สัมภาษณ์
จุดเปลี่ยนของ พลอากาศโทชนะ อยู่สถาพร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ต้องปรับให้เข้ากับของใหม่ยกชุดทั้งรัฐบาลและคณะกรรมการ (บอร์ด) ผู้นำ ทอท.ให้สัมภาษณ์ ประชาชาติธุรกิจ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มใส่มุขตลกปนเสียงหัวเราะเป็นบางครั้ง ถึงการวางแผนจะใช้วิธีกำจัดปัญหายุ่งเหยิงเรื่องเงินทองก้อนโตทั้งในฐานะลูกหนี้และเจ้าหนี้ รวมกันแล้วเกือบ 1 หมื่นล้านบาท และอาจต้องก่อหนี้ก้อนใหม่กู้จากธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Bank International Corporation : JBIC) อีกอย่างน้อย 55,000 ล้านบาท
- ตอนนี้ได้บอร์ดใหม่แล้ว เตรียมแผนอะไรไว้เสนอบ้าง
บอร์ดใหม่ ทอท.นัดประชุมกันวันที่ 27 มีนาคมนี้ หรืออาจจะเลื่อนให้เร็วขึ้นก็ได้ อย่างแรกคงต้องรายงานข้อมูลให้รับรู้ความเคลื่อนไหวทั้งหมดก่อน คงหนีไม่พ้นเรื่องหนี้และรายได้ เพราะ 17 เดือนที่ผ่านมาก่อนผมเข้ารับตำแหน่ง เชื่อหรือไม่ว่าสัญญาจัดซื้อจัดจ้างเมกะโปรเจ็กต์สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิค้างเติ่ง กรรมการ ผู้อำนวยการก่อนหน้านี้ 2 คนไม่ได้เซ็นจ่ายหนี้ให้คู่สัญญาเลย
เนื่องจากการจัดจ้างของสนามบินสุวรรณภูมิช่วงนั้นมีด้วยกัน 3 แบบ แบบแรก จัดจ้างปกติค้างอยู่หลายร้อยสัญญา แบบสอง จัดจ้างทำงานเพิ่ม (VO) แบบสาม จ้างทำโปรเจ็กต์ใหม่ขึ้นมาโดยไม่รู้ที่มาที่ไปมี 58 สัญญา รวมเป็นเงินที่ ทอท.ต้องทยอยค้างจ่าย (ณ วันที่ 20 มีนาคม 2551) ประมาณ 6,000 ล้านบาท
ผมทุ่มเทศึกษาข้อมูลจนตอนนี้วางขั้นตอนวิธีจ่ายเงินให้เจ้าหนี้แต่ละสัญญาได้แล้ว โดยจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณา 3 ชุด ชุดแรก คณะวิศวกรตรวจการกอสรง ชุด 2 คณะฝ่ายพัสดุซึ่งรู้และเข้าใจเรื่อง จัดซื้อจัดจ้าง ชุด 3 คณะกลั่นกรองทั้งเชิงกฎหมายและข้อปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติ เพราะไม่ว่าข้อตกลงจัดจ้างก่อนหน้านี้จะทำไว้แบบใด ถ้าทุกคณะตรวจแล้วไม่ผิดกฎหมายหรือขัดระเบียบ ทอท.ก็นำเข้าที่ประชุมบอร์ดอนุมัติจ่ายทันที มั่นใจว่าภายในปีนี้จะเคลียร์จบทุกบัญชี
- เรื่องการลงทุนสุวรรณภูมิเฟส 2 ต่อไปจะเป็นอย่างไร
คงต้องรอให้บอร์ดชุดใหม่ตัดสินใจ สำหรับผมนโยบายรัฐบาลว่าอย่างไร ผมก็จะปฏิบัติตามนั้น คิดว่าการขยายเฟส 2 คงจะใช้เงินอีกประมาณ 55,000 ล้านบาท เพิ่มพื้นที่อาคารผู้โดยสารรองรับเพิ่มได้อีก 15 ล้านคน รวมพื้นที่ปัจจุบันจะรับได้ถึง 60 ล้านคน ถ้าวันนี้บอร์ดตัดสินใจอนุมัติสร้างแน่นอน ต้องใช้เวลา 5 ปีจึงแล้วเสร็จเปิดบริการได้ ส่วนแหล่งเงินกู้ ผมว่ารอบอร์ดเป็นผู้อธิบายจะดีกว่า
