วิเคราะห์
ขณะนี้ 3 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ วางกลยุทธ์เจาะกำลังซื้อ นักเดินทางวัยเกษียณชาวต่างชาติซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นทุกปี ลูกค้ากลุ่มใหญ่ในปัจจุบันและอนาคตคือญี่ปุ่น ทำให้รัฐบาลมาเลเซียนำร่องเป็นประเทศแรกตั้งแต่ปี 2545 ได้ผลิตโปรแกรมส่งเสริมการท่องเที่ยว Malaysia My Second Home (MM2H) เจาะกลุ่มชาวต่างประเทศเกษียณอายุเข้าไปพักผ่อนระยะยาว สร้างแรงจูงใจกำลังซื้อด้วยการแจก สิทธิประโยชน์หลากหลาย โดยมีไฮไลต์ให้ซื้อและเป็นเจ้าของบ้านพักมูลค่า 2.5 ล้านบาทขึ้นไป
ส่งผลให้แนวโน้มปี 2551 เศรษฐีจากประเทศแถบตะวันออกกลางนิยมเลือกลังกาวีเป็นเกาะ เป้าหมายการลงทุนซื้อบ้านพักหลังที่ 2 เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ไทยจัดตั้ง บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (ทีพีซี) ใช้บัตรท่องเที่ยว อีลิตการ์ดเป็นช่องทางขยายตลาดและรายได้ ส่วนฟิลิปปินส์ทำโปรแกรมลดค่าวีซ่า
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานผลสำรวจตลาด นักท่องเที่ยวตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีกลุ่มเกษียณอายุไปเยือนมาเลเซียตามโปรแกรมส่งเสริมการท่องเที่ยว MM2H กว่า 11,000 คน จากการที่รัฐบาลมาเลเซียปรับเงื่อนไขอำนวยความสะดวกเต็มที่ ทั้งการอนุมัติวีซ่าแบบเข้าประเทศหลายครั้ง (multiple entry) และอนุมัติให้บางคนถือวีซ่าได้สูงสุด 10 ปี ด้วยเงื่อนไขสถานภาพทางการเงินและสุขภาพของลูกค้าแต่ละคน แถมให้สิทธิพิเศษยกเว้นภาษีเงินบำนาญ อนุญาตนำเข้าแรงงานได้
นักท่องเที่ยวเกษียณอายุต่างชาติให้ความสำคัญกับการได้รับสิทธิถือครองอสังหาริมทรัพย์มากเป็นอันดับต้นๆ หลังจากรัฐบาลมาเลเซียอนุญาตซื้อบ้านพักได้ในราคาตามที่ตั้งของแต่ละโครงการมูลค่าขั้นต่ำ 2.5 ล้านบาท/หลัง (2.5 แสนริงกิต) เช่น รัฐสโลวักราคา 3.5 ล้านบาท/หลัง (3.5 แสนริงกิต) ขึ้นไป พื้นที่ ในรัฐอื่นราคาต่ำสุด 2.5 ล้านบาท/หลัง
ขณะที่ไทยในอดีตรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ปี 2545 มีนโยบายริเริ่มเปิดธุรกิจรองรับลูกค้าเกษียณและทั่วไปผ่าน 2 บริษัท คือ บริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ จำกัด ให้เงินลงทุน 100 ล้านบาท บุกขายตลาดนักท่องเที่ยวพักระยะยาว แต่ขณะนี้ขายหุ้นทอดตลาดให้เอกชนไปเรียบร้อย และ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (ทีพีซี) เจ้าของบัตร ท่องเที่ยวอีลิตการ์ดลงทุน 1,000 ล้านบาท ทำธุรกิจในลักษณะใกล้เคียงกับโครงการ MM2H มาเลเซีย เน้นขายสมาชิกหลายระดับอายุชูการแจกสิทธิประโยชน์แก่ลูกค้ากลุ่มเศรษฐีนักธุรกิจ ทั่วโลกเข้ามาใช้จ่าย ระยะเริ่มต้น จะให้สิทธิครอบครองอสังหาริมทรัพย์ 90 ปี แลกกับเงื่อนไขการนำเงินเข้ามาลงทุนโครงการ ในไทยแต่ถูกแรงต้านรุนแรง
