สกู๊ป
ตลอดการจัดงาน ASEAN Tourism Forum : ATF 2008 ในกรุงเทพฯ 17-25 มกราคม สมาชิกและพันธมิตรทุกประเทศกอบโกยความสำเร็จกลับบ้าน รัฐมนตรีอาเซียน ได้แสดงวิสัยทัศน์นโยบายกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารระดับสูงการท่องเที่ยวอาเซียน ได้ร่วมตั้งคณะทำงาน ตั้งรับการเติบโตอีก 5 ปีข้างหน้า การท่องเที่ยวแต่ละประเทศ ได้ทำให้ภาคเอกชนมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ เกิดการค้าขายต่อเนื่องหลาย พันล้านบาท ธุรกิจท่องเที่ยวทุกสาขา แจ้งเกิดตลาดใหม่ ประการสำคัญ อาเซียน ทุกภาคส่วนได้ผนึกจุดขายรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ด้วยแคมเปญ One Destination Multi Countries
อาเซียนต้า-HARA ลดแหลกอาเซียนพาสส์
นายประกิจ ชินอมรพงษ์ ตัวแทนสมาชิกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอาเซียน (ASEAN Tourism Association : ASEANTA) และสมาคมโรงแรมและภัตตาคารอาเซียน (ASEAN Hotels Restaurant Association : AHRA) กล่าวว่า ภาคเอกชนจากทั้ง 2 สมาคมอาเซียนประกาศระหว่างงาน ASEAN Tourism Forum : ATF 2008 ที่กรุงเทพฯ รวม 4 เรื่อง
ประกอบด้วย 1)ส่งเสริมตลาดและการขายโดยแคมเปญ ASEAN Air Pass จะลดราคาแก่ นักท่องเที่ยวทั่วโลกที่ซื้อตั๋วโดยสารบินในกลุ่มอาเซียน 3 จุด 3 ประเทศ เหลือเพียง 359 เหรียญสหรัฐ (11,847 บาท) จากเดิมขาย 399 เหรียญสหรัฐ (13,167 บาท) และถ้าซื้อเพิ่มในจุดบินต่อไปก็ลดอีกเช่นกัน เหลือ 115 เหรียญสหรัฐ จากเดิม 150 เหรียญสหรัฐ 2)ให้ไปศึกษาการแก้ไขระเบียบอาเซียนต้าเพื่อเปิดรับสมาชิกจากตัวแทนแต่ละธุรกิจเพิ่มมากกว่า 1 ราย เนื่องจากปัจจุบันสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว สมาคมโรงแรม-ภัตตาคาร และสมาคมสายการบินแต่ละประเทศ ได้โควตาสมาคมละ 1 ราย
3)ร่วมกันศึกษาวิธีสร้างช่องทางบริการจองการท่องเที่ยวแบบครบวงจรในอาเซียนได้สะดวกและง่ายที่สุด 4)กำหนดมาตรการดูแลตลาดแรงงานภาคบริการ เนื่องจากช่วง 1-3 ปีนี้ มาเก๊าสร้างเมกะโปรเจ็กต์เวเนเชียน รีสอร์ต คาสิโน คอมเพล็กซ์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ สิงคโปร์ขยายการลงทุนโรงแรมระดับไฮเอนด์จำนวนมาก แรงงานส่วนใหญ่ถูกดึงตัวจ้างไปทำงานในกลุ่มประเทศดังกล่าว อาเซียนหลายประเทศผลิตบุคลากรไม่เพียงพอ อาเซียนต้าและ AHRA จึงขอให้สมาชิกไปหาวิธีจะทำอย่างไรกับการ ฝึกอบรมผลิตบุคลากรรองรับการขยายตัวการลงทุนด้านท่องเที่ยวอย่างเพียงพอ
สิงคโปร์โหมสร้างเมกะโปรเจ็กต์แสนล้าน
นายลิม นีโอ เชน รองประธานและซีอีโอคณะกรรมการท่องเที่ยวสิงคโปร์ (Singapore Tourism Broad : STB) กล่าวถึงแผนพัฒนาการลงทุนด้านท่องเที่ยวภายใน 3 ปี ระหว่าง 2551-2553 จะมีโรงแรมไฮเอนด์ทยอยสร้างเปิดบริการเพิ่ม 60-67 โรงแรม จ้างงานเพิ่มไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นคน เตรียมทำโปรแกรมฝึกอบรมผลิตแรงงานป้อนตลาด 20 โปรแกรม จะเพิ่มรายได้ปีละ 5% และภายใน 5 ปีนี้จะเพิ่มนักท่องเที่ยว 17 ล้านคน/ปี