- เฟส 2 จะมีพื้นที่เชิงพาณิชย์เพิ่มและจัดสัมปทานอย่างไร
มีเพิ่มครับ บริเวณทางเชื่อมอุโมงค์รถไฟระยะทางยาว 700 เมตร ทอท.เป็น ผู้ลงทุนก่อสร้างโดยจ่ายเงินไปราว 5,000 ล้านบาท แต่เจ้าของพื้นที่ตัวจริงเป็นการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ซึ่งเคยคุยกันไว้ว่าจะต้องนำเงินลงทุนก้อนนั้นมาจ่ายให้ ทอท. เนื่องจากเป็นรัฐวิสาหกิจด้วยกัน วิธีการจ่ายคือ ร.ฟ.ท.นำเงินไปจ่ายให้กระทรวงการคลัง แล้ว ทอท.ก็ไปเบิกจากคลังอีกที แต่เจรจากันมาหลายครั้ง ลูกหนี้ก็ยังนิ่งอยู่ ส่วนการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่มาพร้อมกับเฟส 2 นั้น ร.ฟ.ท.ตกลง เบื้องต้นให้สัมปทาน ทอท.บริหาร จะต้องดูกันอีกครั้งว่าสามารถทำอะไรแล้วได้ประโยชน์สูงสุด
- คดีสัมปทานพื้นที่เชิงพาณิชย์และดิวตี้ฟรีกับคิง เพาเวอร์ จะจบเร็วหรือไม่
บอร์ดใหม่ต้องตัดสินใจ ทอท.เองอยากมีรายได้จากค่าผลตอบแทนสัมปทานและส่วนแบ่งยอดขายจากคิง เพาเวอร์ แต่รายละเอียดและวิธีการผลพวงจากบอร์ดชุดก่อน (พลเอกสพรั่ง กัลยาณมิตร) มีมติให้ยกเลิก โดยอ้างอิงการตีความตามบันทึกกฤษฎีกาเข้าข่ายพระราชบัญญัติร่วมทุน พ.ศ.2535 มีผลให้สัญญาเป็นโมฆะ ขณะที่คิง เพาเวอร์เองก็ฟ้องศาล ซึ่งศาลมีคำสั่งคุ้มครองสิทธิ์ ต้องรายงานและรอบอร์ดใหม่มีมติอีกครั้งว่าจะเลือกทางไหน
- มั่นใจว่าจะผ่านเกณฑ์ประเมินผลหรือไม่
ยังไม่พอใจผลงานตัวเองเพราะงานที่มอบหมายออกมาไม่ได้ตามเป้า ยังล่าช้าอยู่หลายส่วนแต่ไม่หนักใจ เริ่มชินกับรูปแบบการทำงานของรัฐวิสาหกิจ ตัวระบบนั้นดีแต่วิธีการทำงานของคนยังต้องปรับปรุงอีกหลายอย่าง ตอนรับตำแหน่งช่วงแรกมึนเหมือนกัน มีเรื่องเยอะไปหมด อดนึกสงสัยไม่ได้ว่า ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจอื่นเขาสบายนะ เพราะรับโทรศัพท์แต่ละวันคนโน้นชวนไปกินข้าวเย็นแถวรัชดา คนนี้ชวนไปตีกอล์ฟ แต่ผมต้องนั่งจมอยู่กับกองเอกสารฟงเสียงตำหนิรอบด้าน ทำงานยังไม่ถึง 6 เดือน ตอนนี้เริ่มชินปัญหาที่สุมเข้ามาคิดว่ารับมือได้ บางครั้งรู้สึกว่าไม่มีปัญหาซะด้วยซ้ำ
เสร็จสิ้นคำอธิบายในโต๊ะกลมมื้อเที่ยงที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ พลอากาศโทชนะ อยู่สถาพร ส่งยิ้มหวานกำชับว่าจะเขียนอะไร ก็ให้สงสารผมหน่อยนะครับ
หน้า 29