ทีพีซีจึงต้องเปลี่ยนแผนหารายได้หันไปเน้น ขายค่าธรรมเนียมสมาชิกบัตรแทน และเปลี่ยนสิทธิประโยชน์เหลือเพียงบริการต่างๆ เช่น อำนวยความสะดวกการเข้าเมือง ณ สนามบินนานาชาติ ที่พัก กอล์ฟ สปา เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2551 เป็นต้นไป ได้ปรับค่าธรรมเนียมเพิ่มเป็น 1.5 ล้านบาท/สมาชิก จากเดิม 1 ล้านบาท เป็น 1.5 ล้านบาท ขยายฐานให้ครบ 800 สมาชิก จากปี 2550 ทำไว้ 400 สมาชิก
โดยมีบริษัทตัวแทนของประเทศ (country partner : CP) ทำหน้าที่ขายบัตรอีลิตการ์ด ขณะนี้เริ่มขยายบริการเป็นที่ปรึกษานักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์จากต่างประเทศกับสมาชิกกลุ่มเป้าหมายสิงคโปร์ มาเลเซีย ญี่ปุ่น และ ไต้หวัน
ล่าสุดฟิลิปปินส์สนใจเปิดตลาดนี้เช่นกันเมื่อ ปี 2550 เริ่มลดค่าธรรมเนียมวีซ่าผู้เกษียณตั้งเป้าปี 2558 จะดึงดูดนักท่องเที่ยวสูงอายุจาก ต่างประเทศ 1 ล้านคน จุดขายเน้นข้อได้เปรียบด้านค่าครองชีพ การใช้จ่ายถูกกว่าโตเกียวถึง 1 ใน 3 เท่า เช่น การผ่าตัดเปลี่ยนกระดูกสะโพกหากรักษาที่ญี่ปุ่นต้องจ่ายถึง 5.6 แสนบาท/ครั้ง (17,000 เหรียญสหรัฐ)
ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณการชิงลูกค้าเกษียณอายุตลาดญี่ปุ่นเปลี่ยนค่านิยมจากออสเตรเลียมายังประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นตามที่มูลนิธิลองสเตย์ญี่ปุ่น (Long Stay Foundation of Japan) แสดงผลสำรวจประจำ ปี 2550 มาเลเซียครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ประมาณ 14.9% มากกว่าออสเตรเลียตกไปอยู่อันดับ 2 เหลือ 14% ส่วนไทยเลื่อนชั้นมาอยู่อันดับ 3 (เดิมอยู่อันดับ 5) ชิงส่วนแบ่งมาได้ 11.2%
ข้อมูลการสำรวจระบุชาวญี่ปุ่นวัยเกษียณระบุระยะเวลาการพักอาศัย 41.9% พร้อมจะพัก 1-3 เดือน/ครั้ง และอีก 41.8% ต้องการพักเกิน 3 เดือนขึ้นไป ซึ่งแสดงถึงแนวโน้มหลังเกษียณ ชาวญี่ปุ่นจำนวนเพิ่มขึ้นนิยมไปอยู่ต่างประเทศ 1 ปี จากแรงจูงใจ 3 เรื่อง ได้แก่ 1) บางประเทศส่งเสริมการให้วีซ่าระยะยาว เช่น ไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ 2) ค่าครองชีพต่ำจึงสามารถยืดวันพักได้ 3) ได้สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ทั้งแบบ slow life หรือ country life
สถิติการใช้จ่ายเงินแบ่งเป็นระหว่าง 31,000-47,000 บาท (1-1.5 แสนเยน) มีมากที่สุด 44.1% ระหว่าง 47,000-62,000 บาท (1.5-2 แสนเยน) 31.4% และกลุ่มใช้เงินต่ำสุด 15,500-31,000 บาท 5 หมื่น-1 แสนเยน) มี 18.4% กลุ่มไฮเอนด์ใช้เงินเกิน 62,000 บาท ขึ้นไป มี 6.1%
จับตา ไทย-มาเลเซีย-ฟิลิปปินส์ ประเทศใดจะครองตลาดวัยเกษียณได้มากกว่ากัน
หน้า 31