ตามเป้าหมายการท่องเที่ยวสิงคโปร์วางโครงสร้างส่วนแบ่งตลาดต่างประเทศแบ่งเป็น 3 กลุ่ม นักท่องเที่ยว 60% MICE 30% เมดิคัลกับบริการการศึกษา 10% โดยจะเร่งพัฒนาเกาะเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวเรือสำราญอาเซียน (Cruise ASEAN Hub) ขยายความร่วมมือเชื่อมต่อไปยังตลาดใหญ่อีก 3 ประเทศ สาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย ตะวันออกกลาง
ปีนี้เห็นได้ชัดว่าสมาชิกอาเซียนแต่ละประเทศเริ่มตื่นตัวจัดตั้งกองทุนการตลาดท่องเที่ยวเพราะเล็งเห็นความสำเร็จอยู่แค่เอื้อมที่จะร่วมกันผลักดันจุดขายหลัก 1 เส้นทาง 10 ประเทศ (onedestination multi countries) ถือเป็นความท้าทายใหม่ในซีกโลกตะวันออก
สิงคโปร์มีแผนพัฒนาครอบคลุมทุกส่วน 1)การเดินทางเข้าถึงได้เปิดน่านฟ้าเสรีดึงโลว์คอสต์เข้าไปบิน ขณะนี้จึงมีเที่ยวบินบริการ วันละ 600 เที่ยวจาก 30 ประเทศ รวมทั้งการเปิดอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังที่ 3 สนามบินชางยี เชื่อมระบบขนส่งครบวงจร มีร้านค้าย่อยเชิงพาณิชย์กระตุ้นการช็อปปิ้งภายในมีนาคมนี้จะมีถึง 300 แบรนด์
2)สร้างเมกะโปรเจ็กต์มูลค่ารวมเกือบ 1 แสนล้านบาท เพื่อเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยว เช่น โครงการสิงคโปร์ ซู กับไนต์ซาฟารี จะเปิดอีก 5 ปีข้างหน้า โครงการการ์เด้น บาย เดอะ เบย์ เปิดปี 2553 โครงการสิงคโปร์สปอร์ตคลับ บริเวณ Kallang เปิดปี 2553 หรือโครงการเนชั่นแนล อาร์ต แกเลอรี่ โครงการพิพิธภัณฑ์เปิดเมษายน 2551 โครงการมารีน่า บาร์ราจ ปีนี้สิงคโปร์จะเป็นเซ็นเตอร์แห่งใหม่ เป็นงานสไตล์สปอร์ตคลับ สปอร์ตอีเวนต์สร้างจุดขายสิงคโปร์เป็นจุดแวะพัก (stopover) ของเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
3)ดึงการจัดงานอินเตอร์รายการสำคัญระดับโลกเข้ามาจัดในสิงคโปร์ เช่น ฟอร์มูล่าวัน : สิงเทล สิงคโปร์ กรังด์ปรีซ์ วันที่ 28 กันยายนนี้ งาน Orchard Road Rejunavion วางผังเมืองไฮไลต์การปลูกต้นไม้รักษาธรรมชาติและถนนการดูแลสุขภาพ งานวอลโว่ โอเชี่ยน เรซ งานแอร์โชว์ เดือนกุมภาพันธ์นี้ งาน BTMICE ซึ่งมีผู้สนใจเข้าร่วมหลายพันแห่ง งาน Hotels Situation เปิดตัวโรงแรมใหม่ในปี 2551 จำนวน 10 โครงการ 1,700 ห้อง และ 4)การพัฒนานวัตกรรมช่องทางการขายสมัยใหม่ทางด้านการตลาดเว็บไซต์ สร้างเครื่องมือช่วยขายการท่องเที่ยวรวดเร็ว
พม่าโยกงบฯ 50 ล้านจ๊าต ฟื้นท่องเที่ยว
ขณะที่สหภาพพม่ากล่าวโดยมีตัวแทนระดับผู้อำนวยการทั่วไปและผู้อำนวยการโรงแรมและท่องเที่ยวยืนยันว่า ปีนี้วางยุทธศาสตร์ฟื้นฟูการท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ เตรียมเคลื่อนย้ายงบประมาณถึง 50 ล้านจ๊าต (1 บาทประมาณ 60-150 จ๊าต) สนับสนุนกิจกรรมท่องเที่ยวในประเทศและภูมิภาคอาเซียน พร้อมทั้งอยู่ระหว่างการศึกษาพิจารณาเงื่อนไขต่างๆ ที่จะทำให้การเข้า-ออกของนักเดินทางได้รับความสะดวก 3 ด้าน คือ การลงทุน การบริการ และวีซ่า แต่สิ่งที่อยู่ในแผนแม่บทภายในปี 2553 โครงการเปิดน่านฟ้าเสรี การบินย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ อย่างจริงจังกับไทย และอาเซียน
