บอร์ด บินไทย มีมติพึลึก เร่งแพ็กเกจกู้เงิน 1.5 หมื่นล้านบาท จ่อลงทุนฝูงบินใหม่ 22 ลำ แนะชง ครม.แก้มติจากเช่าดำเนินงานเป็นเช่าซื้อ เสนอให้ยืนกระต่ายขาเดียววิธีใหม่ทำแล้วได้ประโยชน์มากกว่า นัก วิเคราะห์เตือนระวังตกเป็นเป้าให้ข้อมูลทำ ครม. 2 สมัย ตัดสินใจไขว้เขว
แหล่งข่าวจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทยชุดนายชัยสวัสดิ์ กิตติพรไพบูลย์ เป็นประธาน มีมติเมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมาอนุมัติให้ฝ่ายบริหารจัดทำแพ็กเกจทางการเงินก้อนใหญ่มูลค่ารวมขั้นต่ำกว่า 14,500 ล้านบาท แยกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนแรก ขอกู้เงินบาทจากธนาคารออมสินวงเงิน 2,000 ล้านบาท อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยลอยตัว THBFIX3M บวก 55 bps ส่วนที่ 2 คัดเลือกสถาบันการเงินกู้ระยะยาวเพื่อนำมาจ่ายค่าเครื่องบินแอร์บัส A340-600 ลำที่ 6 วงเงินเทียบเท่า 118 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 3,500 ล้านบาท) ตามที่บอร์ดมีมติให้เลือกผู้ดำเนินการร่วมกัน 2 ธนาคารคือฮ่องกงและ เซี่ยงไฮ้ (HSBC) กับโตเกียว-มิซูบิชิยูเอฟเจ
ส่วนที่ 3 คัดเลือกสถาบันการเงินเป็นที่ปรึกษาและผู้จัดการจำหน่ายตราสารหนี้ประเภทหุ้นกู้ในประเทศ มูลค่า 9,000 ล้านบาท เพื่อนำมาชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดและจ่ายค่าซื้อเครื่องบินที่เช่ามาใช้งาน โดยเสนอให้ว่าจ้างกลุ่มสถาบันการเงินตามสิทธิอันดับแรก 3 ธนาคาร มีกรุงศรีอยุธยา ไทยธนาคาร และทหารไทย และบริษัท หลักทรัพย์อีก 3 แห่ง มีหลักทรัพย์ทิสโก้ หลักทรัพย์ธนชาติ และหลักทรัพย์บีที
บอร์ดการบินไทยมีนโยบายเพิ่มอีกว่า แนวโน้มหากการบินไทยมีผลการจัดอันดับเครดิตลดลงทำให้สถาบันการเงินกลุ่มแรกไม่สามารถยืนยันข้อเสนอเดิมได้ ก็เปิดโอกาสให้ผู้ที่เสนอแพ็กเกจต้นทุนทางการเงินรวมต่ำเป็นอันดับ 2 เข้ามาพิจารณาจาก 3 ธนาคาร มีธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงไทย
รวมทั้งยังมีมติเกี่ยวกับการลงทุนจัดหาฝูงบินใหม่ในอนาคตระยะ 5-10 ปี ลอต 22 ลำ แอร์บัส A330-300 จำนวน 8 ลำ และโบอิ้ง B787 จำนวน 14 ลำ บอร์ดการบินไทยมีมติให้ดำเนินการภายใต้เงื่อนไขใหม่ คือให้ฝ่ายบริหารการบินไทยทำเรื่อง เสนอขอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทบทวนมติ ครม.วันที่ 19 มิถุนายน 2550 (สมัยรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์)
โดยเปลี่ยนวิธีลงทุนแอร์บัส A330-300 จากมติเดิมอนุมัติลงทุนเช่าเครื่องบินดำเนินงานแบบ operation leastเสนอครม.อนุมัติใช้วิธีใหม่เป็นเช่าซื้อแบบ financial least บอร์ดแนะฝ่ายบริหารการบินไทยหาเหตุผลยืนยันถึงประโยชน์เกี่ยวข้องที่การบินไทยจะได้รับหลังจากเปลี่ยนวิธีมาเช่าซื้อจะมีมากกว่า และโบอิ้งสามารถส่งมอบฝูงบินรุ่นใหม่ให้การบินไทยได้อีก 11 ปีข้างหน้า
ส่วนเงื่อนไขการว่าจ้างที่ปรึกษากฎหมายทำสัญญาเช่าฝูงบินใหม่ทั้ง 22 ลำ นั้น ให้รอ ครม. พิจารณาและทบทวนเพื่อแก้ไขมติ ครม.วันที่ 19 มิถุนายน 2550
นักวิเคราะห์จากวงการบินนานาชาติกล่าวว่า เป็นเรื่องแปลกเพราะก่อนหน้านี้ ผู้ที่เสนอให้ ครม.พิจารณาอนุมัติตามมติเมื่อ 19 มิถุนายน 2550 ในสมัยรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ คือ ผู้บริหารชุดปัจจุบันที่มีร.ท.อภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ (DD) การบินไทย ดูแลรับผิดชอบ
และ/หรือเหตุใดเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล เป็นพรรคพลังประชาชนที่มีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ฝ่ายบริหารชุดเดียวกันจะอ้างได้อย่างไรว่า มติให้เช่าเครื่องบินแบบ operation least ได้ประโยชน์น้อยกว่าแบบ financial least เรื่องนี้อาจถูกตั้งข้อสังเกตได้ว่าที่ผ่านมามีการเสนอข้อมูลผิดพลาดใช่หรือไม่ ถึงทำให้ ครม.ชุดก่อนตัดสินใจเลือกใช้วิธีที่ทำให้การบินไทยเสียประโยชน์
แหล่งข่าวกล่าวว่า ภายหลังบอร์ดมีมติเห็นชอบให้การบินไทยเลิกบินเส้นทาง ไป-กลับ กรุงเทพฯ-นิวยอร์ก ตามที่ฝ่ายบริหารเสนอขอปลดระวางฝูงบิน A340-500 จำนวน 6 ลำ ที่เคยใช้บินในเส้นทางดังกล่าว บอร์ดเสนอให้ไปศึกษารายละเอียดว่า ควรจะทำอย่างไรใน 3 ทางเลือก คือ 1) นำเครื่องไปใช้ประโยชน์ในเส้นทางอื่นได้หรือไม่ 2)ขายให้ผู้ที่สนใจและประสานกับบริษัทใดหรือยัง 3)หากจะดัดแปลงเครื่องบินต้องประเมินภาพรวมในระยะยาว ถ้าขายไม่ได้จะทำอย่างไร มีวิธีชดเชยเงินลงทุนที่จ่ายไปอย่างไร ผู้บริหารต้องมีวิสัยทัศน์มองเผื่ออนาคตตามสถานการณ์และเงื่อนไขต่างๆ ที่จะกระทบการลงทุน 10 ปีข้างหน้า
ส่วนผลการดำเนินงานเฉพาะเดือนพฤษภาคม 2551 มีกำไรก่อนหักภาษีเพียง 272 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าถึง 7,262 ล้านบาท ยอดการขายและให้บริการทำได้ 3,070 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้า 6,608 ล้านบาท หน้า 25
| Hit : ล้านบาท จำนวน least มิถุนายน การบินไทย 2550 cial จุลานนท์ วันที่ บอร์ด A330 |














