนเพิ่มขึ้นทุกเดือน
ช่วงฤดูปิดภาคเรียนเมษายนปี 2551 เป็นเทศกาลขายแพ็กเกจท่องเที่ยว กลุ่มที่มีกำลังซื้อเอาต์บาวนด์นิยมซื้อแพ็กเกจทัวร์ญี่ปุ่น เพราะค่าเงินเยนอ่อนลงทำให้นักท่องเที่ยวไทยสามารถใช้จ่ายในการเดินทางได้มูลค่ามากขึ้น รวมทั้งเป็นประเทศที่เด็กให้ความสนใจสูง ส่วนเส้นทางที่คนไทยนิยมลดลงคือ ประเทศในแถบยุโรปและอเมริกาเหนือ เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่ายสูง มีเงื่อนไขการเดินทางมากกว่า เช่น ขั้นตอนการขออนุมัติวีซ่า
นายทักษิณ ปิลวาสน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท็อปฮิต ทัวร์ จำกัด กล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจนำเที่ยวประเมินสถานการณ์กำลังซื้อคนไทยพบว่าต้นทุนเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดกับผู้ซื้อที่จะเลือกเดินทางท่องเที่ยว ดังนั้นบริษัททัวร์ต้องปรับวิธีการขายลดการเดินทางโดยเครื่องบินเพิ่มทางรถยนต์มากขึ้น ทำให้ต้นทุนต่ำลงถึง 80% ซึ่งเที่ยวได้ครอบคลุมเส้นทางทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เรื่อยไปจนถึงสาธารณรัฐประชาชนจีนได้
กลุ่มเดินทางโดยรถยนต์ทั้งในและต่างประเทศจะเพิ่มขึ้น 30-40% โดยได้รับการสนับสนุนจากกำลังซื้อกลุ่มระดับกลาง ซึ่งต้องการท่องเที่ยวแบบคุ้มค่าเงิน ถึงแม้ค่าน้ำมันสูงขึ้นแต่เสียค่าใช้จ่ายน้อยมากเมื่อเทียบกับการเดินทางโดยเครื่องบิน ขณะที่อีกกลุ่มที่บริษัททัวร์ต้องสนใจมากขึ้นคือ บริษัท ห้างร้าน และ หน่วยงานรัฐ ที่เดินทางประชุมสัมมนาหรือท่องเที่ยวฟรีประจำปี (meeting-incentive) จะมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเช่นกันกว่า 40% กำลังซื้อกลุ่มนี้สามารถเดินทางได้ตลอดปีแบบไม่มีเงื่อนไข
โปรแกรมท่องเที่ยวทางรถยนต์จะใช้เวลา รวมมากกว่าเครื่องบิน 2 วัน จึงต้องทดแทน ความคุ้มค่าโดยการนำเสนอจุดขายแวะเยี่ยมชม แต่ละประเทศรายทางมากกว่าหลายแห่ง อาทิ กรุงเทพฯ-กุ้ยหลิน 9 วัน ราคาประมาณ 12,000-13,000 บาท/ทริป ระหว่างเดินทางจะได้เที่ยวชมทั่วประเทศ สปป.ลาว ถ้าหากเดินทางด้วยเครื่องบิน ใช้เวลา 7 วัน ราคาแพงกว่าราว 7,000-8,000 บาท จะประมาณ 22,000 บาท/ทริป เปรียบเทียบกับการเที่ยวในประเทศแถบอาเซียนด้วยอย่าง มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม 7 วัน/ทริป มีค่าใช้จ่ายเท่ากันที่ 8,000-9,000 บาท/ทริป
ผู้ประกอบธุรกิจทัวร์เอาต์บาวนด์ต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ด้านการวางแผนเสนอขายแพ็กเกจช่วงเทศกาลต่างๆ เน้นการเดินทางโดยรถยนต์ เริ่มจากช่วงสงกรานต์เดือนเมษายนนี้ เพราะ 2 ปัจจัย คือ ปัจจัยแรก ผู้บริโภคยังมีความต้องการท่องเที่ยว แต่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าน้ำมันเพิ่มสูงส่งผลให้สายการบินหลายแห่งทยอยขึ้นราคาตั๋ว ทำให้คนวางแผนการท่องเที่ยวให้เกิดความคุ้มค่า
ปัจจัยสองช่วงเทศกาลท่องเที่ยว โลว์คอสต์แอร์ไลน์ทั่วประเทศจะถือโอกาสขึ้นราคาตั๋วเฉพาะกิจสูงกว่าปกติเกือบ 1 เท่า เช่น เที่ยวบิน ไป-กลับ กรุงเทพฯไป เวียดนาม ช่วงเทศกาลราคารวมอาจสูงขึ้นถึงหลัก 10,000 บาท ปกติขาย 5,000 บาท ขณะที่ค่าครองชีพต่างๆ เช่น ที่พัก อาหาร ที่พักก็ราคาสูงขึ้น ทำให้คนที่สนใจช่วงเทศกาลเปลี่ยนไปเดินทางโดยรถยนต์และเที่ยวในประเทศ หรือชะลอการเดินทางรอไปเที่ยวนอกเทศกาล
สถานการณ์โดยรวมนักท่องเที่ยวจะเริ่มคึกคักอีกครั้งหลังจากพ้นเมษายน เป็นช่วงที่สถานการณ์การเมืองจะมีความชัดเจนขึ้น รวมทั้งบรรยากาศการไว้อาลัยการสิ้นพระชนม์ของพระพี่นางฯ เริ่มซาลง สถานที่ท่องเที่ยวรอบกรุงเทพฯจะกลับมาได้รับความนิยมโดยเฉพาะภาคตะวันออก ระยอง พัทยา หัวหิน ชะอำ ตราด จันทบุรี แต่อาจจะมีปัจจัยลบเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทุกด้านปรับราคาสูงขึ้น เช่น โรงแรม ร้านอาหาร เริ่มทยอยประกาศขึ้นราคาแล้วบางส่วน
หน้า 33