หลังจากพม่าประสบปัญหาจลาจลภายในเมื่อปีที่ผ่านมา ล่าสุดหลังเหตุการณ์กันยายน 2550 สงบลง ปัจจุบันนักเดินทางสามารถเข้า-ออกตามปกติและมีจำนวนเพิ่มเฉลี่ยเดือนละ 25% รัฐบาลเองพยายามจะเปิดตะเข็บชายแดนเพื่อสร้างรายได้ท่องเที่ยวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจระหว่างไทย มีจุดผ่านแดน 4 แห่ง (check point) ระนอง ตาก แม่สาย มีนักท่องเที่ยวเพิ่มถึง 2 เท่า จาก 2 แสนคน เป็น 4 แสนคน และมีเส้นทางเชื่อมต่อเข้าหยุนหนาน จีน 6 จุดข้ามแดน (broader) กับ 3 จุดผ่านแดน มีนักท่องเที่ยวจีนราว 1 แสนคน
นางสาวซู ซู อัง ผู้จัดการด้านการขายและ การตลาด เมียนมาร์ ทรีเชอร์ รีสอร์ต สายการบินแอร์บากันถือหุ้นใหญ่ กล่าวว่า ในฐานะเป็นโรงแรมของนักลงทุนท้องถิ่นรายใหญ่สุดของพม่า มาร่วมงาน ATF 2008 ครั้งนี้ เล็งทำสัญญาซื้อขายท่องเที่ยวกับตัวแทนผู้ซื้อตลาดยุโรป ซึ่งปัจจุบันใช้บริการพักอยู่กว่า 60% เช่น เยอรมนี อิตาลี ส่วนจุดขายสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมยังเป็นชายทะเล เนปาลี อยู่ทางชายฝั่งตะวันตก ได้ชื่อว่าเป็นเนเปิลเอเชีย และทะเลสาบ อินเลเลค
นางเอสเปรันซ่า ออร์โดโน่-ซอร์ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์สมาคมโรงแรมสหภาพพม่า ย้ำว่า รัฐบาลเร่งจัดทำแผนส่งเสริมการขายสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่ ดึงตลาดไฮเอนด์ โดยเฉพาะ ที่โซนงิว ซวง (Ngwe Saung Zone) นักธุรกิจท้องถิ่นเข้าไปลงทุนโรงแรมเครือบากัน 2 แบรนด์ ได้แก่ เมียนมาร์ ทรีเชอร์ รีสอร์ต และออเรียม พาเลซ พร้อมรับเชนโรงแรมใหญ่ ทั่วโลก 24 แห่ง มีแอคคอร์ เทรดเดอร์ นิกโก้ ดุสิตธานี เป้าหมายยังคงเน้นตลาดหลักยุโรปกว่า 80% 3 อันดับแรก คือ เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส
เวียดนามมาแรง-3 พันธมิตรตั้งศูนย์อาเซียน
นายเหงียน เบ๋า อัน รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวเวียดนาม ประจำกรุงโฮจิมินห์ กล่าวว่า หลังเปิดอาคารผู้โดยสารหลังใหม่สนามบินนานาชาติโฮจิมินห์รองรับผู้โดยสารได้ 10 ล้านคน/ปี มีสายการบินเปิดบินเข้า-ออก 34 แอร์ไลน์ ทำให้การท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศเข้าเวียดนามเติบโตเพิ่มอย่างรวดเร็ว ปี 2550 ลูกค้ารายใหญ่ยังคงเป็นจีน เกาหลีใต้ อเมริกา ตามมาติดๆ 4 แสนคน และอาเซียนรวมกัน 10 ประเทศ 6.64 แสนคน
สำหรับพันธมิตรอาเซียนอีก 3 ประเทศ อินเดีย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี ที่เข้าร่วมATF 2008 เตรียมขยายกรอบความร่วมมือการจัดตั้งศูนย์การท่องเที่ยวอาเซียน เซ็นเตอร์ ขึ้นในแต่ละประเทศ ญี่ปุ่นทำเสร็จสิ้นแล้วเหลืออินเดียอยู่ระหว่างดำเนินการ
ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน ตอกย้ำว่า ภาคพื้นอาเซียนต้องผนึกกำลังพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว one destination multi countries โดยชูประเด็นหลักรณรงค์รักษา สิ่งแวดล้อม สร้างการพัฒนายั่งยืน วางนโยบายระดับรัฐบาล โดยมียุทธศาสตร์ร่วมเป็นภูมิภาคยึดแนวป้องกัน : protect ประชาสัมพันธ์ : promote ร่วมมือ : cooperation แบ่งการมีส่วนร่วมลดปัญหาสิ่งแวดล้อมท่องเที่ยว 5%
เวที ATF 2008 ปิดฉากลงด้วยความสำเร็จท่วมท้นของไทย กับสมาชิก 9 ประเทศ และพันธมิตร 3 ประเทศ ญี่ปุ่น จีน สาธารณรัฐเกาหลี กลางเดือนมกราคมปีหน้า พบกันที่เวียดนาม ATF 2009
หน้า 35














