ฝุ่นตลบ สำนักทะเบียนนำเที่ยวฯ- สพท. ชิงจังหวะ รมว.วีระศักดิ์ ปลัดศศิธารา เดินสายต่างประเทศงาน ITB08 เร่งโยกคน และ/หรือจับตาแผนนำเงินกองทุนจากรัฐ 20 ล้าน พร้อมเงินค่าธรรมเนียมสมาชิกกว่าร้อยล้านปล่อยกู้ข้าราชการ อ้างทำแผนขานรับ พ.ร.บ.นำเที่ยวและมัคคุเทศก์ฉบับใหม่ ดีเดย์บังคับใช้ 9 เม.ย.นี้
แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า ช่วงนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินทางไปร่วมงานอินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล เบอร์ลิน (ITB 2008) ณ กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี ระหว่าง 6-9 มีนาคม 2551 ปรากฏว่าผู้บริหารในสำนักทะเบียนนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ที่มีนายธนธรณ์ ทองหอม เป็นผู้อำนวยการ และอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว (สพท.) ที่นางธนิษฐา มณีโชติ เป็นผู้อำนวยการ เร่งโยกย้ายพนักงานและ/หรือหารืออย่างไม่เป็นทางการ วางแนวทางปฏิบัติจะตั้งรับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 9 เมษายน 2551 เป็นต้นไป
ตามที่พนักงานบางส่วนตั้งข้อสังเกตกรณีการจัดการกองทุนนำเที่ยวและมัคคุเทศก์มีข้อหารืออย่างไม่เป็นทางการที่ จะนำเงินบางส่วนไปหมุนเวียนปล่อยกู้แก่ข้าราชการในกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เนื่องจากหลังประกาศใช้ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวรัฐบาลจะให้เงินประเดิมกองทุน 20 ล้านบาท และมีเงินโอนจากบัญชีมูลค่านับร้อยล้านบาท ซึ่งสำนักทะเบียนนำเที่ยวและมัคคุเทศก์จัดเก็บค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกจากบริษัทตัวแทนจัดนำเที่ยวทั้งประเทศประมาณ 4,000 บริษัท มัคคุเทศก์กว่า 10,000 ราย
มีรายงานว่า ผู้อำนวยการสำนักทะเบียนนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ซาวเสียงล่าสุดช่วง 5-7 มีนาคม 2551 จะโยกย้ายพนักงานไปประจำสำนักทะเบียนนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สาขาต่างจังหวัด 4 แห่ง ได้แก่ ภูเก็ต หาดใหญ่ (สงขลา) เชียงใหม่ นครราชสีมา หากได้ข้อสรุปจะเซ็นคำสั่งย้ายทันที และ/หรือยังมีมาตรการเข้ม หากพนักงานคนใดโต้แย้งด้วยเหตุผลใดก็ตามที่จะไม่ย้ายไปประจำต่างจังหวัดจะโดนหนัก 2 กรณี 1) ต้องยื่นใบลาออกจากราชการ 2) ผู้บริหารจะหาคนมาแทนที่
พนักงานพากันจับตาว่า รมว.วีระศักดิ์และปลัดศศิธาราจะดำเนินการอย่างไรกับสำนักทะเบียนนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จด้านการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวภาพรวมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย เพราะมีรอยต่อการถ่ายโอนภารกิจงานทั้งหมดจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มาขึ้นตรงโดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สพท. ภารกิจงานกองนี้ตลอดการถ่ายโอน 4 ปี เปลี่ยนผู้อำนวยการมาไม่ต่ำกว่า 3 คน
ผู้อำนวยการสำนักทะเบียนสมัยแรกมาจาก ททท. คือนายละเอียด ศิลาน้อย สมัยที่ 2 สมประสงค์ โขมพัตร์ พยายามจะส่งสตาฟสำนักทะเบียนนำเที่ยวฯซึ่งเป็นกลุ่มข้าราชการกรมพลศึกษาไปเรียนรู้งานและฝึกอบรมจาก ททท.สมัยที่ 3 นายธนธรณ์ ทองหอม ข้าราชการกองกลางกรมพลศึกษาเดิม เคยสนิทและให้ความช่วยเหลือผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงการท่องเที่ยวฯมาก่อนด้วยหรือไม่ จากนั้นจึงได้เลื่อนขั้นเป็น ผู้อำนวยการสำนักทะเบียนนำเที่ยวฯคนปัจจุบัน และ/หรือการเปรยเพื่อระดมฐานเสียงสนับสนุนวิธีใช้เงินกองทุนหลังประกาศใช้ พ.ร.บ.นำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 แก่กลุ่มข้าราชการเป็นสิ่งที่จะต้องคิดให้รอบคอบ เพราะเงินกองทุนนี้ตามกฎหมายต้องนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการชดเชยความเสียหายแก่นักท่องเที่ยว อาจมีความไม่เหมาะถ้านำไปหมุนใช้ในทุกรูปแบบ
นอกจากนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯยังจะต้องแสดงความโปร่งใสขั้นตอนการสรรหา ผู้จัดการกองทุนคนแรกที่จะเข้ารับตำแหน่ง วันที่ 9 เมษายนนี้ เพราะปัจจุบันมีกระแสทาบทามกันเองภายใน รวมทั้งการแสดงบัญชีเงินค่าธรรมเนียมสมาชิก ขณะนี้ยอดเงินสดที่มีอยู่จริงกับในบัญชีตรงกันจริง หรือไม่ ต้องเปิดเผยให้สาธารณชนรับรู้ เนื่องจากที่ผ่านมาสำนักทะเบียนนำเที่ยวฯถูกวิจารณ์ไม่มีผลงานชัดเจน และขาด มาตรการดูแลนักท่องเที่ยวถูกเอาเปรียบ โก่งราคาท่องเที่ยว จากบริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์บางกลุ่ม
หน้า 29














