คิง เพาเวอร์ กรุ๊ป ลั่นปั๊มยอดครึ่ง ปีหลังเพิ่ม 1 หมื่นล้าน ได้ 200 แบรนด์โลกหนุนเต็มที่ และลูกค้าคนไทยฮิตไปเที่ยวต่างประเทศแห่ซื้อสินค้าดิวตี้ฟรีกระจายสร้างวิกฤตเป็นโอกาส ส่วนนักช็อปแฟนพันธุ์แท้ เกาหลี ญี่ปุ่น รูดระนาว ได้มือใหม่หัดใช้เงินตลาดจีนเข้ามาเสริมทัพ วิชัย รักศรีอักษร ยันพร้อมช่วย ทอท.กวาดเงินเข้าบัญชีปี 51 เต็มที่
นายวิชัย รักศรีอักษร ประธานกรรมการบริหาร คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า วางกลยุทธ์เร่งตลาดการขายและพัฒนาสินค้าในร้านปลอดอากรสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิและในเมือง (duty free airport & downtown) ครึ่งปีหลังเพื่อทำยอดรายได้หมุนเวียนที่เหลืออีก 6 เดือน ให้ได้กว่า 10,000 ล้านบาท
โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากเจ้าของสินค้าชั้นนำของโลกกว่า 200 แบรนด์ และผู้บริหารสนามบิน และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. หันมาร่วมแก้ไขปัญหาบูติค แบรนด์ที่ชะลอการก่อสร้างก็หันกลับมาทำจนสามารถเปิดให้บริการได้ รายล่าสุดภายในสิงหาคมนี้แบรนด์ POLO เตรียมเปิดยิ่งใหญ่ในสุวรรณภูมิ
ขณะนี้นักท่องเที่ยวคนไทยเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อมากที่สุด ระหว่างมกราคม-มิถุนายน 2551 มียอดขายหมุนเวียน 10,000 ล้านบาท เป็นรายได้ที่มาจากคนไทยเข้าไปใช้เงินช็อปปิ้งภายในร้านค้าดิวตี้ฟรีคิง เพาเวอร์ มากถึง 2,500 ล้านบาท คิดเป็น 25% ของรายได้รวม จึงเร่งจัดกิจกรรมส่งเสริมตลาดและแผนงานขายเพิ่มส่วนแบ่งตลาดคนไทยตลอดทุกเดือน ทำโปรโมชั่นหลากหลายโดยร่วมกับพันธมิตรกลุ่มแบรนด์สินค้าแต่ละรายสลับกันไป เพื่อคืนกำไรให้นักท่องเที่ยวซึ่ง แนวโน้มปี 2551 คนไทยนิยมเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้นเกินกว่า 20%
ปรากฏการณ์คนไทยนิยมช็อปปิ้งสินค้าดิวตี้ฟรีคิง เพาเวอร์ ปีนี้สูงเป็นอันดับ 1 นั้นสะท้อนว่าแม้สถานการณ์แวดล้อม จะวิกฤตอยู่บ้าง ทั้งเศรษฐกิจชะลอตัว เงินเฟ้อ ค่าครองชีพ ราคาน้ำมันแพง แต่ก็ยังมีโอกาสเพราะนักท่องเที่ยวและลูกค้ากำลังซื้อยังไม่ตกแถมเพิ่มขึ้น จึงสามารถชดเชยปัญหาและอุปสรรคที่คิง เพาเวอร์ กรุ๊ป ได้รับผลกระทบต่อเนื่องมากว่าปีครึ่งในช่วงปี 2549 ถึงไตรมาสแรกปี 2551 จากความเข้าใจไม่ตรงกันกับอดีตบอร์ด ทอท.ชุดที่ผ่านมา
ขณะนี้เมื่อแผนพัฒนาการลงทุนเดินหน้าต่อได้เต็มที่ จะเป็นผลดีกับทุกฝ่าย ทอท.เองก็จะเข้าใกล้เป้าหมายการเพิ่มรายได้ที่ไม่ได้มาจากการบิน (non aero) แต่มาจากกิจกรรมเชิงพาณิชย์ให้ถึง 50% เร็วขึ้น อีกทั้งสามารถสร้างความพึงพอใจแก่ ผู้ถือหุ้นนำรายได้รวมมากขึ้นในบัญชี งบดุลประจำปี 2551 เพราะตามสัญญาสัมปทาน คิง เพาเวอร์ ต้องจ่ายส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์ยอดขายสินค้าดิวตี้ฟรีแปรผันตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น
นายวิชัยกล่าวว่า สถานการณ์ธุรกิจไตรมาส 3 ระหว่างกรกฎาคม-ตุลาคมนี้เป็นช่วงนอกฤดูเดินทาง แนวโน้มยอดขายสินค้าจะลดลง 6-10% เพราะนักท่องเที่ยวซึ่งเป็นลูกค้าหลักกลุ่มเกาหลี ญี่ปุ่น หายไปเกือบ 20% และภาพรวมผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิครึ่งปีแรกก็ลดถึง 16% แต่ก็ยังมีช่องทางการหารายได้จากตลาดนักท่องเที่ยวสาธารณรัฐประชาชนจีนมาแรง อัตราเติบโตสูงถึง 2 หลักนิยมใช้เงินช็อปปิ้งมาก ใช้จ่ายสูงอันดับต้นๆ ของเอเชีย หน้า 29
| Hit : เพาเวอร์ 2551 กรุ๊ป รักศรีอักษร ญี่ปุ่น ล้านบาท |














